การตรัสรู้และปัญญาในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 3 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 130

สรุปเนื้อหา

มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วโดยชอบนั้น โดยปริยายเบื้องสูงบ้าง จึงได้ทรง รับสั่งเป็นปุจฉาวิสัชนา เป็นลำดับ ไปว่า กฤญจ เหฏฐิเมน ปริยาเยน ปัญญา สมุมทุกขาตา ภควตา ปัญญาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว โดยปริยายเบื้องต่ำเป็นไฉนเล่า อิธ อริยสาวโก อริยสาวกในธรรมวินัย ของพระตถาคตเจ้านี้ ปญญวา โหติ แสดงไม่ ที่แสดงแล้วนี่ทางศีล ทรงตั้งไว้เป็นเอตทัคคะเลิศกว่าสาวก ไม่ครั่นคร้าม สามอย่างนี้เป็นหน้าที่ ในพระพุทธศาสนา ให้วิสัชนาใน ของสมาธิ ส่วนปัญญาเล่ายังหาได้ สุตตันตปิฎก ปรมัตถปิฎก ทั้งสองนี้ แต่ว่าปรมัตถปิฎกเป็นสำคัญ เป็น ทางปัญญา วินัยปิฎกน่ะเป็นศีล สุตตันตปิฎกเป็นสมาธิ ทางสมาธิ ปัญญาที่จะแสดงต่อไปนี้ ย่อมเป็นผู้มีปัญญา อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต เป็นผู้มาตาม พร้อมแล้วด้วยปัญญา อันเป็นข้อ ปฏิบัติให้ถึงซึ่งค

หัวข้อประเด็น

- การตรัสรู้และปัญญาในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วโดยชอบนั้น โดยปริยายเบื้องสูงบ้าง จึงได้ทรง รับสั่งเป็นปุจฉาวิสัชนา เป็นลำดับ ไปว่า กฤญจ เหฏฐิเมน ปริยาเยน ปัญญา สมุมทุกขาตา ภควตา ปัญญาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว โดยปริยายเบื้องต่ำเป็นไฉนเล่า อิธ อริยสาวโก อริยสาวกในธรรมวินัย ของพระตถาคตเจ้านี้ ปญญวา โหติ แสดงไม่ ที่แสดงแล้วนี่ทางศีล ทรงตั้งไว้เป็นเอตทัคคะเลิศกว่าสาวก ไม่ครั่นคร้าม สามอย่างนี้เป็นหน้าที่ ในพระพุทธศาสนา ให้วิสัชนาใน ของสมาธิ ส่วนปัญญาเล่ายังหาได้ สุตตันตปิฎก ปรมัตถปิฎก ทั้งสองนี้ แต่ว่าปรมัตถปิฎกเป็นสำคัญ เป็น ทางปัญญา วินัยปิฎกน่ะเป็นศีล สุตตันตปิฎกเป็นสมาธิ ทางสมาธิ ปัญญาที่จะแสดงต่อไปนี้ ย่อมเป็นผู้มีปัญญา อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต เป็นผู้มาตาม พร้อมแล้วด้วยปัญญา อันเป็นข้อ ปฏิบัติให้ถึงซึ่งความเกิดความดับ อริยาย นิพเพธิกาย สมนา ทุกฺขก ขยคามินิยา อันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึง ซึ่งความเกิดความดับ อริยาย นิพ เพธิกาย สมมา ทุกฺขกฺขยคามินิยา เป็นตัวสำคัญนัก แต่ว่าไม่ค่อยจะ เอว์ โข เหฏฐิเมน ปริยาเยน ปญฺญา ได้แสดง ที่วัดปากน้ำนี่สมภาร ศีล สมาธิ ปัญญา ทั้งสามนี้ จะเคลื่อนมิได้เลย เพราะศีลมีหน้า เทศน์นี้ได้มาจำพรรษาอยู่วัดปากน้ำ ที่สำหรับปราบปรามชั่วด้วยกาย ฆ่า นี้ ๓๙ พรรษาแล้ว แต่ว่าในทางปัญญา สัตว์ ลักฉ้อ ประพฤติผิดในกาม ชั่วด้วยกายนี้ต้องอาศัยศีลสำหรับ ปราบความชั่วอันนี้ ไม่ให้เข้าไปแตะ ทนตั้งใจจะแสดง ไม่ค่อยแสดงมากนัก แสดงในศีล สมาธิ เป็นพื้นไป ที่นี้ ในทางปัญญา ตามวาระพระบาลีที่ ต้องกับกายได้ให้กายสะอาดผ่องใส ได้ยกขึ้นไว้ในเบื้องต้นว่า กาญจ ถ้าไม่มีศีลแล้วละก็ปราบความชั่ว ปัญญา สมุมทุกขาตา ภควตา สมุมทุกขาตา ภควตา อย่างนี้แล ปัญญาที่พระผู้มีพร้อมแล้วด้วย ปัญญาอันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงซึ่ง ความเกิดดับ ปัญญาที่รู้ความเกิด ดับนั่นเป็นตัวสำคัญ ปัญญานะมี แต่รู้ ไม่ใช่เห็น ปัญญาที่เป็นแต่รู้ แต่เขาว่าเห็นด้วยปัญญาเห็นปัญญา ไม่มีดวงตานี่ ถ้ามีดวงตาค่อยพูด ด้วยกายอย่างนี้ไม่ได้ ฝ่ายสมาธิ ปัญญาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เห็นกัน นี่ปัญญาจะมีดวงตาอย่างไร สำหรับปราบความชั่วทางใจ ความ เกียจคร้านไม่ให้มีทางใจ หรือความ พลั้งเผลอไม่ให้มีทางใจ หรือความ ไม่มั่นคงเหลวไหล ลอกแลก ไม่ให้ แล้วโดยชอบเป็นไฉน เหฏฐิเมนปี ปริยาเย็น ปัญญา สมุมทุกขาตา ภควตา ปัญญาที่พระผู้มีพระภาค เจ้า ตรัสแล้วโดยปริยายเบื้องต่ำบ้าง มีทางใจ แก้ไขให้ใจมั่นคงให้มีสติมั่น อุปริเมนปี ปริยาเย็น ปญฺญา สมา ไม่ฟั่นเฟือนให้มีความเพียรอาจหาญ มทุกขาตา ภควตา ปัญญาที่พระผู้ ไม่มีดวงตาแต่ว่าแปลกประหลาด อัศจรรย์เหลือเกิน เมื่อถึงพระอริย บุคคลแล้ว เป็นธรรมกายแล้ว ถ้า มารไม่ขวางนะ ความเห็นของตาไป แค่ไหน ความรู้ของทางปัญญาก็ไป แค่นั้น ความจำก็ไปแค่นั้น ความ ๑๔ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More