การช่วยเหลือเด็กพิการ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 32
หน้าที่ 32 / 124

สรุปเนื้อหา

เลี้ยงขอบคุณ ของงานวันดนตรีเพื่อเด็กพิการ มีเด็กพิการเข้ามาทักมากมาย ทุกคนคุยกับเรา รู้เรื่อง ยกเว้นเด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่สามารถพูดกัน รู้เรื่อง ทำให้เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ และอยากพูดกับเขาให้รู้เรื่อง โชคดีที่ได้ อ.มลิวัลย์ (ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง อา- จารย์โรงเรียนสอนคนหูหนวก) ช่วยเป็นล่ามให้ เมื่อได้พูดคุยกัน ยิ่งทำให้รู้สึกเห็นใจ อยากทำ อะไรเพื่อพวกเขาบ้าง ช่วงนั้นจัดรายการ “เวที วาที” แล้ว จึงคิดให้มีการแปลภาษามือตรงมุมหนึ่งของ จอภาพ ตกลงทำได้ ใหม่ ๆ คนดูไม่รู้ ไม่เข้าใจ เขียนจดหมายมาต่อว่า ขอให้เอาออก แต่พี่ เชื่อมั่นว่า พี่ทำถูกเลยทำต่อก็พยายามปรับ ปรุงให้ดีขึ้น นี่ค่ะเป็นจุดเริ่มต้นของสื่อบันเทิง จากจอทีวีที่สมบูรณ์สำหรับคนหูหนวก ต่อมาพี่ขยายมาแทรกในข่าวช่วงวัน จันทร์และวันศุกร์ พ

หัวข้อประเด็น

- การช่วยเหลือเด็กพิการ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เลี้ยงขอบคุณ ของงานวันดนตรีเพื่อเด็กพิการ มีเด็กพิการเข้ามาทักมากมาย ทุกคนคุยกับเรา รู้เรื่อง ยกเว้นเด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่สามารถพูดกัน รู้เรื่อง ทำให้เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ และอยากพูดกับเขาให้รู้เรื่อง โชคดีที่ได้ อ.มลิวัลย์ (ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง อา- จารย์โรงเรียนสอนคนหูหนวก) ช่วยเป็นล่ามให้ เมื่อได้พูดคุยกัน ยิ่งทำให้รู้สึกเห็นใจ อยากทำ อะไรเพื่อพวกเขาบ้าง ช่วงนั้นจัดรายการ “เวที วาที” แล้ว จึงคิดให้มีการแปลภาษามือตรงมุมหนึ่งของ จอภาพ ตกลงทำได้ ใหม่ ๆ คนดูไม่รู้ ไม่เข้าใจ เขียนจดหมายมาต่อว่า ขอให้เอาออก แต่พี่ เชื่อมั่นว่า พี่ทำถูกเลยทำต่อก็พยายามปรับ ปรุงให้ดีขึ้น นี่ค่ะเป็นจุดเริ่มต้นของสื่อบันเทิง จากจอทีวีที่สมบูรณ์สำหรับคนหูหนวก ต่อมาพี่ขยายมาแทรกในข่าวช่วงวัน จันทร์และวันศุกร์ พี่เล่นเองโดยหลังการอ่าน ข่าวจะทำภาษามือให้คติสั้น ๆ อย่างเช่น ทำ ว่า “วันนี้คุณดื่มนมหรือยัง” ปรากฏว่าได้รับ ความสนใจจากคนดูมาก โทรศัพท์ เขียน จดหมายมาถามกันมากมาย” ตอบว่า ต่อข้อถามถึงระยะเวลาที่จัด พี่แอ้ “เริ่มที่รายการเวที วาที่มาได้ ๒ ปี แล้ว ส่วนรายการข่าวเพิ่งจะครบปี “เวลาที่พี่ไปพูดที่ไหน อย่างเช่นที่โรตารี่ ธรรมสำหรับเขาเลยใช่ไหมคะ ทำให้เขา ทางให้แก่ผู้อื่นบ้างแล้ว เราเองก็มีความสุข สังคมก็มีความสุข” เก็บกด แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีกิจกรรมจัดสนับสนุน คนหูหนวก เริ่มมีการต้อนรับ แบมือช่วยเหลือ” พี่แอ้ขยายจุดเริ่มของการจัดอบรมสมาธิ แว่วเสียงธรรม ต่อว่า “พี่เองได้มาเยี่ยมโรงเรียนครั้งแรก ก็ เกิดความผูกพัน เลยมาเยี่ยมบ่อย ๆ สังเกต เห็นพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การทักกันแรง ๆ การฉุดกระชาก มาเข้าใจว่าการที่เด็กไม่ สามารถจะพูดตามอารมณ์ให้คนอื่นเข้าใจ ได้ ทำให้เขาอึดอัด คับข้อง เลยแสดงออกใน ทางจะก้าวร้าว ความกดดันนี้อาจจะทำให้ ทำร้ายต่อตัวเองและสังคมอย่างรู้เท่าไม่ถึง การณ์ จึงคิดจะช่วยเด็กให้มีวิธีทำใจให้สงบ ผ่อนคลายอารมณ์กดดัน.... เผอิญพี่รู้จักวัด พระธรรมกายและสำนักงานกัลยาณ มิตร พอจะติดต่อให้ช่วยได้ ปรึกษา อาจารย์ที่นี่ อาจารย์เห็นด้วย เลยช่วยกัน จัดการอบรมสมาธิขึ้น โดยจัดเดือนละครั้ง เชิญวิทยากรและพระภิกษุธรรมทายาท จากทางวัดพระธรรมกายมาบรรยายธรรม และสอนนั่งสมาธิสงบจิตใจ ปรากฏว่า อาจารย์และเด็ก ๆ ให้ความร่วมมือเป็น อย่างดี ผลออกมาน่าพอใจ เด็ก ๆ รับรู้ บาปบุญคุณโทษ กลัวการทำบาป เกือบ ๒๐ คน นั่งสมาธิได้ดี มีทางออกทางใจ ทำให้พี่มีกำลังใจที่จะทำต่อไป ได้ผลนะ หรือรายการวิทยุที่จัดอยู่ชลบุรีก็จะฝากคน คิดว่าเขาเป็นนะ” พี่แอ้ของเด็ก ๆ พูดอย่าง หูหนวกไปกับคนฟังด้วย เขาก็บริจาคมา แม้ ว่าเงินเป็นสิ่งจำเป็นแต่พี่ว่าเงินไม่ใช่สิ่ง ภาคภูมิใจ แถมหยอดท้ายฝากมาอีกว่า “คนเราถ้ารู้จักทางออกและบอก เช้าอันแจ่มใสวันหนึ่งของปลายเดือน พฤษภาคม ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาร่วมการ อบรมธรรมปฏิบัติแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเศรษฐ เสถียร (โรงเรียนสอนคนหูหนวก) เด็กนักเรียน มานั่งรออยู่เต็มห้องแล้ว ด้วยบรรยากาศที่ เงียบสงบ เมื่อได้เวลา อาจารย์ผดาชไม รัศมีทัต อาจารย์ภาษาไทย จึงได้นิมนต์ พระณรงค์ ทันตะจิตโต จากวัดพระธรรม กายมาให้การอบรมเด็ก โดยมี คุณกรรณิการ์ ธรรมเกษร คอยดูแลเอาใจช่วยเด็กอยู่ข้าง ๆ ภาพใบหน้าเด็กที่ตั้งอกตั้งใจ ดูนิทานจาก ภาษามือที่อาจารย์แปลจากพระณรงค์อีกต่อหนึ่ง เมื่อออกจากสมาธิ รอยยิ้มน้อย ๆ ฉาย อยู่บนใบหน้า อาการอึดอัดเขินอาย ก็ หายไป เมื่อจะต้องส่งภาษามือถาม ข้อ สงสัยด้านธรรมะกับพระภิกษุ สายตาที่ แสดงออกถึงความรักบูชาที่มีต่อคุณกรร ณิการ์อย่างเปี่ยมล้น ขณะที่เด็กแต่ละคน ทยอยกันมอบดอกบัวกระดาษที่ประดิษฐ์ขึ้น กับมือผู้ประกาศสาวใจบุญ ล้วนเป็นภาพประ ทับใจชวนให้เอ็นดูสงสารต่อผู้พบเห็น โดย เฉพาะผลการอบรมที่เด็กเขียนรายงานต่อ อาจารย์อย่างซื่อ ๆ ตามความรู้สึกยังความ ชื่นใจและกำลังใจ ต่อคณะผู้จัดทำโครงการ เป็นอย่างยิ่ง สำคัญที่เขาต้องการ เขาต้องการการยอม รับของสังคมว่าเขายังเป็นคนที่มีประโยชน์ มากกว่า คือ เขาไม่ต้องการปลา แต่ต้องการ เบ็ดเพื่อที่จะสามารถไปตกปลาได้เองต่างหาก พี่จึงพยายามสื่อความเข้าใจนี้ให้ประชาชน เข้าใจ ก็ดีขึ้น จากจุดนี้คนหูหนวกเริ่มจะได้รับความ สนใจจากสังคม ทำให้เขาเริ่มเปิดตัวในสังคม ทั้งที่เมื่อก่อนเขาอายที่จะแสดงออก มันไม่ยุติ ๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More