ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปฏิกิริยาทางจิตใจ
และพฤติกรรม
ของผู้ป่วย
๑. ตกใจและปฏิเสธ
ความจริง (ร.)๐๐^ฉก 46-
กเฉ!) ผู้ป่วยมีอาการตกใจ
ต่อการที่ทราบหรือสงสัยว่า
ตนเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่
หาย และอาจต้องเสียชีวิต
ในเวลาอันใกล้ อาจมีอาการ
“ช็อค” กังวลมาก สับสน
ซึมเฉย หรือล้าตกใจมาก
อาจเอะอะโวยวาย ควบคุม
อารมณ์ไม่ได้
ในระยะนี้เช่นเดียวกันที่ผู้ป่วยจะปฏิเสธความจริง
ปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นโรคนั้น ๆ อาจโทษว่าแพทย์ตรวจ
ผิด ผู้ป่วยจะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อลบล้างผล
การตรวจของแพทย์ อาจไปหาแพทย์หลายคนเพื่อให้
ยืนยันว่าตนไม่ป่วย
๒.กังวล, สับสนและโกรธ (20X16), ฉก96)
ในเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้อีกต่อไป ตอน
นี้จึงเริ่มมีความกังวลมาก ความคิดสับสน รู้สึกอึดอัด
และหาทางออกไม่ได้ รู้สึกโกรธที่ตนต้องเผชิญกับปัญหา
อาจโทษเป็นความผิดของแพทย์หรือผู้อื่น
บางรายอาจแสดงวาจาหรือปฏิกิริยาที่ก้าวร้าว มีการ
ต่อต้านการตรวจและค่า แนะนำ ของแพทย์ โกรธญาติ
และคนอื่นๆ
ที่ร้ายแรง
ในระยะนี้อยากฝากคุณผู้อ่าน ที่มีญาติป่วยด้วย
โรคร้ายแรง ขอให้พยายามทำ ใจเย็นให้มากที่สุด ผู้
ป่วยเขาไม่รู้ตัว เขาคงไม่อยากทำ ตัวให้ไม่น่ารักหรอก
ครับ ขอเวลาให้เขาผ่านระยะนี้ไปได้ก่อน
มน
๓.ต่อรอง (4419นิเกเกด) ระยะนี้ผู้ป่วยสงบลง
ต่อรองว่าตนเองอาจจะไม่เป็นโรคร้ายแรง
มากขึ้น
อาจจะกลับไปสู่ระยะปฏิเสธความจริงได้อีก บางรายก็
มีความหวังว่าจะมีการตรวจละเอียดที่พบว่าตนไม่เป็น
โรคร้ายหรือเป็นชนิดที่ไม่มีอันตรายและรักษาได้ ทั้งนี้
ก็เพื่อเพิ่มความหวังให้กับตนเอง และยืดเวลาก่อนที่
ตุลาคม ๒๕๓๙
จะยอมรับความจริงไปอีก
ระยะหนึ่ง
๔.เศร้าและหมด
หวัง (๔๐เวโ655เฉก) ผู้ป่วย
จะเริ่มรู้สึกหมดหวัง และ
เศร้าโศกเสียใจ เมื่อเริ่ม
ยอมรับความจริงของการ
เป็นโรคร้าย หลังจากที่การ
ปฏิเสธและการต่อรองไม่
เป็นผลสำเร็จ ผู้ป่วยจึง
ต้องยอมจำนนด้วยเหตุผล
แต่จิตใจผู้ป่วยยังไม่สามารถ
ยอมรับได้
อารมณ์เศร้าที่เกิด
ขึ้นมักเกิดร่วมกับความรู้สึกผิด รู้สึกอ้างว้าง พูดและ
ทำ สิ่งต่างๆ น้อยลง แยกตัวออกจากสังคมรอบข้าง
บางทีมีอาการเหม่อลอย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ บางที
อาจเป็นมากจนถึงกับไม่อยากมีชีวิตอยู่เลยก็มี
เมื่อเป็นมากแบบนี้ อย่ารอข้าเด็ดขาด รีบพาไป
พบจิตแพทย์ เนื่องจากปัจจุบันนี้มียารักษาอารมณ์
เศร้าที่มีประสิทธิภาพดี พร้อมกันนี้จิตแพทย์จะได้ทำ
การจิตบำบัดไปด้วย
๕.ยอมรับความจริง (๐๐๐๐ เฉก๐๐) ระยะสุดท้าย
ผู้ป่วยจะยอมรับความจริงได้มากขึ้น อารมณ์เศร้าลด
ลง มีการปรับตัวดีขึ้นเช่น เริ่มสนใจและซักถามถึงราย
ละเอียดของโรคที่เป็น และวิธีการรักษา แต่ในบางราย
อาจเฉยๆ และไม่ได้แสดงความสนใจมากนัก แต่ให้
ความร่วมมือต่อแพทย์และญาติในเรื่องการรักษาดีพอ
ลมควร
การแสดงออกของผู้ป่วยไม่ว่า เป็นจะต้องเรียง
ลำดับขั้นตอนดังกล่าวนี้เสมอไป อาจจะข้ามขั้นตอน
หรือมีการแสดงออกเพียงบางขั้นตอนเท่านั้นก็ได้ เพียง
แต่ระยะเวลาจากขั้นตอนแรก จนถึงสภาวะจิตใจที่
ยอมรับได้นั้นจะรวดเร็วต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปัจจัยเกี่ยวกับโรค ได้แก่ ความรุนแรง ผลการรักษา
และบุคลากรทางการแพทย์
ปัจจัยเกี่ยวกับตัวผู้ป่วยได้แก่ บุคลิกภาพและ
กัลยาณมิตร