ข้อความต้นฉบับในหน้า
และนักธรรม) หรือวิปัสสนาธุระ ก็สุด
แต่ตนจะพอใจ ท่านได้พยายามปลุก
ปล้ำในเรื่องการศึกษา จนมีความ
เจริญก้าวหน้าขึ้น ในที่สุดพระภิกษุ
สามเณรและอุบาสิกา ซึ่งเคยมีแต่
เพียงเล็กน้อยก็เพิ่มจำนวนขึ้นโดยลำดับ
ครั้น พ.ศ. ๒๔๙๐ สำนักวัดปากน้ำ
ก็ได้รับยกย่องให้เป็นสำนัก เรียน
โดยตรง
ในด้านการเสียสละ ท่านเป็น
เป็นที่ขัดใจของอาจารย์ของท่านนัก
แต่ต่อมาเมื่อสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน)
อาพาธหนัก ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อได้
มีเพียงเล็กน้อย ได้ให้ความอุปการะ
และปกครองภิกษุสามเณร อุบาสิกา
คล้ายกับพ่อปกครองลูก
ท่านนิยมการศึกษา จึงส่งเสริมให้ภิกษุ
เนองจาก
วิชาการของท่าน ในตอนนี้สมเด็จฯ
ได้เคยทรงอ่านหนังสือธรรมกาย ซึ่ง
คุณพระทิพย์ปริญญา (ธูป กลุ่มสุด
ป.5 เนติบัณฑิต) ซึ่งได้รวบรวมและ
เรียบเรียง จากเทศนาของพระคุณ สามเณรตลอดจนอุบาสิกาได้เล่าเรียน
หลวงพ่อ พระคุณท่านได้เคยทดลอง ศึกษาทุกวิถีทาง โดยไม่ยอมให้อยู่ว่าง
ปฏิบัติตาม ประกอบทั้งเจ้าคุณหลวงพ่อ ไม่ศึกษาไม่ได้ และพอใจศึกษาใน
ได้เคยไปถวายคำแนะนำเพิ่มเติม ท่าน ด้านใด เช่น คันถธุระ (ซึ่งมีทั้งบาลี
จึงเชื่อว่าเป็นของจริงของแท้และเกิด
ความเลื่อมใส ข้าพเจ้าเองก็ได้เคยฟัง
จากคำพูดของท่านเจ้าคุณวิเชียรธรรม
คุณาทาน เลขานุการท่านว่า สมเด็จฯ
ได้เรียกท่านเจ้าคุณพระพิมลธรรม
(ช้อย) ไปเฝ้าและรับสั่งว่า “ท่านเจ้าคุณ
ช่วยจัดการเรื่องอุปัชฌาย์วัดปากน้ำที่
ฉันดูพระผิดเสียองค์หนึ่งแล้ว” พระ
พิมลธรรมก็รับคำ สมเด็จฯ รับสั่งต่อ
ไปว่า “สาธุ” พร้อมกับยกมือขึ้น
ประณมแล้วกล่าวสืบต่อไปอีกว่า “ฉัน
กดเขามาหลายปีแล้ว ช่วยจัดการให้
เรียบร้อยด้วย”
การงาน
-
เมื่อท่านได้เป็นเจ้าอาวาสปก.
ครองวัดปากน้ำในตอนแรก ๆ มีพระ
จัดพระภิกษุไปช่วยแก้โรคตามหลัก ภิกษุสามเณรเพียง ๑๓ รูป อุบาสิกาก็
นักเสียสละไม่สะสม ท่านได้จัดตั้ง
โรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงพระภิกษุ
สามเณรและอุบาสิกา ด้วยทุนทรัพย์
ของท่านเอง ตั้งแต่ท่านได้มาอยู่ใหม่ๆ
ตามความตั้งใจเดิม ซึ่งได้บรรยายมา
แล้วในตอนต้น การตั้งโรงครัวประกอบ
อาหารนี้ ในระยะแรก ๆ ท่านได้ให้
คุณป้าดา (โยมพี่) นำข้าวสารมาจาก
บ้านสองพี่น้องทุก ๆ เดือน ซึ่งต้องใช้
ข้าวสารเดือนละ ๑๕ ถังเศษ และ
ต้องจ่ายค่าอาหารเดือนละ ๑๕๐ บาท
เศษในตอนนั้นท่านได้มอบให้นายโฉม
ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๗