การบวชของปิปผลิมาณพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 3 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 130

สรุปเนื้อหา

ข้าพเจ้าทั้งสองจะรอเวลาปลดพวก ท่านให้เป็นไททีละคน ๆ รออยู่จน เวลาได้ร้อยปีก็หาเพียงพอไม่ฉะนั้น ข้าพเจ้าทั้งสองอนุญาตให้พวกท่าน เป็นไทได้หมดทุกคน" หลังจากปลดปล่อยทาสทั้ง หลายให้เป็นไทกันแล้ว ทั้งสองจึง ได้เดินทางต่อไป ปิปผลิมาณพเดิน นำหน้า ภัททกาปิลานี้เดินตามหลัง ขณะนั้นปิปผลิมาณพเกิดความคิดขึ้น ว่า “ภัททกาปิลานี้ผู้กำลังเดินตาม หลังเรามานี้เป็นสตรีที่ควรค่ากับ ชมพูทวีปทั้งสิ้น จะต้องมีใครสักคน หนึ่งคิดว่า บุคคลทั้งสองนี้บวชแล้ว ยังไม่อาจแยกจากกันได้ จะเป็นการ ไม่สมควร และผู้ที่คิดอย่างนี้จะต้อง ตกไปในอบายภูมิ เราควรแยกจาก นางภัททกาปิลานี้เสีย” - เมื่อมาถึงทาง ๒ แพร่ง บุคคลทั้งสองมีความคิดตรงกันที่ จะแยกทางกัน ปิปผลิมาณพเดินไป ทางแยกข้างขวา นางภัททกาปิลานี เดินไปทางแยกเบื้องซ้าย ขณะที่ พระรา

หัวข้อประเด็น

- การบวชของปิปผลิมาณพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ข้าพเจ้าทั้งสองจะรอเวลาปลดพวก ท่านให้เป็นไททีละคน ๆ รออยู่จน เวลาได้ร้อยปีก็หาเพียงพอไม่ฉะนั้น ข้าพเจ้าทั้งสองอนุญาตให้พวกท่าน เป็นไทได้หมดทุกคน" หลังจากปลดปล่อยทาสทั้ง หลายให้เป็นไทกันแล้ว ทั้งสองจึง ได้เดินทางต่อไป ปิปผลิมาณพเดิน นำหน้า ภัททกาปิลานี้เดินตามหลัง ขณะนั้นปิปผลิมาณพเกิดความคิดขึ้น ว่า “ภัททกาปิลานี้ผู้กำลังเดินตาม หลังเรามานี้เป็นสตรีที่ควรค่ากับ ชมพูทวีปทั้งสิ้น จะต้องมีใครสักคน หนึ่งคิดว่า บุคคลทั้งสองนี้บวชแล้ว ยังไม่อาจแยกจากกันได้ จะเป็นการ ไม่สมควร และผู้ที่คิดอย่างนี้จะต้อง ตกไปในอบายภูมิ เราควรแยกจาก นางภัททกาปิลานี้เสีย” - เมื่อมาถึงทาง ๒ แพร่ง บุคคลทั้งสองมีความคิดตรงกันที่ จะแยกทางกัน ปิปผลิมาณพเดินไป ทางแยกข้างขวา นางภัททกาปิลานี เดินไปทางแยกเบื้องซ้าย ขณะที่ 66 พระราชเทวีตรัสเตือนให้ พระเจ้านับทราบระลึกถึง สมบัติที่ได้มาในปัจจุบันว่า เป็นผลมาจากการสร้างบุญ กุศลในอดีต แด่บุญกุศลใน ปัจจุบันอันเป็นเหตุบ่ามา แห่งโภคทรัพย์ในวันข้าง หน้ายังมิได้ทรงกระทำ บุคคลทั้งสองแยกทางกัน ก็บันดาล ให้บังเกิดเสียงฟ้าร้อง แผ่นดินไหว 99 ด้วยอานุภาพแห่งความดีของบุคคล ทั้งสอง ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ในพระคันธกุฎี ณ พระ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ ได้ สดับเสียงแผ่นดินไหว ทรงทราบเหตุ ด้วยพระโพธิญาณแล้ว จึงได้เสด็จ มาต้อนรับปิปผลิมาณพสิ้นระยะทาง เส้น แล้วประทับนั่งที่โคนต้น moo ไทร ซึ่งมีชื่อว่า “พหุปุตตกนิโครธ” อยู่ระหว่างเมืองราชคฤห์และเมือง ทําให้ตน นาลันทาต่อกัน ทรงเปล่งพระรัศมี แผ่ปกคลุมไปโดยรอบ นิโครธซึ่งมีกิ่งสีขาวมีสีดุจดังทองคำ ปิปผลิมาณ แลเห็นพระผู้มีพระ ภาคเจ้าแต่ไกล แม้ไม่รู้จักแต่ก็คิดว่า “ท่านผู้นี้แหละจักเป็นศาสดาของ เรา” ได้เข้าไปกราบพระสัมมาสัม พุทธเจ้าพร้อมกับกราบทูลว่า “ข้าแต่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็นศาสดาของข้าพระองค์ ส่วนข้าพระองค์เป็นสาวกของพระ องค์” ดังนี้ ๓ ครั้ง พระผู้มีพระ ภาคเจ้าทรงอนุญาตให้ปิปผลิมาณพ บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ด้วยการประทานโอวาท ๓ ข้อ ซึ่ง มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์สังยุตตนิกาย นิทานวรรคว่า ๑.กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า เราจักเข้าไปตั้งความละอายและ ความเกรงใจไว้ในภิกษุทั้งหลายที่ เป็นผู้เฒ่า ผู้ใหม่ และปานกลาง อย่างแรงกล้า ๒.เราจักฟังธรรมอย่างใด อย่างหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยกุศล เราจักเงี่ยหูฟังธรรมนั้น พิจารณา เนื้อความ ๓.เราจักไม่ละสติที่เป็นไป ในกาย คือพิจารณาร่างกายเป็น อารมณ์ ครั้นพระพุทธองค์ทรงประ ทานโอวาทแก่พระกัสสปะแล้ว ก็ได้ ออกเดินทางต่อไป ปิปผลิมาณพผู้ มีนาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More