การแต่งงานของปิปผลิมาณพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 3 หน้า 107
หน้าที่ 107 / 130

สรุปเนื้อหา

กาปิลานี้ได้ตกลงเพราะเห็นว่าคู่ควร และคอยดูว่าพวงดอกไม้ของใครเหี่ยว สอบถามได้ความแล้ว จึงชวน กันพาไปบ้านของพราหมณ์ “โกลิย โคตร” เพื่อสู่ขอนางกับพ่อแม่ พร้อม กับมอบดอกไม้ทองคำราคาหนึ่งแสน ตำลึง และรูปหล่อทองคำให้เป็น เครื่องบรรณาการ พ่อแม่ของภัทท กัน สองไม่มีความยินดีในการแต่งงาน เลย เมื่อพิธีแต่งงานผ่านไป ทั้งสอง จำต้องนอนเตียงเดียวกัน แต่ไม่ เคยเกี่ยวข้องกันฉันสามีภรรยาเลย ทั้งสองอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง เวลานอน ให้คนใช้นําเมล็ดงา ล กระบุงไป ตากแดด ขณะนั้นได้มีฝูงกามาจิก กินสัตว์เล็กๆ ที่ปะปนอยู่กับเมล็ดงา จึงถามว่า “บาปอันเกิดจากการ กระทำดังนี้ตกแก่ใคร” พอคนใช้ ทั้งสองเอาพวงดอกไม้มากั้นกลาง ตอบว่า “ตกอยู่กับนาง” จึงคิดว่า “เราควรจะได้ผ้านุ่งสัก ๔ ศอก ข้าว เฉาแสดงว่าผู้นั้นมีจิตราคะเกิดขึ้น สุ

หัวข้อประเด็น

- การแต่งงานของปิปผลิมาณพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กาปิลานี้ได้ตกลงเพราะเห็นว่าคู่ควร และคอยดูว่าพวงดอกไม้ของใครเหี่ยว สอบถามได้ความแล้ว จึงชวน กันพาไปบ้านของพราหมณ์ “โกลิย โคตร” เพื่อสู่ขอนางกับพ่อแม่ พร้อม กับมอบดอกไม้ทองคำราคาหนึ่งแสน ตำลึง และรูปหล่อทองคำให้เป็น เครื่องบรรณาการ พ่อแม่ของภัทท กัน สองไม่มีความยินดีในการแต่งงาน เลย เมื่อพิธีแต่งงานผ่านไป ทั้งสอง จำต้องนอนเตียงเดียวกัน แต่ไม่ เคยเกี่ยวข้องกันฉันสามีภรรยาเลย ทั้งสองอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง เวลานอน ให้คนใช้นําเมล็ดงา ล กระบุงไป ตากแดด ขณะนั้นได้มีฝูงกามาจิก กินสัตว์เล็กๆ ที่ปะปนอยู่กับเมล็ดงา จึงถามว่า “บาปอันเกิดจากการ กระทำดังนี้ตกแก่ใคร” พอคนใช้ ทั้งสองเอาพวงดอกไม้มากั้นกลาง ตอบว่า “ตกอยู่กับนาง” จึงคิดว่า “เราควรจะได้ผ้านุ่งสัก ๔ ศอก ข้าว เฉาแสดงว่าผู้นั้นมีจิตราคะเกิดขึ้น สุกสัก ทะนานเท่านั้น ถ้าบาป ๑ ของปิปผลิมาณพุทราบ ครั้นปิปผลิ เหี่ยวเฉาเลยตั้งแต่วันแรกแต่งงาน มาณพุทราบแล้วก็คิดว่าจักหาอุบาย จนกระทั่งมารดาบิดาได้ตาย พราหมณ์ได้ส่งข่าวให้พ่อแม่ แต่ดอกไม้ที่วางกั้นกลางเอาไว้ไม่เคย อกุศลที่ผู้อื่นกระทำแล้วจะมีแก่เรา ที่จะไม่ต้องแต่งงานกับนาง จึงลอบ จากไป ปิปผลิมาณพได้จัดแจงดูแล ส่งจดหมายมีใจความว่าขอร้องภัท ทรัพย์สมบัติทั้งปวง ซึ่งมีอยู่ ๔๐ โกฏิ เราก็ไม่อาจข้ามพ้นจากวัฏฏสงสารได้” จึงคิดจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ กับปิปผลิมาณพ ตนเองจะออกบวช เมื่อทั้งสองได้มีโอกาสพูดคุย ทกาปิลานี้ อย่าได้แต่งงานกันเลย ผงทองคำที่เขาบดไว้สำหรับทาตัว และทราบความประสงค์ของกันและ เพราะตนเองปรารถนาจะออกบวช แล้วทิ้งเสียในวันหนึ่ง ๆ ประมาณ กันแล้วจึงตกลงใจออกบวชในวันนั้น ไม่ปรารถนาการอยู่ครองเรือนเลย ๑๒ ทะนาน เหมืองน้ำซึ่งมีเครื่อง ให้คนใช้ไปซื้อบาตรและผ้าย้อมฝาด โดยให้คนใช้นำไป ฝ่ายภัททกาปิ ยนต์พร้อม ๖๐ เหมือง บ้านทาส แล้วผลัดกันโกนผมให้แก่กันและกัน ลานี้ก็ได้ลอบส่งจดหมาย มีใจความ กรรมกรที่มีความใหญ่โตเท่ากับเมือง หลังจากอาบน้ำชำระกายเสร็จ ก็นั่ง เช่นเดียวกับจดหมายของปิปผลิ “อนุราชธานี” มีประมาณ ๑๒ โยชน์ มาณพมาให้เช่นเดียวกัน เมื่อคนใช้ ทั้งสองมาเจอกันระหว่างทาง ต่าง สอบถามว่าเป็นจุดหมายของใคร เมื่อทราบแล้ว จึงตกลงใจเปิดดูข้อ ความในจดหมายนั้น เห็นว่าไม่ต้อง กองช้าง ๑๔ กอง กองม้า ๑๔ กอง กองรถ ๑๕ กอง วันหนึ่งปิปผลิมาณพได้ไป ตรวจดูไร่นา ขณะที่ยืนอยู่นั้นได้เห็น ฝูงกาจำนวนหนึ่ง ลงมาจิกกินไส้ ตามประสงค์ของพ่อแม่ของทั้งสอง เดือนจึงถามคนรับใช้ว่า “บาปนี้ตก ฝ่าย จึงฉีกจดหมายฉบับเดิมทิ้ง แล้วเขียนขึ้นมาใหม่ มีใจความแสดง ความยินดีที่จะแต่งงานกัน แล้วนำ ไปมอบให้กับบุคคลทั้งสอง ในที่สุดพิธีแต่งงานระหว่าง ปิปผลิมาณพผู้มีอายุ ๒๐ ปี กับ ภัททกาปิลานี้ผู้มีอายุ ปี ก็มีขึ้น ท่ามกลางความปลื้มอกปลื้มใจของ พ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับคนทั้ง ๑๖ ๔๔ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๖ แก่ใคร” คนใช้ตอบว่า “ข้าแต่นาย บาปก็มีแก่ท่านผู้เป็นนาย” เมื่อ ทราบดังนั้น ปิปผลิมาณพจึงมาคิด ว่ามีประโยชน์อะไรกับการมีทรัพย์ สมบัติมากมายมหาศาล แต่ต้องมา รับบาปอันเกิดจากทรัพย์สมบัตินั้น เราจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับ นางภัททกาปิลานี้แล้วเราจักออกบวช ฝ่ายนางภัททกาปิลานี้ ได้ ห่มผ้ากาสายะนั้น ครั้นแล้วกล่าวว่า “พระ การ อรหันต์เหล่าใดมีอยู่ในโลก บรรพชาของเราทั้งสองมีเฉพาะต่อ พระอรหันต์เหล่านั้น” แล้วเดินลง จากปราสาทไป ไม่มีผู้ใดจำได้ มี แต่ข้าทาสจำนวนหนึ่งสังเกตดูจาก กิริยาท่าทาง จึงได้ทราบว่าเป็น เจ้านายของตน ต่างพากันร้องห่ม ร้องไห้ เฝ้าวิงวอนให้เจ้านายทั้งสอง อย่าได้ทิ้งพวกตนไป ปิปผลิมาณพได้กล่าวว่า “ดู ก่อนท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าทั้งสอง ไม่ได้คิดทอดทิ้งพวกท่าน แต่ที่ออก บรรพชาเพราะภพทั้ง ๓ มาปรากฏ เหมือนกระท่อมที่ถูกไฟไหม้อยู่ ถ้า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More