ข้อความต้นฉบับในหน้า
Ą y ñ u → à 1 u
มีอำนาจอะไร แท้จริงเป็นอำนาจของ ทุกข์เกิดขึ้นที่ใด เราต้องกับเหตุแห่ง
ความรู้ผิดชอบชั่วดีของคุณเอง ไม่ใช่ ทุกข์นั้น เหตุคือคนสองคนมาพบกัน
สิ่งอื่นใดเลย เช่นเดียวกับสติ ที่คอย ถ้าไม่พบกันก็ไม่มีเหตุ หรือคนหนึ่งคิด
ประคับประคอง และสั่งให้เราหยุด อีกคนไม่คิด ก็ไม่เกิดเหตุ แต่ทั้งสอง
เพื่อชีวิตไม่ต้องประสบอันตรายเดือด คนร่วมกันแล้วใครจะไปแก้เหตุตรงนั้น
ร้อน ลูกคุณก็เหมือนคนขับรถฝ่าไฟ เหมือนคุณยืนดูคนขับรถจะชนกันด้วย
แดง ที่คิดว่าเขาผ่านมาหลายสี่แยก ความหวาดเสียว คุณเหมือนอยากให้
แล้วไม่เห็นมีอันตรายเลย ก็หลงไปว่า มีแขนขาจากตัวคุณไปขับแทน ก็เป็น
คงจะปลอดภัยไปตลอด
อำนาจของความมัวเมานั้นยาก
แก่การห้าม หรือขัดขวางอย่างยิ่ง นัก
เล่นกายกรรมเดินไต่ลวด เขาทำให้
หวาดเสียวตื่นเต้น แล้วก็ลง ไม่มีใคร
คิดที่จะอยู่ค้างบนนั้น แต่ลูกของคุณ
ถึงไหน
ไปไม่ได้ เมื่อมันจะชน มันก็ต้องชน
เพราะเหตุมันเกิดนอกตัวเรา
แต่เราไปเอามันมาไว้ในใจ มันก็เลย
กลายเป็นเหตุใหม่ ทุกข์ใหม่เป็นความ
ห่วงใยในชีวิตของลูก แม้พระเทวทัต
ท่านบวชในสมัยพระพุทธองค์ยังทรงมี
ก็เล่นเรื่องราวไป จบเราก็ออกจากโรง
ใจคนที่ศึกษาธรรมะ จึงน่าจะนำจุดนี้
มาคิดให้มาก ๆ ว่า เราเสียดาย เรา
ยอมรับไม่ได้กับการสูญเสีย เราจึงทุกข์
ชีวิตคนเราใช่ว่าจะได้ตลอดกาล
คุณย่อมเคยได้รับมามาก เมื่อเขาเกิด
มาคุณก็รักก็ดีใจ แต่เขาก็เหมือนพระ
เอกตัวละครที่คุณชม คุณกลัวว่าจะ
ตายตอนจบ คุณจึงวางใจเป็นอุเบกขา
ดั่งดูหนังดูละครไม่ได้ เพราะตัวละคร
เป็นสิ่งสมมุติที่ไม่ผูกพันกับตัวเรา แต่
ลูกของคุณมีความผูกพัน เป็นบ่วงรัด
ใจคุณอยู่
พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเมื่อ
ไม่คิดจะลง เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ลง พระชนม์ชีพ พระพุทธองค์ทรงเป็น สองพันกว่าปีมาแล้วว่า ทุกข์เกิดจาก
ที่สุดไม่ใครก็ใครคนหนึ่งคงต้องตกลง สัพพัญญู ผู้รู้แจ้งในโลก แต่ก็ไม่ อะไร จนบัดนี้คนเราก็ยังทุกข์ในเรื่อง
มา นี่แหละที่คุณกลัว แล้วคุณก็รู้สึก สามารถแก้ไขความคิดของพระเทวทัต เช่นนั้นอีก ผมคงไม่อาจเอื้อมที่จะ
ซึ้งยิ่งกว่านั้นว่า มันหมายถึงตกไป ให้กลับเป็นสัมมาทิฏฐิได้เลย ใน บอกให้คุณทำอย่างโน้นอย่างนี้ เพียง
กรณีนี้ก็เช่นกัน คงต้องทำใจกันบ้าง แต่อยากให้คุณทบทวนเรื่องเหล่านี้ว่า
แม้คุณจะขอร้องให้คนทั้งโลก เวลาคุณชมภาพยนตร์ คุณรู้สึก เพราะอะไร เพราะความยึดมั่นถือมั่น
ช่วย ทุกคนก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน โกรธ เศร้า และดีใจไปตามบทบาท เลยทำให้เราเป็นทุกข์และหนักใจ
คือหวังว่าเขาทั้งสองจะได้สติแล้ว ของตัวละคร คุณเคยคิดไหมว่าเขาได้ เหมือนหินที่หน่วงใจเราอยู่
ยอมลงมาจากการเดินบนความเสี่ยงนั้น กำหนดตอนจบไว้แล้ว ไม่ว่าเราจะมี ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าคุณจะถามผม
ไม่มีใครอยากให้เขาตก แต่ใครล่ะจะ อารมณ์ความรู้สึกอย่างไร เราก็คงไม่
มีอำนาจในการสั่ง เมื่อเขายืนอยู่บน สามารถไปแก้ไขเรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม
เส้นทางแห่งความหลงเช่นนั้น
ได้ นอกจากนั่งดูไปจนจบ คุณจะดู
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เมื่อ เฉย ๆ ร้องไห้ หรือหัวเราะ ภาพยนตร์
ไหมว่า ถ้าดิฉันจะปล่อยวางและทำใจ
ให้ว่าง ดิฉันควรจะทำอย่างไรดี...
สุเทพ ทิพย์ภวังค์
มีนาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๗