ข้อความต้นฉบับในหน้า
wn snag a du
สรุปอารยธรรมตะวันตก
กับพระพุทธศาสนา
ต่อจากฉบับที่แล้ว
1 ชนม์อยู่นั้น
ระเทศอินเดียในช่วงที่พระพุทธเจ้ามีพระ (ปเสนทิ) กษัตริย์แห่งแคว้นโกศล ถูกพวกขันที
มีการเปลี่ยนแปลงทาง และพราหมณ์มัวเมาด้วยกามคุณ ไม่ปกครอง
เศรษฐกิจจากผลิตเพื่อกินเองใช้เองไปสู่ บ้านปกครองเมืองโดยธรรม ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่
การค้าขายแลกเปลี่ยน ระบบการเมืองพัฒนา กับชนชั้นสูงและพวกพราหมณ์ ทำให้เกิดโจร
ขึ้น ซึ่งจากเดิมกษัตริย์จะทำอะไรมักผ่านระบบ เต็มบ้านเต็มเมือง
กลั่นกรองจากพวกพราหมณ์ และขุนนางก่อน ผิดกับมคธซึ่งพระเจ้าพิมพิสารปกครองอยู่
พวกพราหมณ์จะเป็นผู้ประกอบพิธีกรรม ส่วน มีรูปแบบการจัดการบ้านเมืองแบบประชาธิปไตย
มากจะเป็นการบูชายัญ ขุนนางจะมีบทบาทใน โดยกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เช่น
การปกครอง กษัตริย์มีมเหสีหลายองค์ จึงใช้ พระเจ้าพิมพิสารจะปลดข้าราชการและพนักงาน
พวกขันที” หรือที่เรียกว่า “คนตอน” ซึ่งไม่มี
ความรู้สึกทางเพศ เข้าจัดการระบบบริหารในวัง
พวกพราหมณ์ที่เล่นการเมืองบางกลุ่มถึงขั้นโค่นล้ม
ราชวงศ์ อีกพวกละทิ้งการเมืองเช่น อสิตดาบส
(ผู้พยากรณ์ว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะละทิ้งโลกเป็น
ดาบส) ที่เราเรียกว่ากลุ่มแสวงหา “มวลความรู้”
หรือแสวงหาสัจธรรม เป็นขบวนการสร้างสรรค์
ทางปัญญา ไม่ติดยึดกับระบบและโครงสร้าง
ของอิทธิพลความคิดล้าหลัง
ของรัฐที่โกงกิน ขูดรีดประชาชน หรือทำงาน
แบบเช้าชามเย็นชามเป็นต้น พระเจ้าพิมพิสาร
ทรงเปิดโอกาสให้ตั้งสภาชุมชน โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน
ในเขตปกครองมาประชุมหารือเกี่ยวกับราชการ
งานเมือง และพระองค์จะเข้าไปร่วมทุกข์สุข
ตรวจราชการงานเมือง ในขณะที่พระองค์ทรง
ดำเนินนโยบายการต่างประเทศด้วยวิธีรักสันติเช่น
กับแคว้นคันธาระ ทรงขยายเขตการค้าโดยยึด
เมืองจามปา นครหลวงของแคว้นอังคะ และมี
การที่พระเจ้าสุทโธทนะมีความสัมพันธ์กับ พาณิชย์นาวีตามลุ่มน้ำคงคาด้วย
พวกฤษีและดาบส แสดงถึงสาธารณรัฐของ หลังจากพุทธปรินิพพานแล้ว ช่วงที่ศาส
พระองค์มีความก้าวหน้า แต่พระเจ้าปเสนจิตร นิกชนในบวรพุทธศาสนามีปริมาณมากที่สุด มาก
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๓ ปีที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๓
โดย ชัยสิริ สมุทวณิช
๖๒ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๖