เฉลิมรัชมังคลาภิเษก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 4
หน้าที่ 4 / 124

สรุปเนื้อหา

เฉลิมรัชมังคลาภิเษก ในรอบร้อยปีแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก มีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๑ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรม ราชจักรีวงศ์ เนื่องในวโรกาสที่ทรงดำรงราชสมบัตินานถึง ๔๑ ปี และยาวนาน กว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญเนื่องใน พระราชพิธีมากมาย นอกเหนือจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญ รัชมังคลาภิเษก ร.ศ. ๑๒๗ ที่สั่งทำจากประเทศฝรั่งเศส มีการออกตัวตรา ไปรษณีย์ พิธีก่อพระฤกษ์พระที่นั่งอนันตสมาคม และพิธีสำคัญยิ่ง คือการถวาย พระบรมรูปทรงม้า เป็นสัญลักษณ์ของความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและ พระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ปวงพสกนิกรได้อาศัยร่มเงาพระบรมโพธิสมภาร ปกแผ่ให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดทั่วราชอาณาจัก

หัวข้อประเด็น

- เฉลิมรัชมังคลาภิเษก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เฉลิมรัชมังคลาภิเษก ในรอบร้อยปีแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก มีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๑ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรม ราชจักรีวงศ์ เนื่องในวโรกาสที่ทรงดำรงราชสมบัตินานถึง ๔๑ ปี และยาวนาน กว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญเนื่องใน พระราชพิธีมากมาย นอกเหนือจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญ รัชมังคลาภิเษก ร.ศ. ๑๒๗ ที่สั่งทำจากประเทศฝรั่งเศส มีการออกตัวตรา ไปรษณีย์ พิธีก่อพระฤกษ์พระที่นั่งอนันตสมาคม และพิธีสำคัญยิ่ง คือการถวาย พระบรมรูปทรงม้า เป็นสัญลักษณ์ของความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและ พระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ปวงพสกนิกรได้อาศัยร่มเงาพระบรมโพธิสมภาร ปกแผ่ให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดทั่วราชอาณาจักร ส่งเสริมสร้างสรรค์ประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยังสามารถดำรงความเป็นเอกราช มาได้ ประชาชนจึงร่วมกันสละเงินทองเพื่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ถวายใน ขณะที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ และพร้อมใจกันถวายสมัญญาว่า “สมเด็จ พระปิยมหาราช” ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงพระนิพนธ์ ถึงวโรกาสแห่งรัชมังคลาภิเษก ในรัชกาลที่ ๕ ไว้ว่า “ใน พ.ศ. ๒๕๕๑ พระเจ้าอยู่หัว ได้ครองราชย์มาเป็นเวลา ๔๐ ปีเต็ม จึงมีการฉลองกันอย่างใหญ่หลวงทั่วประเทศ ประชาชนแสดง ความจงรักภักดีเลื่อมใสในพระองค์อย่างวิเศษยิ่ง โดยสละเงินตามมาก และน้อย ได้เงินเป็นอันมากเพื่อจะสร้างอนุสาวรีย์ถวาย อันเป็นของที่ ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเพื่อคนไทยผู้ใดเลย ทั้งผู้ที่ตายไปแล้วหรือยัง มีชีวิตอยู่...." พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรง ประกอบ พระราชพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๒๗ ส่วนพระราชพิธีรัชมงคล ร.ศ. ๑๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๐) นั้น นอกจาก จะมีการเตรียมการด้านสถานที่และพิธีการต่าง ๆ แล้ว ยังมีการเตรียมทำ ดอกไม้เพลิงจากพระสงฆ์ตามหัวเมืองต่าง ๆ รวมแล้วเป็นจำนวนถึง ๔,๘๓๐ ชุด เป็นดอกไม้เพลิงอันวิจิตรตระการตาถึง ๑๓ ประเภท อาทิ ดอกไม้เพลิงพุ่ม ไม้ร้อง ไม้กระถาง ไม้ตู้ นกบิน นกพิราบ ตะไล ฝน แสนห่า ตรวจ โคมลอย พะเนียง พลุ จากข้อความในหนังสือที่เจ้าพระยา วิชิตวงษ์วุฒิไกร กราบทูลต่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ เกี่ยวกับบัญชีพระสงฆ์หัวเมืองต่าง ๆ ที่รับทำดอกไม้เพลิง เพื่อจุดฉลอง พระเดชพระคุณในพระราชพิธีสมโภชพระเจ้าแผ่นดินในกรุงเก่าและกรุง ธนบุรีถึงสามคืนนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเต็มใจทำถวายโดยไม่ยอมคิดมูลค่า ความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีพระราชกระแสว่า “เรื่องเกณฑ์ดอกไม้เพลิงนี้จะมีรางวัลอย่างไร ได้คิดไว้ถ้าเปล่า ขอให้ถามกรมหลวงนริศ...” พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกครั้งแรกในจดหมายเหตุเก่า ๆ ยังเรียกว่า พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ ๔๐ ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศ จิกายน ถึงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ หรือที่เรียกว่า ร.ศ. ๑๒๖ มีการเตรียมงาน ล่วงหน้าหนึ่งปีเต็ม การประกอบพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกได้มีขึ้นอีกครั้งในวันที่ ๑๑-๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มโหฬารกว่างานพระราชพิธี ใด ๆ ที่เคยมีในรัชกาลที่ ๕ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับการ กรกฎาคม ๒๕๖๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More