ข้อความต้นฉบับในหน้า
กด ในเวส รักแม่มากที่สุดในใส โ!)
แต่เรื่องความรู้สึกว่าธรรมะ
เป็นสิ่งทีคที่สุด ไม่เคยเปลี่ยน
ความคิดความรู้สึกนี้เลย
ตลอดมาและตลอดไปจริง ๆ
กำลังสบาย แต่พอปลายเดือน ก.ค. เริ่มมีฝนตกแล้วค่ะ
ตกแบบปรอยๆ แต่ตกทุกวันเลย อากาศก็เริ่มจะหนาวแล้ว
ที่สําคัญเสื้อผ้าไม่แห้ง จนตอนหลังนุ่นต้องเอาไปอบ
อยู่บ่อยๆ หากวันไหนถนนแฉะ นุ่นก็ไม่ไปเดินเล่น จะทำ
อย่างอื่นแทน ส่วนมากจะอ่านหนังสือ แม้ว่าฝนจะตก
บ่อย ๆ แต่นั่นก็ไม่เป็นหวัดเลย สุขภาพแข็งแรงดี เอ้อ จริงสิ
นุ่นอ่าน จ.ม.ของคุณแม่แล้ว คราวนี้ได้มาก็รีบอ่านเลย
กลัวจะลืม ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์เขียนมาบอกเรื่องสภา
ธรรมกายด้วย นั่นได้รับรูปถ่ายในวันงานแล้ว เห็นภาพ
คุณป้าประวาทชัดแจ๋วเลย ก็ขอฝากอนุโมทนาบุญกับคุณ
ป้าและคุณแม่ด้วยนะค
พอใกล้ๆ วันเข้าพรรษา ก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่า ปีนี้
จะปวารณาตนในวันเข้าพรรษา คราวนี้ก็ให้เขียนว่า เรา
ประทับใจอะไรในตัวเพื่อน พี่ และอยากจะได้อะไรจากเขา
คือสิ่งที่ดีที่ยังขาดหายไปแล้วก็อยากตอบแทนช่วยเหลืออะไร
สิ่งสุดท้ายคือ อยากจะให้ทีมเป็นยังไง ก็ให้เขียนทุกคน
พอเขียนเสร็จก็นำมาสรุป เขียนใส่ซองไว้เพื่อที่จะน่า ไป
ถวายหลวงพี่บดินทร์ให้เวท่านก็จะนำมาแจกในพิธีปวารณา
ทุกอย่างมีข้อแม้ว่า ห้ามไม่พอใจกัน แล้วก็มีให้เขียนว่า
ในพรรษานี้เราจะตั้งใจทำอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ๓ ข้อ พิธี
ปวารณาก็เริ่มในตอนกลางคืน มีหลวงพี่บดินทร์เป็นพระ
อาจารย์ น.ร.อภิญญากับอุบาสิกาก็จะหันหน้าเข้าหากัน
แล้วก็กล่าวว่าปวารณา บอกว่าให้ตักเตือนกันได้ และจะ
ธ
ยอมปฏิบัติตาม พอกล่าวเสร็จก็จบพิธี แล้วก็มีการออกมา
อ่านหัวข้อ 5 อย่างคือ ประทับใจความดีอะไร, อยากจะได้
อะไรจากพี่ๆ น้องๆ, อยากตอบแทนความดีผู้อื่นอย่างไร
และอยากจะให้ทีมเป็นไงไง แต่ไม่ได้เจาะจงเป็นรายบุคคล
ท่าเป็นแบบสรุปรวมๆ แบบเจาะจงเป็นรายบุคคลมีอยู่ใน
ซองจ.ม.ค่ะ พออ่านเสร็จหลวงพี่บดินทร์ก็ให้โอวาท และ
บอกว่า หากท่า ได้ก็จะมาก หลวงพี่ขออนุโมทนาบุญด้วย
แล้วก็มอบของจ.ม.ให้แต่ละคน ตอนสุดท้ายท่านก็บอกว่า
เราน่าจะมีมโนปณิธาน เป็นของตัวเอง (คือให้เราตั้งใจไว้ว่า
เราจะพัฒนาตนให้ดีขึ้นอย่างไร แล้วก็ให้ทำตามมโนปณิธาน
พอนั่นกลับมาถึงบ้านก็เเกะซอง แล้วก็อ่านก่อนเข้านอน
ตุลาคม ๒๕๓๗
กัลยาณมิตร