ชีวิตสังคมของอาจารย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 55
หน้าที่ 55 / 124

สรุปเนื้อหา

บางคนมีบุคลิกแปลกๆ เวลาเดินจะก้าวเท้าไป พร้อมกับผงกหัวไป เหมือนนกพิราบ อาตมา เองเคยพบอาจารย์ท่านหนึ่งที่รีบเสียจนลืม สังเกตว่า ตั้งแต่ออกจากบ้านมาซิปกางเกง ของตนยังไม่ได้รูด อาจารย์แต่ละคนมีห้องทํางานเป็นสัด เป็นส่วนของตนเอง ในนั้นก็มีชุดรับแขกชุดหนึ่ง กระดานดำเล็กแผ่นหนึ่ง ทั้งหนังสือสำหรับวาง หนังสืออ้างอิงจำนวนมาก ชุดถ้วยจานสำหรับ ชงน้ำชาเลี้ยงแยก กาต้มน้ำร้อน และโต๊ะ หนังสือ ซึ่งมักจะปกคลุมด้วยเศษกระดาษ นับร้อย ๆ ชิ้น ที่บันทึกข้อความสำคัญต่าง ๆ ไว้ มากมาย โดยมีเจ้าของเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรอยู่ ที่ไหน (แต่บางครั้งเจ้าตัวเองก็ถึงกับงงเหมือน กัน) เวลาที่อึดอัดใจที่สุดสำหรับนักศึกษา ก็คือ การมานั่งเผชิญหน้ากับอาจารย์ตัวต่อตัว อ่านเรียงความที่คนเขียนมาให้อาจารย์ติชม ถึงแม้ว่าเรียงความเหล่านั้

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตสังคมของอาจารย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บางคนมีบุคลิกแปลกๆ เวลาเดินจะก้าวเท้าไป พร้อมกับผงกหัวไป เหมือนนกพิราบ อาตมา เองเคยพบอาจารย์ท่านหนึ่งที่รีบเสียจนลืม สังเกตว่า ตั้งแต่ออกจากบ้านมาซิปกางเกง ของตนยังไม่ได้รูด อาจารย์แต่ละคนมีห้องทํางานเป็นสัด เป็นส่วนของตนเอง ในนั้นก็มีชุดรับแขกชุดหนึ่ง กระดานดำเล็กแผ่นหนึ่ง ทั้งหนังสือสำหรับวาง หนังสืออ้างอิงจำนวนมาก ชุดถ้วยจานสำหรับ ชงน้ำชาเลี้ยงแยก กาต้มน้ำร้อน และโต๊ะ หนังสือ ซึ่งมักจะปกคลุมด้วยเศษกระดาษ นับร้อย ๆ ชิ้น ที่บันทึกข้อความสำคัญต่าง ๆ ไว้ มากมาย โดยมีเจ้าของเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรอยู่ ที่ไหน (แต่บางครั้งเจ้าตัวเองก็ถึงกับงงเหมือน กัน) เวลาที่อึดอัดใจที่สุดสำหรับนักศึกษา ก็คือ การมานั่งเผชิญหน้ากับอาจารย์ตัวต่อตัว อ่านเรียงความที่คนเขียนมาให้อาจารย์ติชม ถึงแม้ว่าเรียงความเหล่านั้นผู้เขียนจะพยายาม รวบรวมข้อมูลมาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เท่าใดก็ตาม ก็มักจะได้รับคำแนะนำให้ค้นคว้า เพิ่มเติม โดยอาจารย์จะสาธยายตำราเล่มนั้น เล่มโน้นออกมาอย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อน จดจํากันไม่หวาดไหว นักศึกษาบางคน จับบุคลิกของอาจารย์ บางท่านได้ว่า มักจะ “ตกราง” เรื่อย เมื่อ ถูกชวนพูดออกนอกเรื่อง ท่านจะหลงเล่าเรื่อง อะไรต่อมิอะไรเป็นเรื่องเป็นกุ้งเป็นแควไปอยู่ นาน กว่าจะรู้ตัววกกลับเข้ามาอีกทีก็จำหัวข้อ เรื่องที่พูดค้างไว้ไม่ได้แล้ว นี่เป็นสถานการณ์ ที่ช่วยคลายความเครียดให้นักศึกษาได้อย่างดี ชีวิตสังคมของอาจารย์ที่นี่เต็มไปด้วย พิธีรีตอง การพบปะสังสรรค์กันตามที่อาตมา ได้เห็นในวิทยาลัยโอเรียลก็มักอยู่ในห้องสโมสร ของอาจารย์ ซึ่งภายในตกแต่งอย่างดี เหมือน ห้องรับรองของโรงแรมชั้นหนึ่งในบ้านเรา ผนังห้องประดับด้วยภาพสีน้ำมันอย่างดี ผู้ที่ เข้าไปในห้องมันได้ ล้วนแต่ต้องแต่งตัวดี ถ้า เป็นผู้ชายต้องสวมสูทสากล ถ้าเป็นหญิงก็ต้อง เลือกเครื่องแต่งตัวที่พิเศษกว่าธรรมดา พนัก กรกฎาคม ๒๕๐๕ งานเสิร์ฟที่คอยบริการก็แต่งตัวในเครื่องแบบ ผูกเน็คไทเรียบร้อยเป็นพิเศษ และในโอกาสที่ เป็นงานเป็นการทั้งหลาย เช่นการประชุมของ วิทยาลัยก็ดี งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ก็ดี หรือการรับประทานอาหารค่ำ High Table ก็ดี ทุกคนจะสวมครุยสีดำคลุมชุดสากลของตน เป็นสัญลักษณ์ของความขลังของระเบียบ ประเพณีของสถาบันเก่าแก่นี้ เชิงเทียนทําด้วยเงินขนาดใหญ่ ๔-๕ อัน แต่ละอันมีเทียนปักอยู่เกือบครึ่งโหล ตั้งตระ หง่านอยู่บนโต๊ะอาหารของอาจารย์ พร้อม ด้วยเครื่องเงินเป็นถ้วยโถโอชามชุดใหญ่ พร้อม ช้อน ส้อม มีดขนาดต่าง ๆ กันวางเรียงกันอยู่เป็น ต้น ทั้งซ้ายขวาของอาจารย์แต่ละท่าน เก้าอี้ของ อาจารย์จัดทําอย่างพิเศษมีตราวิทยาลัย ประทับอยู่ที่พนัก บนผ้ากันเปื้อนที่วางม้วน ไว้อย่างประณีตที่โต๊ะอาหาร มีห่วงโลหะเงิน เล็ก ๆ คล้องอยู่ที่มุมผ้าด้านหนึ่ง บนห่วงโลหะ เหล่านั้นมีตัวเลขเล็ก ๆ เขียนไว้ แสดงถึง ตาแหน่งของอาจารย์ที่ได้รับช่วงตกทอดมาจน ถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ในสมัยยุคกลางที่อาจารย์ แต่ละท่านในวิทยาลัยทุกคนยังเป็นนักบวชอยู่ และได้สั่งสอนวิชาการต่าง ๆ ให้นักศึกษาที่ จะจบออกมาเป็นนักบวชเผยแผ่คริสต์ศาสนา อาหารทุกสำรับของอาจารย์นั้นพิเศษ กว่าของนักศึกษา เหมือนกับอาหารฝรั่งชั้นดี ขายอยู่ตามโรงแรมห้าดาวหรือภัตตาคาร ชั้นหนึ่ง พนักงานเสิร์ฟอีกชุดหนึ่งจะลำเลียง อาหารแต่ละสำรับจากโรงครัวตรงสู่งานของ อาจารย์แต่ละคนด้วยความอ่อนน้อม และ ประณีตบรรจง โดยเข้าทางขวามือด้านหลัง ของผู้นั่ง พนักงานพวกนี้ได้รับการฝึกมา อย่างดี ทุกคนจะรู้ว่า เมื่อใดจะต้องตักอาหาร มากน้อยเท่าใด และจะตักให้ใครก่อนจาก ภาชนะที่ทำด้วยโลหะเงินเหล่านั้น ก่อนที่จะ นำมาตั้งไว้บนโต๊ะอาหารในภายหลัง ทั้งหมดเป็นเรื่องจุกจิกในรายละเอียด อย่างไม่น่าเชื่อ สาเหตุมาจากวิทยาลัยโอเรียล แห่งนี้ มีความคิดทางอนุรักษ์นิยมที่แรงกล้า และดำรงรักษาวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของสห ราชอาณาจักรนี้ไว้ ยังมีประเพณีการดื่มน้ำชา อย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายระหว่างบ่าย 4 โมงถึง 4 โมงครึ่ง ซึ่งเป็นของหาดูได้ยากใน สังคมอังกฤษยุคใหม่ แต่ก็ยังปฏิบัติกันเป็นปกติ ในวิทยาลัยแห่งนี้ทั้งของอาจารย์และนักศึกษา วิทยาลัยทั้งใหม่และเก่าหลายแห่งมักจะเลิก พิธีรีตองที่จุกจิกเหล่านี้ไปแล้ว การรับประทาน อาหารก็ใช้วิธีเข้าคิวเสิร์ฟตัวเอง แล้วนั่ง รับประทานตามโต๊ะที่จัดไว้ รวมกันทั้งอาจารย์ และนักกษา ถ้าในกรณีงานราตรีสโมสร ก็จะมีการ พบปะสังสรรค์กันก่อนในห้องรับรอง แต่ละคน ถือแก้วไวน์ยืนจับกลุ่มคุยกัน ถ้าบังเอิญวันนั้น อากาศดีหน่อย ก็ย้ายที่สังสรรค์ออกมาอยู่ นอกอาคาร เพื่อรับแดดในยามเย็นหรือสูด อากาศบริสุทธิ์ภายนอก ทุกคนอยู่ในชุดสากล คลุมด้วยครุยยาวสีดำ ถ้ายืนมองดูไกล ๆ ก็เหมือนค้างคาวตัวใหญ่ยืนจับกลุ่มทำเสียง พิมพาในตอนโพล้เพล้ของยามเย็น ในบรรยา กาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไวน์ อาจารย์ในวิทยาลัยนั้นแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นอาจารย์ผู้น้อยที่ทางวิทยาลัย ทำสัญญาว่าจ้างมาให้สอนหนังสือหรือทำงาน วิจัยเป็นระยะสั้นหรือถาวร ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คืออาจารย์อาวุโสเรียกว่า เฟลโล่ว์ (FEL LOW) ซึ่งในทางนิตินัยแล้ว คือเจ้าของวิทยาลัย แต่ละคนมีหุ้นส่วนในทรัพย์สินทั้งหมดของ วิทยาลัย ที่ประชุมของเฟลโล่ว์เป็นผู้ตัดสินใจ ในเรื่องการบริหารทั้งหมด รวมทั้งการรับ สมาชิกใหม่ที่เป็นนักศึกษาหรืออาจารย์เข้าสู่ วิทยาลัย แม้กระทั่งตำแหน่ง PROVOST หรือ ผู้อำนวยการของวิทยาลัย อันเป็นตำแหน่ง ที่ทรงเกียรติ ที่ประชุมของเฟลโล่ว์จะเป็นผู้เชิญ เข้ามา กฎระเบียบทั้งหมดที่เป็นเครื่องกำหนด โครงสร้างการบริหารของวิทยาลัยนั้น เป็น ธรรมนูญซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพระบรมราชานุญาตของกษัตริย์แต่เพียง ผู้เดียว ซึ่งปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชินี อลิซาเบธที่ ๒ ที่ประชุมของอาจารย์อาวุโส จะหมุน ๔ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More