ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข
พระไตรปิฏก
เทโวโรหณะ
หลัง
จากพระภิกษุสามเณรแต่ละวัดอยู่ว่า พรรษา
- ประพฤติปฏิบัติธรรมตามพระธรรมวินัยของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนครบสามเดือนแล้ว
ก็จะถึงวันออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ
เดือน เป็นวันมหาปวารณา ถัดจาก
นั้นอีกหนึ่งวันคือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
๑๑
โดย : แก้วปริยัติ
เสด็จมาในวันมหาปวารณา
บนทั้งหลาย
จึงพากันตั้งค่ายพักอยู่ในสถานที่ที่พระองค์
แสดงยมกปาฏิหาริย์นั่นเอง ด้วยคิดว่า
เมื่อไม่เห็นพระพุทธเจ้าก็จะไม่เดินทางกลับ
พระพุทธองค์ได้ตรัสสั่งพระมหาโมคคัลลา-
นะไว้ก่อนแล้วว่า ให้เป็นผู้แสดงธรรมโปรด
มหาชนเหล่านั้น และจุลอนาถนิณฑิกะจะ
เป็นผู้ให้อาหารตลอดไตรมาส แล้วจึงได้
เสด็จขึ้นไปว่า พรรษาที่ดาวดึงส์ ประทับอยู่
ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกเทวราช
เทวดาทั้งหมื่นโลกธาตุต่างก็มาประชุมพร้อม
กันเพื่อฟังธรรมของพระพุทธองค์ แม้เทพ
จะเป็นวันออกพรรษา ซึ่งนับว่าเป็นวันบุญ บุตรพุทธมารดาก็เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้น
ที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง ดุสิต ประทับนั่ง ณ พระปรัศว์เบื้องขวา
นั่นคือ วันดักบาตรเทโวโรหณะ
ของดีจากพระไตรปิฎกฉบับนี้จะขอ
เสนอความหมายและความเป็นมาของค่าว่า
เทโวโรหณะ ค่าว่า เทโวโรหณะ แปลว่า
กาลเป็นที่ลงจากเทวดา (เทวโลก)
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง
ยมกปาฏิหาริย์แก่ชาวเมืองสาวัตถีทั้งหลาย
แล้ว ในระหว่างนั้นได้ทรงรำพึงว่า “พระ-
พุทธเจ้าในอดีตทั้งหลาย เมื่อแสดงยมก
ปาฏิหาริย์แล้ว เสด็จจ่า พรรณาที่ไหนหนอ”
ทรงเห็นว่า “จ๋า” พรรณา
นาที่ภพดาวดึงส์แล้ว
แสดงอภิธรรมปิฎกแก่พุทธมารดา” จึงได้
เสด็จขึ้นไปง่า พรรษาอยู่ที่ภพดาวดึงส์นั้น
เพื่อที่จะโปรดพุทธมารดาตามพุทธประเพณี
ขนทั้งหลายที่มาติดตามดูพระองค์ทรงแสดง
ยมกปาฏิหาริย์ หลังจากพระพุทธองค์ทรง
แสดงยมกปาฏิหาริย์จบแล้ว ก็ไม่เห็นพระ
พุทธองค์อีก จึงเข้าไปถามพระมหาโมค
คัลลานะ พระมหาโมคคัลลานะให้ไปถาม
พระอนุรุทธะ ๆ จึงบอกว่าพระพุทธเจ้าเสด็จ
ขึ้นไปจำพรรษาอยู่ที่ภพดาวดึงส์แล้ว จัก
เพื่อฟังธรรมด้วย พระพุทธองค์ทรงเห็น
ความแตกต่างของเทพบุตร ๒ องค์คือ อิบ
ทุกเทพบุตร กับ อังกุรเทพบุตร ซึ่งคอน
แรกนั้นเทพบุตรทั้งสองก็นั่งอยู่ใกล้ๆ พระ
พุทธองค์ แต่พอเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาประ
ชุมกันมากๆ เข้า อังกุรเทพบุตรนั้นต้อง
ถอยออกไปนั่งไกลถึง ๑๒ โยชน์ ส่วน
อินทุกเทพบุตรนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
พุทธองค์มีพระประสงค์จะให้เหล่าพุทธ
บริษัทได้ทราบถึงอานิสงส์แห่งทานที่บุคคล
ถวายในทักขิไณยบุคคลในศาสนาของพระ
องค์ว่าเป็นกุศลมีผลมาก จึงตรัสถามอัง
กรเทพบุตรว่า
พระ-
“อังกุระเธอทำา แถวเตาไฟยาว ๑เอ
โยชน์ ให้ทานเป็นอันมากในกาลประมาณ
หมื่นปี บัดนี้ธอมาปูสมาคมของเรา ได้
โอกาสในที่ไกล &เอ โยชน์ ซึ่งไกลกว่า
เทพบุตรทั้งหมด อะไรหนอแลเป็นเหตุใน
เรื่องนี้” เสียงที่พระพุทธองค์ตรัสนั้นดังได้
ยินถึงมนุษย์โลก อังกุรเทพบุตรกราบทูล
ว่า “ข้าพระองค์จะต้องการอะไรด้วยทาน
กัลยาณมิตร อั^\
6)00 ตุลาคม ๒๕๓๗