การเดินทางและความตาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 10 หน้า 17
หน้าที่ 17 / 113

สรุปเนื้อหา

พระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ เป็นคู่สวด สมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ บวชที่วัดสองพี่น้อง บิดาของเราก็หากินมาอย่างนี้ เราก็ เจริญรอยตามอีก เงินทองที่หามาได้ ทั้งหมดนี้ ต่างคนต่างก็หา ไม่มีเวลา หยุดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใครไม่รีบหาไว้ ให้มั่งมีก็เป็นคนต่ำคนเลว ไม่มีใคร นับหน้าถือตาสมาคมด้วย เมื่อเข้า ที่ประชุมก็น้อยหน้าเขา เพราะจนกว่า นั่นเองโลกเราเป็นดังนี้เสมอมา บุรพชน ต้นตระกูลของเราก็เป็นมาดังนี้ จนนับ ปลอดภัยก็นับว่าโชคดี ในวันนั้น ตัดสินใจเด็ดขาดลงไปว่า “ทรัพย์ก็ บังเอิญเรือของท่านลำเดียวผ่านเข้าไป ของเรา เรือก็ของเรา เราควรตายก่อน ในคลองนี้ พอเรือผ่านเข้าคลองได้ ดีกว่า ลูกจ้างนั้น เมื่อมีภัยมาถึง เขา หน่อยหนึ่ง สัญชาติญาณแห่งความกลัว จะได้หนีเอาตัวรอดไปทำมาหาเลี้ยงบุตร ก็เกิดขึ้น ทำให้เกิดความค

หัวข้อประเด็น

- การเดินทางและความตาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ เป็นคู่สวด สมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ บวชที่วัดสองพี่น้อง บิดาของเราก็หากินมาอย่างนี้ เราก็ เจริญรอยตามอีก เงินทองที่หามาได้ ทั้งหมดนี้ ต่างคนต่างก็หา ไม่มีเวลา หยุดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใครไม่รีบหาไว้ ให้มั่งมีก็เป็นคนต่ำคนเลว ไม่มีใคร นับหน้าถือตาสมาคมด้วย เมื่อเข้า ที่ประชุมก็น้อยหน้าเขา เพราะจนกว่า นั่นเองโลกเราเป็นดังนี้เสมอมา บุรพชน ต้นตระกูลของเราก็เป็นมาดังนี้ จนนับ ปลอดภัยก็นับว่าโชคดี ในวันนั้น ตัดสินใจเด็ดขาดลงไปว่า “ทรัพย์ก็ บังเอิญเรือของท่านลำเดียวผ่านเข้าไป ของเรา เรือก็ของเรา เราควรตายก่อน ในคลองนี้ พอเรือผ่านเข้าคลองได้ ดีกว่า ลูกจ้างนั้น เมื่อมีภัยมาถึง เขา หน่อยหนึ่ง สัญชาติญาณแห่งความกลัว จะได้หนีเอาตัวรอดไปทำมาหาเลี้ยงบุตร ก็เกิดขึ้น ทำให้เกิดความคิดที่จะเอา ภรรยาของเขาได้อีกเมื่อตกลงใจเช่นนั้น ตัวรอด โดยสับเปลี่ยนเอาลูกเรือมาถือ จึงเรียกลูกเรือให้มาถ่อเรือแทน ส่วน ท้ายแทน เพราะว่าธรรมดาโจรปล้น ท่านก็ถือปืนคู่มือ กลับมานั่งถือท้าย ย่อมจะทำร้ายผู้ถือท้ายเรือซึ่งเป็นเจ้า เรือตามเดิม ยอมเสี่ยงรับอันตรายแต่ ของก่อน ถ้าไปอยู่ทางหัวเรือก็มีโอกาส ผู้เดียว การเดินทางใกล้จะออกจาก ที่จะต่อสู้และเอาตัวรอดได้ง่าย เมื่อ คลองลัดอยู่แล้ว พอดีเป็นเวลาน้ำเอ่อ คิดดังนั้นแล้ว ก็หยิบปืนยาวบรรจุ ขึ้นไหลสวนทางมา บรรดาเรือสินค้า กระสุนเสร็จ 6 นัด ไปอยู่หัวเรือให้ หนัก ๆ ที่จะผ่านเข้าคลองสวนทาง ลูกจ้างถือท้ายแทน ขณะถ่อเรือแทน มาจอดคอยน้ำอยู่ปากคลองแน่นขนัด ลูกจ้างอยู่นั้น เรือก็แล่นเข้าสู่ที่เปลี่ยว พอน้ำขึ้นเรือเหล่านั้นก็ถ่อสวนมาปะทะ หนักขึ้นทุกที ๆ พลันก็เกิดความคิด กัน เรือจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ จะล่องก็ล่อง แวบขึ้นในขณะนั้น ตอนนี้ท่านเล่าว่า ไม่ได้ ต่างส่งเสียงกันเอะอะเซ็งแซ่ “คนพวกนี้เราจ้างเขาคนหนึ่ง ๆ เพียง ท่านบันทึกของท่านไว้ว่า “พ่อค้าจีนก็ ๑๑-๑๒ บาทเท่านั้น ส่วนตัวเราเป็น ล้งเล้งกลัวเรือจะชนกัน ร้องออกมา เจ้าของทั้งทรัพย์ทั้งเรือ ความตายจะ ว่า อ้า ๆ” ต่างฝ่ายต่างก็ปักหลัก โยนไปให้ลูกจ้างตายก่อนดูจะเอาเปรียบ กรานจอดนิ่งอยู่กับที่ แล้วความคิด เพื่อนมนุษย์มากเกินไป ทำอย่างนี้ ท่านก็เกิดขึ้นว่า “เราเป็นคนท้ายผ่าน ไม่ถูก ไม่เป็นการสมควร” ท่านคิดไป พ้นอันตรายมาได้แล้ว เป็นบุญแท้ ๆ ถ่อไปจิตก็เกิดเมตตาและตำหนิตนเอง การหาเงินหาทองมันเป็นของลำบาก ถึงการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ท่านจึง เสียจริง ๆ ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ไม่ถ้วนว่าใครบ้าง สืบมาจนกระทั่งบิดา ของเราและตัวเราจนบัดนี้ ก็ท่าน บุรพชนทั้งชายหญิงเหล่านั้นไปไหน กันเสียหมดเล่า? เรื่องนี้ก็ปรากฏแก่ ใจเราอยู่แล้วว่า ท่านเหล่านั้นตายไป หมดแล้ว ตลอดถึงบิดาเราก็ตายด้วย ตัวของเราเล่า? ก็ต้องตายเหมือนกับ ท่านเหล่านั้นอีก” พอคิดถึงความตาย ขึ้นมาดังนี้แล้ว ใจก็ชักเสียว นึกถึง ความตายที่รอดมาเมื่อสักครู่ และที่ จะมาถึงในวันข้างหน้า “เราต้องตาย เหมือนบิดาเราแน่ ๆ ไม่ต้องสงสัย บิดาเราล่องเรือข้าวมาเริ่มป่วยไปจาก ในเรือระหว่างทาง พอขึ้นจากเรือก็ ป่วยหนัก แล้วถึงแก่กรรม ขณะที่บิดา เจ็บป่วยเราก็ช่วยพยาบาลจนสุดความ สามารถ แต่ก็ไม่อาจจะช่วยให้ท่าน รอดพ้นจากความตายไปได้ ท่านตาย ไปแล้ว ไม่เห็นเอาอะไรติดตัวไปได้เลย สังขารดับไปเฉย ๆ ตัวเราพี่น้องเรา ตลอดถึงมารดาของเรา ก็ไม่มีใคร ตายไปกับท่านด้วย ท่านดับไปคนเดียว แท้ๆ ถึงตัวเราเองก็ต้องเป็นดังท่าน เหมือนกัน จะพ้นจากความตาย อย่างนั้นไม่ได้แน่ เมื่อท่านได้คิด เช่นนั้นแล้ว ท่านก็ทดลองนอนตายที่ ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More