ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้เป็นใหญ่ควรมีธรรม
เครื่องชักเหนียว ใจ
น้อยกล่าวคือ มีการเสียสละ
ทรัพย์ และเวลา เพื่อผู้
น้อยตามโอกาสอันควร
โดยธรรมดาผู้น้อย
ย่อมหวังฟันผู้ใหญ่
ของตน
W
หลายมโหฬารยิ่ง
ระเจ้าโปรสาทได้ทรง เหล่านั้นไม่อาจนำติดตัวไปได้เมื่อสิ้นชีพ
กระทำสักการะแก่พระ แล้ว จึงควรแปรสภาพทรัพย์ให้เป็นบุญ
โพธิสัตว์ และกษัตริย์ทั้ง เป็นกุศล
เพื่อจักติดตามตนไปใน
สัมปรายภพ อำนวยความสุขให้ต่อไป
ทั่วชมพูทวีปเกิดการโจษจันกัน หากพระราชาทำได้เช่นนี้ก็จะเป็นทิฏฐา
เลื่องลือว่า บัดนี้พระโพธิสัตว์สุดโสมได้ นุคติให้คนมั่งคั่งทั้งหลายดำเนินตาม
ฝึกพระเจ้าโปรสาทให้มั่นอยู่ในศีล ตั้ง บ้านเมืองจักร่มเย็น
อยู่ในธรรมแล้ว และให้ดำรงอยู่ในราช
สมบัติ
ประชาชนชาวนครอินทปัตรภูมิ
ใจ ในพระราชาของตนอย่างใหญ่หลวง
อนึ่ง กษัตริย์จึงตั้งตนอยู่ใน
ราชธรรม ๑๐ ประการ คือ
๑. ทาน ตามที่กล่าวแล้ว
๒. ศีล การรักษากายวาจาให้
ได้ส่งทูตไปเชิญเสด็จพระโพธิสัตว์กลับ เรียบร้อย เว้นการเบียดเบียน
พระนคร กษัตริย์แห่งโกรัพยะประทับ
๓. บริจาค คือการสงเคราะห์
อยู่ในนครพาราณสีนั้นประมาณเดือนหนึ่ง อนุเคราะห์แก่ข้าราชการและข้าราชบริ
ตรัสสอนพระเจ้าโปรสาทให้หมั่นทำบุญ พารตามควรแก่ฐานะ
ทำทาน โดยให้ตั้งโรงทานขึ้น ๕ แห่ง ๔. อาชวะ ความซื่อตรง เป็นผู้
คือที่ประตูพระนคร ๔ แห่ง และที่ประตู ซื่อตรงต่อราษฎรไม่หลอกลวงราษฎร มี
พระราชวังอีกแห่งหนึ่ง ให้ทรงบำเพ็ญ สัจจะต่อเขา จะประพฤติสิ่งใดให้นึกถึง
ประพฤติทศพิธราชธรรม ๑๐ ความเดือดร้อนหรือความเป็นสุขของ
ประการ ไม่มีอคติ (ลำเอียง) ในการ ราษฎรก่อน
วินิจฉัยคดีโดยมีพระดำรัสขยายความว่า
ทาน
๕. มัทวะ ความอ่อนโยน ไม่แข็ง
“ผู้เป็นใหญ่ควรมีธรรมเครื่อง กระด้างด้วยถือตนว่าเป็นพระราชา รู้จัก
ยึดเหนี่ยวน้ำใจผู้น้อยกล่าวคือ มีการ ให้เกียรติผู้ทรงคุณวุฒิวิทยา และคนชรา
เสียสละทรัพย์และเวลา เพื่อผู้น้อยตาม ผู้เฒ่าผ่านโลกมานาน
โอกาสอันควร โดยธรรมดาผู้น้อยย่อม
หวังพึ่งผู้ใหญ่ของตน”
๖. ตบะ ประพฤติตนเป็นคน
น่าเกรงใจ ไม่วางตัวต่ำจนราษฎรดูหมิ่น
“การตั้งโรงทานให้ทานนั้น จริง และไม่วางตัวสูงจนเข้ากับราษฎรไม่ได้
อยู่อาจมีบางคนที่มาขอเพราะเกียจคร้าน ให้ราษฎรรู้สึกว่า การทำอะไรให้พระ
ทำงาน แต่อาจมีคนจำนวนมากที่มีความ ราชาของเขากริ้วนั้น เป็นความทุกข์
ลำบากจริง ๆ จึงต้องบากหน้ามาพึ่งการ อย่างใหญ่หลวงของเขา ให้เขามีความ
ได้สงเคราะห์คนที่มีความลำบากจริง ๆ รู้สึกอย่างจริงใจเช่นนี้
แม้เพียงสักคนหนึ่ง ก็ก่อให้เกิดปีติ ต้องพยายามใช้คุณธรรมเผาผลาญความ
ปราโมชแก่ผู้ให้ไปนาน ระลึกขึ้นทีไรก็มี ชั่วที่เกิดขึ้นในพระทัย อย่าให้รั่วไหล
ความชุ่มชื่นใจทุกครั้ง อนึ่งเล่า คนที่ให้ ออกมาทางกายวาจาได้ จะเป็นที่ดูหมิ่น
ทานได้มากเพราะมีทรัพย์อยู่มาก ทรัพย์ ของราษฎร ทั้งหมดนี้เรียกว่า ตบะ
และพระราชา
มีนาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๑