การจัดงานศพและความเชื่อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 10 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 132

สรุปเนื้อหา

ท่าในสิ่งที่กำลังจะทำๆ ไม่ให้ไปในสถานที่กำลัง สวดทุกวันหลายสีนมา จะไป จนมีค่าพูดค่าเดือนกันว่า “คนทัก ไม่ชื่อ ได้อย่างไร จิ้งจกร้องทักเรายังต้องเชื่อเลย” จ่าวจะแต่งการศพเสียไม่ได้ หรือ “อย่าไปลย จิ้งจกร้องทักทั้งหลายหนนะ” อย่าให้สาวปากแก่ซาก แต่คนรุ่นใหม่จะถือว่าจิ้งจกร้องเพราะเห็นศัตรู หรือมันเจอเพศตรงข้ามก็เลยส่งเสียงบอกกล่าว หรือโต้ตอบกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดา จึงให้แต่งการศพที่รัดเขา ช่างเขาฉลุฉลักจักสาน เท่านั้น ดังนั้นคนสมัยนี้จึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องลาง บ้างก็ข่าวแลงแผงเพดาน สังหรณ์ ทั้งด้านเหตุบอก และฝันร้าย เราจึง ปลูกเมรุผูกผ่านไว้บื้องบน มักได้ชินแพทย์สมัยใหม่พูดเสมอว่า “กินมาก นอนมาก ช่างระทาดอกไม้ไฟพะเนียง ท้องอืดเชื้อ ธาตุแปรปรวนเลย แต่แม่ครัวเลี้ยงไม่จัดสน ละเมอต้นไป” หรือ

หัวข้อประเด็น

- การจัดงานศพและความเชื่อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ท่าในสิ่งที่กำลังจะทำๆ ไม่ให้ไปในสถานที่กำลัง สวดทุกวันหลายสีนมา จะไป จนมีค่าพูดค่าเดือนกันว่า “คนทัก ไม่ชื่อ ได้อย่างไร จิ้งจกร้องทักเรายังต้องเชื่อเลย” จ่าวจะแต่งการศพเสียไม่ได้ หรือ “อย่าไปลย จิ้งจกร้องทักทั้งหลายหนนะ” อย่าให้สาวปากแก่ซาก แต่คนรุ่นใหม่จะถือว่าจิ้งจกร้องเพราะเห็นศัตรู หรือมันเจอเพศตรงข้ามก็เลยส่งเสียงบอกกล่าว หรือโต้ตอบกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดา จึงให้แต่งการศพที่รัดเขา ช่างเขาฉลุฉลักจักสาน เท่านั้น ดังนั้นคนสมัยนี้จึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องลาง บ้างก็ข่าวแลงแผงเพดาน สังหรณ์ ทั้งด้านเหตุบอก และฝันร้าย เราจึง ปลูกเมรุผูกผ่านไว้บื้องบน มักได้ชินแพทย์สมัยใหม่พูดเสมอว่า “กินมาก นอนมาก ช่างระทาดอกไม้ไฟพะเนียง ท้องอืดเชื้อ ธาตุแปรปรวนเลย แต่แม่ครัวเลี้ยงไม่จัดสน ละเมอต้นไป” หรือ “ดีดมากใจกังวลอารมณ์ อ่อนไหวก็เลยน่าวไปค้น” คนสมัยก่อนถ้าต้องการกลบเกลื่อนการ พลุประทัดจัดสรรจังหันกล จดบนทิ้งนํ้าคําผุดไป แบบโลงทำด้วยทองอังกฤษ ฝันไม่ดี แม้จะเชื่อเรื่องความฝัน ก็จะอ้างว่า ธาตุแปรปรวนเหมือนกัน “ครั้นจะทักทายว่าร้ายนัก กลัวลาวทองน้องรักจะโศกกัลย จึงบอกแชแก้ไขไปลับพลัน คนนี้ไม่ร้ายไม่ดีนัก เพราะธาตุแปรปรวนด้วยเป็นไข้ จึงค้นปนเปื้อนไปไม่ประจักป (หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๓๒๕) ดีดลวดหนา โตดอกไม้ไหว เป็นกระหนครกเลี้ยวเกี่ยวกันไป กระจกขาวเขียวไก่ไว้วววาม ที่หน้จุบันบึ้นภาพอร่ามดา พระกินทราชีคชเสียรสาม รัดเกล้าเหมทองผ่องเพรางาม กระจังตามบัวแย้มแกมกัน ครั้นเสร็จก็ชักดั้งสองศพ เวียนประจบแล้วตั้งในเมรุใหญ่ ปีกลองคร่าเกร่งโหม่งเหม่งไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีอาจวิเคราะห์ได้ว่า ค่ำจุดดอกไม้ไฟพะเนียง ลางสังหรณ์นั้นมีจริงหรือไม่ เป็นจริงหรือไม่ ฝันร้ายแล้วเป็นจริงตามฝันหรือเปล่า (ชาวยุโรป มีโขนทุนชักอยู่ขวักไขว และชาวอเมริกันสนใจเรื่องนี้เช่นกัน แต่ก็ยังมี เลี้ยงพระายไสรไทยทาน อาจวิเคราะห์ได้เช่นกัน) เพียงแต่รู้ว่าคนไทย ครั้นครบสามรันก็ปลงศพ สมัยก่อนเชื่อถือเรื่องลางสังหรณ์และฝันร้าย ญาดีกามาครบอลหม่าน กันมาก จนมีค่าพูดติดปากมาจนทุกวันนี้หลาย ฉลองธาตุถวายกระจาดท่านสมภาร ค่าาดังกล่าวแล้ว ประเพณีการจัดงานศพที่เคยทำกันมา “อาบน้ำศพแล้วทาขมิ้น ท้าขาว มลิ้นตราลิงนั้น เข้าให้ไว้ในเรือนใหญ่นั้น ตุลาคม ๒๕๓๗ ๖๙ แล้วเลิกกลับเข้าบ้านในทันทีฯ (หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๐๖ : ร๓-X๔) ถ้าเราย้อนไปราว ๖๐-๓๐ ปี สมัยนั้นผู้ ป่วยก็ดี ผู้สูงอายุก็ดี มักจะเสียชีวิตที่บ้านมาก กว่าที่โรงพยาบาล หรือที่คนสมัยก่อนเรียกว่า กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More