ข้อความต้นฉบับในหน้า
เล่าเรื่อง...เจดีย์
โดย เกษมสุข ภมรสถิตย์ (ใส)
จีน...เจดีย์
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ด้เห็นกันในฉบับที่ผ่านมาแล้วว่า
ไ
รูปทรงองค์เจดีย์ในประเทศจีน
และญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งหากจะ
ทบทวนกันอีกทีเพื่อความมั่นใจ ก็คือ
เจดีย์ที่สร้างซ้อนกันขึ้นไป คล้ายเอา
บ้านหลังเล็กวางอยู่บนหลังใหญ่ แล้ว
หลั่นขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้น มีจุดประสงค์
แสดงถึงภพภูมิ หรือระดับความละเอียด
ของสมาธิจากหยาบที่สุด คือมนุษย์
จนกระทั่งจุดปลายยอดของหลังชั้นบน
สุด คือจุดที่ถือว่าหลุดพ้นจากกระแส
กรรมทั้งปวง คือนิพพาน โดยมีแกน
กลางอันเดียวกันที่ถือเป็นเส้นทาง
สายกลาง
- เพียงแต่ว่าการสร้างเจดีย์ เป็น
การแสดงรูปธรรมที่ถ่ายทอดจาก
นามธรรมภายในใจของมนุษย์ ระดับ
ขององค์เจดีย์จึงสูงขึ้นไปเรื่อย แต่ถ้า
ในทางภาคปฏิบัติ น่าจะกล่าวได้ว่า
เท่ากับแสดงถึงการปล่อยใจลงไปใน
หนทางสายกลางที่ลุ่มลึกลงไปเรื่อย ๆ
จากจุดแห่งความเป็นกัลยาณชน จน
กระทั่งถึงจุดแห่งการบรรลุธรรม ใน
ด้านเจดีย์วิทยา นักวิชาการจะไม่สนใจ
แต่เพียงรูปด้านข้างที่เห็นส่วนสูงของ
บ้านซ้อนกันขึ้นไปเท่านั้น แต่จะศึกษา
จากส่วนที่เรียกว่า Top View ด้วย คือ
การมองจากข้างบนโดยสมมติว่าขึ้น
ไปมองเหนือจุดปลายสุดกึ่งกลางยอด
หลังคาของบ้านชั้นบนสุดก็จะเห็นภาพ
ชัดเจนว่า แต่ละระดับของดวงจิตนั้น
ที่แท้ล้วนซ้อน และใช้จุดศูนย์กลาง
ร่วมกัน
- อุปมาเหมือนความรู้สึกในขณะ
ปฏิบัติสมาธิที่แสดงผลได้พร้อม ๆ กัน
ทั้งสองสถานะ คือรู้สึกถึงความลุ่มลึก
ลงไปของใจ และรู้สึกถึงความเป็นอัน
หนึ่งอันเดียวกันของจุดศูนย์กลางกาย
ที่แผ่ขยายความโล่งสบาย ความกว้าง
ใหญ่ของปัญญา ที่ผุดซ้อนขึ้นมา
* แล้วขยายกว้างออกไปในทุก ๆ ช่วง
ของระดับใจขณะไหลลึกลง กล่าวได้ว่า
แม้รูปพรรณสัณฐานขององค์พุทธเจดีย์
จะแตกต่างออกไปในอีกลักษณะหนึ่ง
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ และความปรารถนา
สื่อความหมายยังคงเดิม คือ เจดีย์คือ
ธรรมะ หรือที่นักเจดีย์วิทยาเรียกว่า
STUPA IS DHAMMA นั่นเอง
ภาพลายเส้นเจดีย์ ซึ่งแสดงแนวแกนกลาง
ที่ตั้งฉากกับศูนย์กลางในทุก ๆ ระนาบ
ย้อนกลับมาสู่คำสัญญาเดิม
ที่ว่าทำไมจีนถึงสร้างรูปทรงเจดีย์เป็น
ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๙