ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทิเบต : ดินแดนแห่งพระสงฆ์ เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าไปในทิเบตเป็นครั้งแรกนั้น มีกษัตริย์ปกครอง ครั้นถึง
คริสต์ศตวรรษที่ ๙ ราชสำนักอ่อนแอ ทิเบตเกิดความวุ่นวายและระส่ำระสายเป็นเวลากว่า ๑๐๐ ปี ต่อมาในต้นคริสต์
ศตวรรษที่ ๑๑ นับเป็นยุคที่ ๒ ของพุทธศาสนาในทิเบต อำนาจการปกครองประเทศอยู่ภายใต้คณะสงฆ์ (มีการ
แก่งแย่งอำนาจระหว่างสำนักต่าง ๆ ) จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ พระในสำนักสงฆ์เกลุกส์ปะ ผู้สวมหมวกสีเหลือง
เป็นสัญลักษณ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นดาไล ลามะ ทำให้สำนักนี้เจริญรุ่งเรืองที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗
ภาพนี้ (บน) จึงแสดงให้เราเห็นถึงอำนาจและความรุ่งเรืองของสำนักสงฆ์เกลุกส์ปะ ผู้ก่อตั้งสำนักนี้ คือ ต้องกะปะ
(ค.ศ.๑๓๕๗-๑๔๑๙) ที่เราเห็นร่างท่านเด่นที่สุดในภาพ นั่งขัดสมาธิเพชรบนบัลลังก์ดอกบัว ภายใต้สัปทน รอบ ๆ เต็ม
ไปด้วยพระและวัดของสำนักหมวกเหลือง
กว่าพราหมณ์หรือศาสนาอื่น ๆ ได้แก่ ช่วงปี ๒๐๐ และกลุ่มพราหมณ์ซึ่งเป็นชนชั้นปกครองกุมอำนาจ
ก่อนคริสตกาลจนถึงประมาณปี ค.ศ.๒๐๐ เรา
จะพบว่า มีถาวรวัตถุทางศาสนาพุทธมากมาย
กระจายไปในหลายพื้นที่มากที่สุด สถูปและ
เจดีย์มีมากมาย กลุ่มชนที่ทะนุบำรุงพุทธศาสนา
มีทั้งกษัตริย์ เจ้าชายในราชวงศ์ต่างๆ พ่อค้า
วานิช กลุ่มช่างฝีมือ และสามัญชน
เหนือกษัตริย์ในเวลานั้นบงการอยู่
นับแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๒ ไปจนถึงช่วงปี
ค.ศ.๕๕๐ ศาสนาพุทธซึ่งเริ่มเผยแผ่มาตั้งแต่สมัย
พระเจ้ากนิษกะ (ค.ศ.๑๒๐-๑๖๒) ในอินเดียตอน
เหนือ ได้เป็นศูนย์กลางแห่งโลกตะวันออก เป็น
ทวีปใจกลางโลก ที่เชื่อมโยงจีนในตะวันออกไกล
กล่าวได้ว่า ยุคทองของศาสนาพุทธหลัง กับโรมันให้ติดต่อถึงกัน ผ่านทางการแลกเปลี่ยน
พุทธกาลเกิดควบคู่กับการพัฒนาพาณิชย์โพ้น สมณทูต หรือการเดินทางธุดงค์ของพระสงฆ์
ทะเล ความสามารถในการเดินเรือที่อาศัยมรสุม และทูตศาสนาไปพร้อมกับพ่อค้าเช่น กาลานุส
พาเรือพาณิชย์ข้ามทวีป จากยุโรปสู่ประเทศจีน ไปยังกรีกและเมืองท่าอเล็กซานเดรียโดยติดตาม
ที่เราเรียกว่า เส้นทางสายไหมทางทะเล เป็น พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช หรือภิกษุจีน
ปรากฏการณ์ใหม่ที่กล่าวได้ว่า ธุรกิจข้ามทวีปได้ เดินทางมาตักศิลา ฯลฯ เส้นทางที่ใช้คือเส้น
เฟื่องฟู โดยมีรากฐานมาจากการทะลายระบบ ทางการค้าทางบก (เส้นทางไหม) และทางทะเล
การเมืองเดิม ซึ่งขันที่และสานุศิษย์ของฮินดู (เส้นทางค้าเครื่องเทศ) เป็นต้น แลกเปลี่ยนสินค้า
มีนาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๓