ความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูดพ่อแม่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 19
หน้าที่ 19 / 124

สรุปเนื้อหา

เหมือนงูถูกตีขนดหาง ส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาจาก ข้างล่าง “ลูก ๆ ทุกคนได้ยินมั้ย แม่มึงด่าพ่อ” เสียงพ่อดังมาก ลูกทั้งหมดรู้กันดีว่า ขณะนั้นพ่อกำลังโกรธจัด จึงพากันเงียบกริบ พ่อส่งเสียงถามซ้ำเท่าใด ๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ เสียงพ่อก็ยิ่งดังขึ้นทุกที คุณยายเห็นว่าถ้าปล่อย เหตุการณ์เป็นไปดังนี้ พ่ออาจจะขึ้นบันไดมา ทุบตีแม่ เพราะความห่วงแม่ คุณยายจึงพูดปด โพล่งออกไปว่า “พ่อ พ่อ แม่เขาไม่ได้ว่าอะไรพ่อหรอก” ได้ยินเสียงลูกตอบในทำนองเข้าข้างแม่ ดังนี้ ยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ พ่อยิ่ง โกรธหนัก เปลี่ยนจากโกรธแม่มาเป็นโกรธลูก แทน พ่อตวาดลั่นว่า เรื่องจะคิดให้ลูกเดือดร้อนเสื่อมเสีย พ่อแม่จะ ไม่กระทำ ไม่ว่าลูกคนนั้นจะทำทุกข์ร้อนให้ท่าน “เอ้อ...ลูกทุกคนว่าแม่ไม่ได้ด่ากู ให้ มากมายเพียงใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวก

หัวข้อประเด็น

- ความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูดพ่อแม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เหมือนงูถูกตีขนดหาง ส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาจาก ข้างล่าง “ลูก ๆ ทุกคนได้ยินมั้ย แม่มึงด่าพ่อ” เสียงพ่อดังมาก ลูกทั้งหมดรู้กันดีว่า ขณะนั้นพ่อกำลังโกรธจัด จึงพากันเงียบกริบ พ่อส่งเสียงถามซ้ำเท่าใด ๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบ เสียงพ่อก็ยิ่งดังขึ้นทุกที คุณยายเห็นว่าถ้าปล่อย เหตุการณ์เป็นไปดังนี้ พ่ออาจจะขึ้นบันไดมา ทุบตีแม่ เพราะความห่วงแม่ คุณยายจึงพูดปด โพล่งออกไปว่า “พ่อ พ่อ แม่เขาไม่ได้ว่าอะไรพ่อหรอก” ได้ยินเสียงลูกตอบในทำนองเข้าข้างแม่ ดังนี้ ยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ พ่อยิ่ง โกรธหนัก เปลี่ยนจากโกรธแม่มาเป็นโกรธลูก แทน พ่อตวาดลั่นว่า เรื่องจะคิดให้ลูกเดือดร้อนเสื่อมเสีย พ่อแม่จะ ไม่กระทำ ไม่ว่าลูกคนนั้นจะทำทุกข์ร้อนให้ท่าน “เอ้อ...ลูกทุกคนว่าแม่ไม่ได้ด่ากู ให้ มากมายเพียงใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกมึงหูหนวกห้าร้อยชาติ” แต่ไหนแต่ไรมาพ่อไม่เคยกล่าวคำ หยาบคายแช่งด่า มาคราวนี้พ่อถึงกับแช่ง ออกมา คุณยายจึงรู้สึกตกใจเหมือนถูกสายฟ้า ฟาด เพราะมีความเชื่อกันอยู่ว่า คำของพ่อแม่ ที่กล่าวกับลูกเป็นคำพูดศักดิ์สิทธิ์นัก ใครถูก พ่อแม่แช่งมักจะเป็นไปตามนั้น และเรื่องครั้งนี้ ลูกคนอื่น ๆ เขานิ่งเงียบกันอยู่ มีแต่คุณยาย เป็นคนพูดเพียงคนเดียว คุณยายจึงรู้สึก เกรงกลัวจับใจ คิดอยู่แต่ว่า “ตายแล้ว ชาติ ต่อ ๆ ไปเราคงจะหูหนวกแน่ ๆ” ความกลัวเรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหันรุนแรง ใจจึงคิดวุ่นวายหาทางช่วยตนเอง คิดจะลง ไปขอขมาโทษจากพ่อเดี๋ยวนั้น ก็เกรงพ่อจะ โกรธหนักขึ้นไปอีก นึกถึงธรรมเนียมของ ชาวบ้านย่านนั้น เห็นเขาชอบขอขมาคนเจ็บ ก่อนตาย จึงคิดเอาว่า “เราจะเอาไว้ขอขมา ก่อนพ่อตายก็แล้วกัน” พอคิดได้ดังนี้ทำให้ สบายใจขึ้น เรื่องคำของพ่อแม่มีความศักดิ์สิทธิ์ สำหรับลูกนี้ คนโบราณมิได้ชี้แจงเหตุผลเอาไว้ แต่น่าจะพอสันนิษฐานได้ว่า โดยปกติพ่อแม่จะ เป็นผู้มีความรักความหวังดีต่อลูกเป็นที่สุด กรกฎาคม ๒๕๓๑ จึงทรงเปรียบเทียบไว้ว่า พ่อแม่เป็นทั้ง บูรพาจารย์ เป็นเทวดา เป็นพรหม และ เป็นพระอรหันต์ของลูก เป็นบูรพาจารย์ (คำว่า บูรพะ มาจาก คำว่า ปุพพะ แปลว่า ก่อน) แปลว่าเป็นครู คนแรกก่อนคนอื่น คือท่านจะสอนให้ลูกรู้ถึง การกิน การนอน การขับถ่าย การยิ้มแย้ม เล่นหัว การคว่ำ การนั่ง การยืน การเดิน การพูด ฯลฯ เกือบทุกอย่าง เป็นเทวดาของลูก เทวดามีคุณธรรม อย่างใด พ่อแม่ก็มีคุณธรรมอย่างนั้นต่อลูก เช่นเดียวกัน เทวดามีหิริ มีโอตตัปปะ และมี การบริจาคเป็นพื้นฐานของจิตใจ โดยเฉพาะ เรื่องการบริจาคสิ่งต่าง ๆ ให้ลูก พ่อแม่จะให้ได้ ไม่มีที่สิ้นสุดแม้กระทั่งชีวิต เป็นพรหมของลูก คุณธรรมของ พรหมคือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา - เมตตา คือความปรารถนาให้เป็นสุข ยามลูกยังเล็ก พ่อแม่ก็จะดูแลประคับประคอง ช่วยเหลือให้ได้รับความสุขทุกประการ แม้ลูก เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ ไม่ต้องตามดูแลแล้ว เมตตาก็ยังไม่จางหายไปจากใจ - กรุณา คือการช่วยให้พ้นจากความ ทุกข์ ถ้าลูกเจ็บไข้ได้ป่วย มีทุกข์ร้อนอย่างใด ที่อยู่ในวิสัยจะช่วยเหลือได้ พ่อแม่จะไม่ละเลย เป็นอันขาด ต้องเข้าบรรเทาทุกข์นั้นเต็มความ สามารถ - มุทิตา คือความพลอยยินดีเป็นปลื้ม เมื่อเห็นลูกได้รับความสุขความเจริญได้ดี มีลาภ ยศ สรรเสริญ คนในโลกน้อยคนนัก ที่จะชื่นชมยินดีในความสุข ความเจริญของ ๑๗ ra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More