ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบปัญหา
นี่ยกตัวอย่างนะ นี่ไอ้ร้านเหล่านี้
แม้แต่โคมันก็ไม่อยากเข้าไป หรือ
บ้านสาวทึมทึกบ้านแม่ม่าย เออ
พระภิกษุเข้าไปแล้วมันไม่ค่อยจะคุ้ม
หรอกนะ มันเป็นขี้ปากชาวบ้าน
“อโคจร” โคยังไม่อยากจะไปเลย
หรือซ่องโสเภณี ปัทโธ คนดี ๆ นะ
เขายังไม่อยากจะไปเลย พระภิกษุ
ไปได้อย่างไรกัน อโคจรบ่อนการ
พนัน นี่เป็นตัวอย่างนะ
เอาใจจรดตลอด ๒๔
ชั่วโมง
ครึ่งหนึ่งอยู่ที่รถ ครึ่งหนึ่งแบ่งเข้าไป
?
การฝึกสมาธิที่บอกว่า
ได้ผล ต้องเอาใจจรด
ศูนย์กลางกาย ๒๔
ชั่วโมง อยากจะทราบ
ว่า เวลาทำงานเช่นขับรถนี่ จะเอา
ใจจรด ๒๔ ชั่วโมงจะทำยังไง
เดี๋ยวขับรถไปชนคนตายจะว่ายังไง รักษาใจให้สงบ
รับรู้อยู่ที่ศูนย์กลางกาย แน่นอนละ
จะให้เท่ากับหลับตาทำสมาธิ มัน
ไม่เท่าหรอก ถึงไม่ได้เต็มที่แต่ก็ได้
มาส่วนหนึ่ง ประคอง ๆ เอาไว้
เราทำได้อย่างนี้เท่านั้น
เวลาน้อมก็มีอุบาย จะเอาไปศูนย์
กลางกายส่วนมากมันไม่ได้ แต่ถ้า
จะให้ได้ทำอย่างนี้ เหลือบตาช้อน
มองขึ้นไปข้างบน เหมือนกับเหวี่ยง
โฟกัส มันจะขึ้นทันที เมื่อก่อนนี้
เจอหลวงพ่อธัมมชโยใหม่ ๆ ตอนนั้น
ท่านยังไม่บวช นั่งคุยกันดี ๆ ท่านก็
เหลือบตาขึ้นไปข้างบน เอ ท่านทำ
เวลาเราอยู่ว่างที่บ้านเอาใจจรด ๒๔
การรักษาใจสงบ ทำ
อะไร เดี่ยว ๆ ท่านก็เหลือบตาขึ้น
ชั่วโมงยังยากเลย
?
อย่างไรจึงจะได้ผลดี
ไปข้างบน แล้วก็คุยต่อ นานเข้า
ใจมันฟุ้งซ่านคิดอะไร
จึงถามท่าน เมื่อ ๑๖-๑๓ ปีก่อนโน้น
ไม่ดีอยู่เสมอ จะนึก
เราอยู่ในระยะฝึกหัด เนื่องจากเรา
ปล่อยใจไปนอกตัวจนเคย ๆ
เขาใช้คำว่าอย่างนี้ ข้างใน
ครึ่งหนึ่งข้างนอกครึ่งหนึ่ง ทำอะไร อย่างไรจึงจะหาย
ก็ทำไป ขับรถก็ขับครึ่งหนึ่งอยู่ที่รถ
ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ทำได้ สำหรับเรื่องของการคิดไม่
แค่นี้ แบ่งเข้าไปครึ่งหนึ่ง ถ้าอย่างนี้ ดีนะ มันเป็นทุกคน แต่ว่ามันเป็น
ละไม่ขับรถชนใคร เวลาเราขับรถใจ ช่วงสั้น หรือช่วงยาว เอายังงี้ ครั้งใด
อยู่กับรถหมดไหม เปล่า พอขับไป พอรู้สึกตัว พอคิดเรื่องไม่ดีละก็
ใจคิดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้เพราะฉะนั้น น้อมใจเข้าไปตั้งที่ศูนย์กลางกายของ
ขณะที่ขับอยู่แทนที่จะคิดถึงเรื่องงาน เราทันที แล้วเรื่องเหล่านั้นจะหลุดไป
เพราะฉะนั้น พอรู้ตัวว่าใจมันออก
ไปข้างนอก ก็รีบเหลือบตาขึ้นไป
ข้างบน ไม่ต้องกลัวใครว่า ไม่
ต้องกลัว ช่างเขา เราจะเอาของเรา
ทำไปเถอะ
๕๐ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๕