ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความเป็นระเบียบให้เกิดขึ้นแก่ตนและสังคมยิ่งกว่าพื้นเพเดิม
พึงมองเทียบดูกับสัตว์ดิรัจฉาน สัตว์ดิรัจฉานตั้งแต่สมัย
ดึกด่าบรรพ์มาจนบัดนี้ ไม่มีปัญญาสร้างความเจริญให้เกิด
ขึ้นแก่ตน "การกิน การอยู่อาศัย และกิริยาอาการต่างๆ
เป็นต้น เดิมเป็นอย่างไร บัดนี้ก็เป็นอย่างนั้น ทำอะไรได้
เท่าที่ธรรมชาติอำนวยให้มาเท่านั้น ส่วนหมู่มนุษย์มีสติ
ปัญญาปรับปรุงให้ดีขึ้น ให้เจริญขึ้นโดยลำดับ ดังจะเห็นได้
ว่าอาหารก็ปรับปรุงให้ดี เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ก็จัดสร้างให้เพียงพอแก่ความต้องการและให้วิจิตรสวยงาม
ให้เป็นสุขสบาย และรวมกันเป็นบ้านเป็นเมืองเป็นประเทศ
ชาติ มีเครื่องทะนุบำรุงความสุขต่างๆ ตลอดจนถึงมีศาสนา
สาหรับเป็นที่พึ่งทางใจ เหล่านี้รวมเรียกว่า วัฒนธรรม
หมายถึงเพาะปลูกความเจริญให้เกิดขึ้น หรือเรียกว่าอารอ
ธรรม หรือนาครธรรม หมายถึงรู้จักสร้างให้เป็นบ้านเป็น
เมืองที่มีความเจริญเพียบพร้อมด้วยสิ่งต่าง ๆ ตลอดถึงขนบ
ธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม วัฒนธรรมหรืออารยธรรมนี้
หาไม่ได้ในหมู่สัตว์ดิรัจฉาน และในพวกคนป่าที่ยังประพฤติ
อยู่ตามเดิมอย่างสมัยดึกค่าบรรพ์
เมื่อมองหมู่มนุษย์เทียบกับหมู่สัตว์ดิรัจฉานหรือคน
ป่าแล้ว ย่อมจะเข้าใจความหมายของคำว่าวัฒนธรรมและ
อารยธรรม เพราะคนเรามีวัฒนธรรมหรืออารยธรรมอยู่ จึง
เจริญก้าวหน้าไปไกลต่างจากสัตว์ดิรัจฉานมากมาย
แต่วัฒนธรรมและอารยธรรมโดยมากมีอยู่เพียงผิว
เผินเหมือนอย่างเพียงผิวหนัง พ้นผิวหนังไปแล้วก็ไม่พบ
วัฒนธรรมหรืออารยธรรม หมายความว่ามีแต่ภายนอกเท่านั้น
ส่วนภายในเต็มไปด้วยหายนธรรม (เหตุของความเสื่อม) หรือ
อนารยธรรม (ความเป็นป่าเถื่อนไม่เจริญ) ฉะนั้นคนเรา
โดยมากจึงมีภายนอก และภายในไม่ตรงกัน เช่น ภายนอก
“รักษามรรยาทอันดีต่อกัน แต่ภายในคิดไม่ดีต่อกันเช่น คิด
ทําร้ายประหัตประหารกัน” คือภายในใจไม่มีวัฒนธรรมเลย
ทั้งที่ภายนอกแสดงว่ามีวัฒนธรรมต่อกัน
พระพุทธเจ้าได้ทรงเป็นผู้วางหลักเพื่อสร้างเสริมความ
มีระเบียบให้เข้าถึงจิตใจ หลักแรกที่ทรงวางไว้ก็คือศิล อัน
หมายถึง ความปกติ เรียบร้อยของความประพฤติ คือเว้น
การที่ควรเว้น ประพฤติการที่ควรประพฤติ ฉะนั้น ศีลหรือ
วินัย จึงเป็นประถมศึกษา คือข้อที่พึงศึกษาเป็นชั้นแรก
เมื่อมองดูอย่างกว้างๆ ทุกๆ
คนเริ่มศึกษามาตั้งแต่
เกิด มารดา บิดาได้เริ่มสอนให้ศึกษา คือฝึกหัดให้รู้จักใช้
อวัยวะร่างกาย ให้รู้จักใช้ภาษาพูด ให้รู้จักวินัยคือระเบียบ
มรรยาทต่างๆ ต่อมาครูอาจารย์เป็นต้นก็ช่วยให้ศึกษาวินัย
ต่างๆ ควบคู่กันไปกับศิลปวิทยา จนถึงพระพุทธเจ้าทรงให้
ศึกษาวินัยในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ผู้มีความประพฤติดี
มารยาทดี ดังที่เรียกกันว่า สมบัติผู้ดี อันหมายถึงสมบัติ
ของคนดี
คนที่มีสมบัติผู้ดี หรือสมบัติคนดีประจำตัว เป็นคน
สุภาพไม่หยาบคายเพราะมีศีล มีวินัย ทำอะไรมีความเป็น
ระเบียบและสะอาด ย่อมเป็นผู้มีสิริหรือมีศรี คือมิ่งขวัญ
ประจําตัว
ความเจริญฯ
เป็นเครื่องดึงดูดให้เกิดความดีและความสุข
กัลยาณมิตร ๔
๒
ตุลาคม ๒๕๓๗