ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธศาสนาจริง ๆ
กล่าวโดยสรุป เสนาสนะก็ได้
จัดทำรุดหน้าไป แต่หลวงพ่อท่านฝัก
ใฝ่ในด้านกรรมฐานเสียมาก การก่อ
สร้างปฏิสังขรณ์ก็ไม่ใคร่สนใจมากนัก
หลวงพ่อท่านพูดว่า “สร้างคนนั้นสร้าง
ยาก เรื่องเสนาสนะไม่ยาก ใครมีเงิน
ก็สร้างได้ แต่ความสำคัญต้องสร้าง
คนก่อน” เสนาสนะที่ก่อสร้างมีดังนี้
๑. กุฏิ ๒ แถวสร้างก่อนสงคราม
โลกครั้งที่ ๒ ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างก่อ
อิฐถือปูนสร้างคู่กับโรงเรียน
๒. พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านได้เริ่ม
สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นหนึ่ง
หลัง เป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสูง
ชั้น ขนาด ๑๑ คุณ ๖๐ เมตร ราคา
ประมาณ ๓,000,000 บาท โดยต้อง
เรี่ยไรเพียงเล็กน้อย
4
m
๓. สร้างศาลาโรงฉันพอเหมาะ
แก่พระภิกษุสามเณร ๕๐๐ รูป ฉันภัต
อาสนสงฆ์ มีช่องเดินในระหว่างได้
สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๕๐๐,๐๐๐
บาทเศษ (สี่แสนบาทเศษ)
๔. สร้างกุฏิเป็นตึกคอนกรีต
เสริมเหล็ก เป็นตึก ๒ ชั้น พื้นฝ้า
เพดานไม้สักทาสีขัดชั้นแล็ก มีห้องน้ำ
ห้องส้วมและไฟฟ้า เป็นกุฏิทันสมัย
ราคาก่อสร้างประมาณ 400,000 บาท
เศษ (แปดแสนบาทเศษ)
๕. ก่อนมรณภาพสัก ๔-๖ เดือน
ได้สร้างกุฏิอีกหลังหนึ่งสูง ๓ ชั้น เป็น
ตึกคอนกรีตเสริมเหล็กเช่นเดียวกัน มี
เครื่องประกอบพร้อม ราคาก่อสร้าง
๓๒๗,๘๔๓.๓๐ บาท (สามแสนสอง
หมื่นเจ็ดพันแปดร้อยสี่สิบสามบาท
สามสิบสตางค์)
สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ไม่มีงบประ
มาณ กุฏิบางหลังไม่มีแปลน ค่าก่อ
สร้างทวีขึ้นแล้วแต่ช่างจะเสนอ
เมื่อเสร็จแล้ว ก็ได้ของประณีตไว้
แต่
ตาหารเช้าเพล เป็นเครื่องไม้มุงสังกะสี สำหรับวัด หลวงพ่อก็ไม่ว่าไร สร้าง
พื้นลาดปูนซิเมนต์ ภายในยกเป็น กุฏิเสร็จแล้ว หลวงพ่อได้สั่งให้พระรูป
อื่นอยู่ต่อไป ตัวท่านเองหาได้อยู่อาศัย
ไม่ เช่นกุฏิหลังใหม่ให้พระศรีวิสุทธิ
โมลี” และพระครูปลัดณรงค์” เข้าอยู่
อาศัย ใคร ๆ จะอาราธนาให้ขึ้นกุฏิ
ใหม่ก็ไม่ฟังเสียง ท่านเพิ่งไปอยู่เมื่อ
ก่อนมรณภาพสัก ๓-๔ เดือน ที่จำไป
นั้น เนื่องด้วยที่อยู่เดิมมีการก่อสร้าง
กุฏิหลังใหม่ใกล้ชิด ท่านไม่ได้ความ
สงบ จึงจำยอมมาพักที่กุฏิใหม่และ
มรณภาพที่กุฏินี้
๔. กิจวัตรประจำของหลวงพ่อ
วัดปากน้ำ
นอกจากหลักบริหารกิจการใน
สำนักวัดปากน้ำของหลวงพ่อท่านใน
หลักใหญ่ ๆ ๔ ประการดังกล่าวแล้ว
เห็นเป็นการสมควรที่จะได้แถลงกิจการ
ของวัดนี้อีกด้วย ทั้งนี้เพราะเป็นเรื่อง
แนบเนื่องกันกับการบริหารเรื่องการ
ศึกษาและการปกครองอย่างชนิดแยก
กันไม่ออก จึงขอนำมากล่าวได้ด้วย
ดังนี้
๑. ในตอนเช้าก่อนเวลา ๐๖.๐๐
น. หลวงพ่อท่านจะนำภิกษุสามเณร
ลงฉันจังหันเช้า (ข้าวต้ม) ณ ศาลาการ
เปรียญ ซึ่งใช้เป็นโรงฉันด้วย เมื่อ
หลังจากเสร็จภัตตกิจแล้วจะได้นำภิกษุ
สามเณรลงทำวัตรสวดมนต์ไหว้พระใน
พระอุโบสถ หลังจากนั้นพระคุณท่าน
จะเทศนาอบรมสั่งสอนและให้โอวาทแก่
พระภิกษุสามเณร ทั้งนี้เป็นประจำ
ทุก ๆ วันไม่มีขาด นอกจากจะมีเหตุ
สุดวิสัยจริง ๆ หรือติดกิจนิมนต์นอก
สำนักในบางวันเท่านั้น ดังนั้นพระภิกษุ
สามเณรในความปกครองของท่าน จะ
ต้องถือเป็นวัตรปฏิบัติประจำวันโดย
ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๓