การสำรวจวัดราชประดิษฐฯ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 10 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 113

สรุปเนื้อหา

น้าน้อยพูดขณะก้าวข้ามธรณีประตู แล้วเดินมา นั่งพักที่ศาลาใหญ่ของวัดด้านซ้ายมือ ด้านขวา ก็มีศาลารูปทรงเดียวกัน ขนาบประตูทางเข้า ด้านหน้านั่นเอง พี่นิภาเอาใจด้วยการคว้าสมุดจดของฉัน ไปกระพือพัดแรง ๆ ๒-๓ ที แล้วเปลี่ยนเป็น พัดเบา ๆ น้าน้อยยิ้มพร้อมพึมพำขอบใจ ลม โชยอ่อน ๆ พาเอากลิ่นหอมระรวยของดอกลั่น ทมบริเวณเขตสังฆาวาสมาพอให้เราชื่นใจและ หายเหนื่อย สักครู่หนึ่งน้าน้อยบอกพี่นิภาให้ หยุดพัก พี่นิภาขยับไปนั่งพิงเสาทำตาปรือ น้าน้อยแนะให้ฉันสังเกตอาคารต่าง ๆ (เดี๋ยวจะเล่าให้เบญจ์ฟังทีละอย่าง) ล้วนอยู่ บนยกพื้นสูงที่เรียกว่า พื้นไพที มีกำแพงบน พื้นไพที่สูงราว ๑ เมตรเห็นจะได้ กั้นล้อมเป็น (ขวา) ซุ้มประตูหน้า ผนังไปในตัว แต่ละอาคารล้วนมีขนาดเล็ก ๆ ต่างพระวิหารหลวง น่าเอ็นดูเหมือนวัดจำลองขนาดใหญ่ที่ทำเล่น

หัวข้อประเด็น

- การสำรวจวัดราชประดิษฐฯ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

น้าน้อยพูดขณะก้าวข้ามธรณีประตู แล้วเดินมา นั่งพักที่ศาลาใหญ่ของวัดด้านซ้ายมือ ด้านขวา ก็มีศาลารูปทรงเดียวกัน ขนาบประตูทางเข้า ด้านหน้านั่นเอง พี่นิภาเอาใจด้วยการคว้าสมุดจดของฉัน ไปกระพือพัดแรง ๆ ๒-๓ ที แล้วเปลี่ยนเป็น พัดเบา ๆ น้าน้อยยิ้มพร้อมพึมพำขอบใจ ลม โชยอ่อน ๆ พาเอากลิ่นหอมระรวยของดอกลั่น ทมบริเวณเขตสังฆาวาสมาพอให้เราชื่นใจและ หายเหนื่อย สักครู่หนึ่งน้าน้อยบอกพี่นิภาให้ หยุดพัก พี่นิภาขยับไปนั่งพิงเสาทำตาปรือ น้าน้อยแนะให้ฉันสังเกตอาคารต่าง ๆ (เดี๋ยวจะเล่าให้เบญจ์ฟังทีละอย่าง) ล้วนอยู่ บนยกพื้นสูงที่เรียกว่า พื้นไพที มีกำแพงบน พื้นไพที่สูงราว ๑ เมตรเห็นจะได้ กั้นล้อมเป็น (ขวา) ซุ้มประตูหน้า ผนังไปในตัว แต่ละอาคารล้วนมีขนาดเล็ก ๆ ต่างพระวิหารหลวง น่าเอ็นดูเหมือนวัดจำลองขนาดใหญ่ที่ทำเล่น มียอดทรงมงกุฎ มากกว่าเป็นวัดจริง ๆ ก็เพราะว่าเนื้อที่มีจำกัด นี่เบญจ์จำ เนื้อที่ที่มีอยู่ก็ยังถูกแบ่งเป็นที่อยู่ ของพระสงฆ์องค์เจ้าเสียอีกทั้งด้านซ้ายและขวา ดังนั้น เขตพุทธาวาสซึ่งอยู่กลางจึงมีน้อยนิด น้าน้อยกะว่าคงประมาณ ๑ ไร่เท่านั้น สักครู่ใหญ่พอเราหายเหนื่อย น้าน้อยก็ ลุกขึ้น แล้วให้ฉันไปสะกิดเรียกพี่นิภาให้ออก จากการนั่งทางใน ก็ เราขึ้นบันได ๖-๗ ขั้น ก็ถึงพื้นไพที ขณะที่น้าน้อยไปติดต่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่ทางวัด ช่วยเปิดประตูพระวิหารหลวงให้เราเข้าไป ฉัน ก็ถือโอกาสเดินสำรวจ คือจริงอย่างที่น้าน้อย พูดแฮะ...มีอาคารเล็กอาคารน้อยอยู่พื้นไพที เดียวกัน ล้อมอาคารใหญ่ ฉันรู้สึกว่ามันขาด อะไรไปสักอย่างหนึ่ง จึงเดินวน ๒ รอบ ก็ พอดีเห็นน้าน้อยและพี่นิภานั่งคอยตรงศาลา โถงหลังเล็ก ๆ ประจำมุมตะวันออกของพื้นไพที เดี๋ยวนะเบญจ์ ฉันขอพูดถึงศาลานี้ต่ออีกหน่อย ก่อน กันลืมไงล่ะ ศาลาที่ว่านี้มีขนาดเล็กมาก กะด้วยสายตาประมาณ ๒๕๓ เมตรครึ่งได้ ๔๖ กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๕ GEHT (C) มียกพื้นสูงพอนั่งหย่อนเท้าได้สบาย ๆ ตัวเสา ทำปลายโค้งเข้าหากัน อย่างสไตล์ยุโรป เบญจ์ ดูรูปประกอบเองแล้วกันนะ หน้าบันไดมีลวดลาย ดอกไม้ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี อ้อ.. ศาลาเล็ก ๆ ตรงนี้มี ๔ มุมของพื้นไพทีเลยจ๊ะ เมื่อฉันเดินมาถึงศาลาที่น้าน้อยและพี่ นิภานั่งก็โดนพี่นิภาแกล้งถามทันทีว่า “เป็นไง กี่รอบแล้ว” ฉันตอบด้วยการชูนิ้ว ๒ นิ้ว แล้วหันมา ถามน้าน้อยในสิ่งที่ฉันยังข้องใจ “น้าน้อยขา นี่เป็นพระวิหารหลวงใช่มั้ย คะ พระอุโบสถอยู่ที่ไหนคะ ลักขณ์เดิน ๒ รอบ ยังไม่พบเลยค่ะ” ผม “ก็นี่แหละ” น้าน้อยพูดยิ้ม ๆ พร้อมทั้ง พยักหน้าไปยังอาคารใหญ่ “ทำไมไม่มีเสมาล่ะคะ” ฉันถามด้วยฉน “ก็พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรด เกล้าฯ ให้นำสีมาไปไว้ที่กำแพงวัดไงจ๊ะ ถือ เป็นมหาสีมาน่ะ”
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More