การบวชและการค้นพบเป้าหมายชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 3 หน้า 56
หน้าที่ 56 / 130

สรุปเนื้อหา

กัลยาณมิตร... เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ “เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะบวชเลยครับ เห็นว่าการเป็นพระภิกษุเป็นชีวิตที่ลำบาก ยังนึกดีใจว่าได้เกิดในครอบครัวคนจีนจะ ๆ ได้ไม่ต้องบวชแบบคนไทย เพื่อน ๆ เขาก็ ชวนผมมาบวช ๓-๔ วันแรกไปฝึกภาคสนาม ที่แก่งกระจาน เมื่อมาถึงวัดกางกลดวัน แรก ฝนก็ตกหนักมาก ใครกางกลดไม่ดี ชีวิตมีเป้าหมาย ก่อนนี้เราได้เรียนวิชาศีลธรรม ก็ ไม่ได้ศรัทธา หรือเห็นคุณค่าของธรรมะแต่ อย่างใด ความรู้เหล่านั้น ไม่ได้นำออกมา ใช้เลย แต่จะใช้ชีวิตตามสังคมอย่างเช่นเขา กินเหล้า เราก็กินด้วย แต่พอได้มาบวช แล้วทำให้ได้รู้เป้าหมายชีวิตที่แท้จริง สิ่งที่ เราผิดพลาดไปแล้ว ก็เพราะความไม่รู้ หลวงพ่อสอนให้เรามีหิริโอตตัปปะ ตอนนี้ นอนไม่ได้ครับ เพราะมั่ง ที่นอนเปียกหมด รู้แล้ว ถ้ายังขึ้นไปทำอีก นี่แสดงว่า ขาด คืนต่

หัวข้อประเด็น

- การบวชและการค้นพบเป้าหมายชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กัลยาณมิตร... เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ “เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะบวชเลยครับ เห็นว่าการเป็นพระภิกษุเป็นชีวิตที่ลำบาก ยังนึกดีใจว่าได้เกิดในครอบครัวคนจีนจะ ๆ ได้ไม่ต้องบวชแบบคนไทย เพื่อน ๆ เขาก็ ชวนผมมาบวช ๓-๔ วันแรกไปฝึกภาคสนาม ที่แก่งกระจาน เมื่อมาถึงวัดกางกลดวัน แรก ฝนก็ตกหนักมาก ใครกางกลดไม่ดี ชีวิตมีเป้าหมาย ก่อนนี้เราได้เรียนวิชาศีลธรรม ก็ ไม่ได้ศรัทธา หรือเห็นคุณค่าของธรรมะแต่ อย่างใด ความรู้เหล่านั้น ไม่ได้นำออกมา ใช้เลย แต่จะใช้ชีวิตตามสังคมอย่างเช่นเขา กินเหล้า เราก็กินด้วย แต่พอได้มาบวช แล้วทำให้ได้รู้เป้าหมายชีวิตที่แท้จริง สิ่งที่ เราผิดพลาดไปแล้ว ก็เพราะความไม่รู้ หลวงพ่อสอนให้เรามีหิริโอตตัปปะ ตอนนี้ นอนไม่ได้ครับ เพราะมั่ง ที่นอนเปียกหมด รู้แล้ว ถ้ายังขึ้นไปทำอีก นี่แสดงว่า ขาด คืนต่อไปก็ต้องหาวิธีการป้องกันว่า ทํา ปัญญา อย่างไรน้ำจึงจะท่วมไม่ถึง กางอย่างไร เมื่อลาสิกขาไปแล้วก็ถือศีล ๕ อย่าง ลมพัดแล้วไม่หลุด ประทับใจการนอนกลดมาก ผมเองเกิดมาในครอบครัวคนจีน มี ๆ ชีวิตที่สะดวกสบายพอสมควร ต้องมานอน ในกลดแคบ ๆ จึงได้คิดว่า จริง ๆ แล้ว คนเราไม่ต้องการอะไรมากมาย มีบ้านคือ กลดเพียงหลังเดียวก็อยู่ได้ ฉันอาหารก็ต้องรู้จักประมาณ จะ ทำอะไรต้องเร็วหมด อาบน้ำก็ต้องเร็ว ซัก ผ้าก็ต้องเร็ว ทุก ๆ อย่างต้องทำให้ทันเวลา วันบวชได้พบหน้าพ่อแม่เป็นครั้งแรก หลังจากเข้าวัดมาเดือนกว่า พอกล่าวคำ ขอขมาต่อหน้าพ่อ แม่ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน ปีติใจมากครับ และที่ประทับใจที่สุดคือ การเดินธุดงค์ เดินประมาณวันละ ๒๐ กิโลเมตร เท้าพองไปหมด ผมเห็นพระ อาจารย์บางรูป เท้าพองเป็นน้ำหมดเลยทั้ง เท้า ก็ยังสู้เดิน เราเองจะท้อถอยได้อย่างไร อีกทั้งประทับใจที่ได้เห็นญาติโยมทั้ง ๒ ข้างทาง นำข้าวปลาอาหารมาถวายกันเยอะ จนฉันไม่หมด และทำให้ได้เห็นชีวิตประชา ชนในชนบทว่า ชีวิตจริง ๆ เขาอยู่กันอย่างไร เมื่อมาถึงวัดก็มีญาติโยมมาคอยต้อนรับ คุณสมเชษฐ์ เจียรนัยศิลป ธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๖ จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง เคร่งครัด เราเปิดตัวเองมากขึ้นว่า ชอบ หรือไม่ชอบอะไร เพื่อน เรียกผมว่า เต้าหยิน (นักบวช) แรก ๆ ทำใจลำบาก เพื่อนชวนบ่อย ๆ ก็เกรงใจเขา เอ้าไปก็ได้ แต่ไม่ดื่มนะ นั่งกินกับแกล้มอย่างเดียว หลัง ๆ เพื่อนก็เลยไม่ชวน รอดตัวไป ใน การทำงานเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีและ สมบูรณ์ การที่ผลงานจะดีหรือไม่นั้น ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าต้องเฮไหนเฮนั่น ๆ อยากจะฝากกับเพื่อนๆ ที่ลาสิกขา ไปแล้วนะครับ ปกติคนไทยเรามักจะเกรง ใจผู้ใหญ่หรือเพื่อนถ้าชวนเราแล้วจะปฏิเสธ ไม่ค่อยออก และถ้าเรามีทีท่าว่าไม่ต่อต้าน กับสิ่งนั้น เราก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ เขาก็จะ ชวนอยู่เรื่อย ๆ แล้วเราก็จะเผลอผิดศีล ตามอย่างเขาไปด้วย เราจึงต้องหนักแน่น หมั่นฟังธรรมะบ่อย ๆ คบหากัลยาณมิตร ซึ่งถือว่าเป็นมงคลขั้นต้น คือการไม่คบ คนพาล ให้คบบัณฑิต ถ้า ๒ ข้อนี้ทำไม่ได้ โยมอุบาสกก็เช็ดเท้านวดเท้าให้โดยไม่รู้สึก ก็ยากที่จะประคับประคองตัวเองให้อยู่บน รังเกียจเลย เราเองก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องทำตัว เส้นทางนี้ได้ ให้น่าเลื่อมใสยิ่งขึ้น สำหรับตัวผมเอง การมาวัดทุกวัน อ่านต่อหน้า ๔๔ 66 การอบรมธรรมทายาทจิง เป็นโอกาสทองของชีวิต ลูกผู้ชาย ที่จะได้ลองพิสูจน์ ดูว่า การอยู่ธุดงค์ การก่อ ศีล ๘ ศีล ๑๐ หรือศีล ๒๒๗ บ่อ นอนในกล หลังน้อย ๆ ก็สามารถมีชีวิต อย่างมีความสุขได้ มีนาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More