ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระภิกษุสามเณรโดยมากเป็นพระเณร
ในท้องถิ่นนั้นมีพระจรมาอยู่น้อย เนื่อง
พื้นหินในโบสถ์
จากการศึกษาเล่าเรียนไม่มี
ความ
วัดโบสถ์บน ต.บาง-
คูเวียง สมัยที่
หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ประพฤติย่อหย่อนต่อพระธรรมวินัยมาก
ด้วยเหตุนี้ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก นั่งปฏิบัติธรรม
(เผื่อน) พระอาจารย์ของท่าน จึงได้
อ้อนวอนแกมบังคับให้ท่านมาอยู่วัด
ปากน้ำสัก ๓ เดือน ท่านจำต้องรับ
จนค้นพบหนทาง
เข้าถึงธรรมกาย
โดยเสียไม่ได้ และตั้งใจไว้ว่าจะมาอยู่
วัดปากน้ำสัก ๓ เดือนแล้วก็จะกลับ
เมื่อท่านได้มาอยู่แล้ว ท่านเจ้าคุณ
ธรรมปิฎกได้แต่งตั้งสมณศักดิ์ให้เป็น
สั่งกำชับซ้ำอีกว่า “ถ้าแผ่นดินยังไม่
พระครูสมุห์ฐานานุกรมของท่านและ
กลบหน้าแกอย่ากลับมา” ทั้งนี้ก็เท่า
กับบังคับให้เป็นเจ้าอาวาส
ต่อจากนั้นท่านก็เริ่มปราบปราม
เหล่าภิกษุที่มีความประพฤติเหลวแหลก
ต่าง ๆ พระคุณท่านเคยเล่าว่า กว่า มาเก่าก่อน ซึ่งเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ใน
จะผ่ากระดานหมากรุกให้หมดได้ ก็ ถิ่นนั้น การปกครองเป็นไปด้วยความ
อ่อนใจ จึงเป็นเรื่องกระทบกระเทือน ยากลำบาก แม้แต่ชาวบ้านในแถวถิ่น
เจ้าคณะตำบลและพระภิกษุที่เคยอยู่ นั้น ก็พากันเป็นศัตรูอย่างร้ายแรง
กับท่านด้วย พวกที่เลื่อมใสในท่านก็
มีบ้างเป็นส่วนน้อยพวกที่ตั้งตัวเป็นศัตรู
ได้ช่วยกันแพร่ข่าวอกุศลทับถม พระ
คุณท่านด้วยประการต่าง ๆ บางพวก
ก็เมามาเอะอะอาละวาดในวัด บ้างก็
ดักทำร้ายท่านถึงกับขึ้นโรงศาลก็มี บาง
๒๒ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๕
พวกถึงกับคิดปล้นทำร้ายท่านก็มี ครั้ง
หนึ่งคนร้ายได้บุกขึ้นไปบนหน้าศาลา
หาเรื่องต่าง ๆ ขณะพระภิกษุกำลัง
ประชุมกันอยู่ เหตุการณ์ทั้งหลาย
เหล่านี้ ท่านถือเสียว่า เป็นการเพิ่มพูน
บารมีให้แก่ท่าน ท่านมีคติว่า “พระเรา
ต้องไม่สู้, ต้องไม่หนี, ชนะทุกที” ดัง
เช่นครั้งหนึ่งมีคนร้ายประมาณ ๘ คน
มีอาวุธครบมือเข้าลอบทำร้าย และจะ
ทำร้ายท่านในเวลากลางคืนขณะที่ท่าน
อยู่ในห้องกรรมฐาน พอดีพระมหาแจ้ง