ข้อความต้นฉบับในหน้า
น้าน้อยพูดขณะก้าวข้ามธรณีประตู แล้วเดินมา
นั่งพักที่ศาลาใหญ่ของวัดด้านซ้ายมือ ด้านขวา
ก็มีศาลารูปทรงเดียวกัน ขนาบประตูทางเข้า
ด้านหน้านั่นเอง
พี่นิภาเอาใจด้วยการคว้าสมุดจดของฉัน
ไปกระพือพัดแรง ๆ ๒-๓ ที แล้วเปลี่ยนเป็น
พัดเบา ๆ น้าน้อยยิ้มพร้อมพึมพำขอบใจ ลม
โชยอ่อน ๆ พาเอากลิ่นหอมระรวยของดอกลั่น
ทมบริเวณเขตสังฆาวาสมาพอให้เราชื่นใจและ
หายเหนื่อย สักครู่หนึ่งน้าน้อยบอกพี่นิภาให้
หยุดพัก พี่นิภาขยับไปนั่งพิงเสาทำตาปรือ
น้าน้อยแนะให้ฉันสังเกตอาคารต่าง ๆ
(เดี๋ยวจะเล่าให้เบญจ์ฟังทีละอย่าง) ล้วนอยู่
บนยกพื้นสูงที่เรียกว่า พื้นไพที มีกำแพงบน
พื้นไพที่สูงราว ๑ เมตรเห็นจะได้ กั้นล้อมเป็น
(ขวา) ซุ้มประตูหน้า
ผนังไปในตัว แต่ละอาคารล้วนมีขนาดเล็ก ๆ ต่างพระวิหารหลวง
น่าเอ็นดูเหมือนวัดจำลองขนาดใหญ่ที่ทำเล่น มียอดทรงมงกุฎ
มากกว่าเป็นวัดจริง ๆ ก็เพราะว่าเนื้อที่มีจำกัด
นี่เบญจ์จำ เนื้อที่ที่มีอยู่ก็ยังถูกแบ่งเป็นที่อยู่
ของพระสงฆ์องค์เจ้าเสียอีกทั้งด้านซ้ายและขวา
ดังนั้น เขตพุทธาวาสซึ่งอยู่กลางจึงมีน้อยนิด
น้าน้อยกะว่าคงประมาณ ๑ ไร่เท่านั้น
สักครู่ใหญ่พอเราหายเหนื่อย น้าน้อยก็
ลุกขึ้น แล้วให้ฉันไปสะกิดเรียกพี่นิภาให้ออก
จากการนั่งทางใน
ก็ เราขึ้นบันได ๖-๗ ขั้น ก็ถึงพื้นไพที
ขณะที่น้าน้อยไปติดต่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่ทางวัด
ช่วยเปิดประตูพระวิหารหลวงให้เราเข้าไป ฉัน
ก็ถือโอกาสเดินสำรวจ คือจริงอย่างที่น้าน้อย
พูดแฮะ...มีอาคารเล็กอาคารน้อยอยู่พื้นไพที
เดียวกัน ล้อมอาคารใหญ่ ฉันรู้สึกว่ามันขาด
อะไรไปสักอย่างหนึ่ง จึงเดินวน ๒ รอบ ก็
พอดีเห็นน้าน้อยและพี่นิภานั่งคอยตรงศาลา
โถงหลังเล็ก ๆ ประจำมุมตะวันออกของพื้นไพที
เดี๋ยวนะเบญจ์ ฉันขอพูดถึงศาลานี้ต่ออีกหน่อย
ก่อน กันลืมไงล่ะ ศาลาที่ว่านี้มีขนาดเล็กมาก
กะด้วยสายตาประมาณ ๒๕๓ เมตรครึ่งได้
๔๖ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๕
GEHT (C)
มียกพื้นสูงพอนั่งหย่อนเท้าได้สบาย ๆ ตัวเสา
ทำปลายโค้งเข้าหากัน อย่างสไตล์ยุโรป เบญจ์
ดูรูปประกอบเองแล้วกันนะ หน้าบันไดมีลวดลาย
ดอกไม้ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี
อ้อ..
ศาลาเล็ก ๆ ตรงนี้มี ๔ มุมของพื้นไพทีเลยจ๊ะ
เมื่อฉันเดินมาถึงศาลาที่น้าน้อยและพี่
นิภานั่งก็โดนพี่นิภาแกล้งถามทันทีว่า “เป็นไง
กี่รอบแล้ว”
ฉันตอบด้วยการชูนิ้ว ๒ นิ้ว แล้วหันมา
ถามน้าน้อยในสิ่งที่ฉันยังข้องใจ
“น้าน้อยขา นี่เป็นพระวิหารหลวงใช่มั้ย
คะ พระอุโบสถอยู่ที่ไหนคะ ลักขณ์เดิน ๒ รอบ
ยังไม่พบเลยค่ะ”
ผม “ก็นี่แหละ” น้าน้อยพูดยิ้ม ๆ พร้อมทั้ง
พยักหน้าไปยังอาคารใหญ่
“ทำไมไม่มีเสมาล่ะคะ” ฉันถามด้วยฉน
“ก็พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรด
เกล้าฯ ให้นำสีมาไปไว้ที่กำแพงวัดไงจ๊ะ ถือ
เป็นมหาสีมาน่ะ”