ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลัก
การอบรมจะเน้นการนั่งสมาธิเป็น
นั่งสมาธิกันประมาณวันละ ๑๒
ชั่วโมง กลางคืน หลวงพ่อท่านก็ปักกลด
จำวัดอยู่ใกล้หอระฆัง พอตีสามสี่สิบห้านาที
ตื่นจากจำวัดก็ตีระฆังปลุก ธรรมทายาท
พระสมชาย ฐานวุฑโฒ
ธรรมทายาท รุ่นที่ ๖ แพทยศาสตร์บัณฑิต
อดีตประธานชมรมพุทธศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
66
ธรรมทายาทก็ปักกลดกัน
บนท้องนากลางแจ้ง ไม่มี
ต้นไม่ ไม่มีสิ่งอำนวยความ
สะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีใฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา
สิ่งก่อสร้างต่างๆ
ใช้มีทั้งสิ้น
99
๓๐ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๓๖
ด้อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จากนั้น
ท่านได้ดูแลการอบรมธรรมทายาท
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๓๒ ปัจจุบัน
กำลังศึกษาปริญญาโท สาขาปรัชญา
อินเดีย ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ท่านได้เล่าถึงอดีตให้ฟังว่า...
“การอบรมธรรมทายาทรุ่นแรกนั้น
ลำบากมาก มีผู้เข้ารับการอบรม ๖๐ คน
ซึ่งปักกลดอยู่ห่าง ๆ กัน ก็จะตื่นเก็บกลด
แล้วจุดคบเพลิงถือเดินมาปฏิบัติธรรมร่วมกัน
สถานที่ปฏิบัติธรรมก็ใช้เต็นท์กางบนผืนนา
นั่นเอง กลางวันอากาศร้อนจัด นั่งสมาธิ
ในเต็นท์นี่เหงื่อหยดจากปลายคางยิ่ง ๆ เลย
กลางคืนก็มียุงเป็นเพื่อน ไม่มีการใช้ยากัน
ยุงใด ๆ ทั้งสิ้น อาบน้ำก็ใช้น้ำคลอง น้ำดื่ม
ก็ใช้น้ำคลองแกว่งสารส้ม แล้วต้มเอา
บางคราวก็ให้ทุกคนตั้งสัจจะไม่พูด
กัน ๓ วัน นั่งสมาธิกันเต็มที่ เลยมีเกร็ดข่า
ขันเกิดขึ้นหลายเรื่อง มีธรรมทายาทท่าน
หนึ่ง ก่อนการอบรมมีนิสัยช่างพูดมาก เมื่อ
ตั้งสัจจะไม่พูดกัน ๓ วัน วันแรกวันที่ ๒
พอทนได้ แต่พอถึงวันที่ ๓ สุดทนเลยหา
ทางออกด้วยการไปยืนพูดกับต้นยูคาลิปตัส
แทน
อีกท่านหนึ่งอายุมากเกือบ ๔๐ ปี
แล้ว มีศรัทธามาอบรมด้วย คืนหนึ่งฟัง
หลวงพ่อท่านเทศน์ก็ตั้งสัจจะว่าจะนั่งสมาธิ
ไม่ยอมเปลี่ยนท่านั่ง จนกว่าจะเทศน์จบ
ซึ่งปกติหลวงพ่อจะเทศน์ประมาณ ๑๕-๓๐
แต่เผอิญคืนนั้นเทศน์นานถึง
นาที
๓
ส่วนใหญ่เป็นนิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตร ชั่วโมง ตอนเริ่มต้นก็ยังดี แต่พอนาน ๆ เข้า
ศาสตร์
พระอาจารย์ที่ให้การดูแลการ
อบรมสมัยนั้น คือ พระภาวนาวิริยคุณ
(หลวงพ่อทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระ
ธรรมกายในปัจจุบัน ซึ่งท่านบวชได้เพียง
๒ เดือนเศษ และท่านก็เป็นพระอาจารย์
อบรมธรรมทายาททุกรุ่น ตั้งแต่ต้นจนถึง
ปัจจุบัน
สมัยนั้นวัดเพิ่งขุดดูรอบวัดเสร็จ
พื้นที่วัดยังเป็นทุ่งนาฟ้าโล่ง ธรรมทายาทก็
ปักกลดกันบนท้องนากลางแจ้ง ไม่มีต้นไม้
ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา สิ่งก่อสร้างต่างๆ
ไม่มีทั้งสิ้น
ๆ
ความปวดเมื่อยก็ทวีมากขึ้น ๆ จะเปลี่ยน
ท่านั่งก็ไม่ได้ เพราะตั้งสัจจะไว้แล้ว ได้แต่
บิดตัวไปมา ซ้ายทีขวาที พอเทศน์จบ ตัว
๑๐
เลยเลื่อนไปอยู่ท้ายเต็นท์ ห่างไปตั้ง
เมตร ก็เป็นเรื่องขำ ๆ ที่คุยสู่กันฟังมานาน
ทีเดียว ที่ทนไม่ไหวกลับกันไปกลางคันก็
หลายคน
ส่วนที่อบรมจนครบหลักสูตร ก็
เป็นผู้ที่รักการปฏิบัติธรรมจริง ๆ เมื่อจบ
การอบรมแล้ว ธรรมทายาทรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า
“รุ่นทนทายาด” และได้เป็นกำลังกลับไป
ฟื้นฟูตั้งชมรมพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ขึ้นมาใหม่”