ข้อความต้นฉบับในหน้า
เฉลิมรัชมังคลาภิเษก
ในรอบร้อยปีแห่ง
กรุงรัตนโกสินทร์
ดำรงราชสมบัติอยู่นานเสียเปล่า เมื่อข้าพระพุทธเจ้ามาระลึกถึง
ความเจริญแห่งกรุงสยามในระหว่าง ๔๐ ปีที่ล่วงแล้ว ทำให้รู้สึกนิยม
ในพระบรมโพธิสมภาร แห่งใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทหาสิ่งใดเปรียบเสมอ
เหมือนมิได้ แม้จะหา สิ่งใดมาสั่งกับประโยชน์ซึ่งใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท
ได้ทรงบันดานให้บังเกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมืองแลชนนิกรทั่วไป ให้ได้
ประมาณพอกันก็มิได้เลย
นับว่าได้เสด็จอวตาลมาในกาลสมัยอัน
เหมาะยิ่ง กล่าวคือเวลาที่กรุงสยามซึ่งจะเจริญยึดตัวขึ้น เป็นเวลาหัวต่อ
ระหว่างเก่ากับใหม่ ถ้ามิได้อาไศรยพระปรีชาญาณสามารถแห่ง
ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ทรงพระมหากรุณาชักจูงประชาชนด้วย
รัฐถาถิปปาละโนบายอันสุขุม
ให้ดำเนินไปในหนทางอันชอบใช้
เมืองไทยก็จักหาได้ขึ้นสู่ความเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้ไม่เลย....ฯลฯ”
“อันพระเมตคุณนี้เป็นอาภรอลงกฎพระมหากระษัตราธิราชงาม
ยิ่งกว่าอลังการใด ๆ แลเป็นพระแสงอันมีฤทธิ์มีเดชยิ่งกว่าพระแสงทั้งปวง
อาจที่จะกระทำให้ทรงชนะทั่วไปเพราะว่าใจแห่งมนุษย์จะเอาชนะได้ก็
ด้วยเมตตาเป็นอาทิ เพราะฉะนั้นจะต้องนับว่า ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท
ทรงเป็นซิตาวีอันยิ่งใหญ่ ทรงชนะจิตยแห่งชนนิกรแล้วยังได้ทรงผูกพัน
ไว้ด้วยพระเมตตากรุณภาพนั้นเอง ชนทั้งปวงจึงมิได้มีเวลารู้สึกอย่างอื่น
นอกจากอิ่มใจว่า ได้พำนักพระบาระมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นที่
ร่มเย็นเกษมสำราญนิราศพ้นสรรพยันตราย แม้แต่ชนชาวประเทศอื่น
ก็พากันสรรเสริญพระเกียรติคุณ แต่ตั้งจิตรคิดเป็นไมตรีนี้ ก็เพราะ
พระเมตตาบาระมีบันดานดลใจให้นิยมในพระราชกฤษฎาภินิหารทั่วกัน
ส่วนพระมหากรุณาคุณอันมีอยู่ในประชาชนก็ปรากฏอยู่แก่ตา ได้ทรง
พระอุสาหะทรงพระราชดำริห์สรรพกิจน้อยใหญ่ เพื่อให้บังเกิดความสุข
แลทรงชักจูงให้ดำเนินไปในหนทางที่ชอบ แลหนทางที่ผิดเปรียบประหนึ่ง
บิดาปราณีบำรุงเลี้ยงบุตรอันเป็นที่รักใคร่ มิได้มีเวลาทรงเบื่อหน่าย
หรือย่อท้อสักขณะเดียว สู้ทรงทนความลำบากพระวรกายมุ่งหมายแต่ประโยชน์
แห่งประชาชนเป็นที่ตั้ง ยังมิหนำซ้ำ ทรงวางพระองค์ไว้ให้เป็นตัวอย่าง
แห่งชนทั้งหลายควรประพฤติอย่างไรจะชอบจะดียิ่ง สิ่งนั้นได้ทรงกระทำ
ไปด้วยพระขันตี และพระวิริยพาธเสมอต้นเสมอปลายให้ปรากฏ เพื่อชน
ทั้งหลายจะได้พยายามโดยเสด็จตามทางนั้นบ้าง.....
พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า การ
ปกครองประเทศให้เจริญมั่นคงได้นั้น ต้องอาศัยความสามัคคีเป็นที่ตั้ง เมื่อก่อน
ประเทศของเราอยู่เพียงแต่ลำพัง มิได้ติดต่อเจริญไมตรีกับประเทศอื่น ความ
คิดเห็นหรือการตั้งจุดประสงค์ในหลักการปกครองย่อมต่างคนต่างคิด ตาม
อัธยาศัยและไม่กว้างไกล ครั้นได้เจริญไมตรีกับนานาประเทศ พระมหากษัตริย์
และเหล่าขุนนางทั้งหลายจะต้องมีความตั้งใจในการบริหารประเทศร่วมกัน
เพื่อให้ชาติมีความเจริญมั่นคง ขณะเดียวกันยังสามารถดำรงอิสรภาพของ
แผ่นดินไว้ยั่งยืน การอันนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยพลังแห่งความสามัคคีของชนทุก
หมู่เหล่า
ในพระราชวโรกาสมหามงคลเช่นนี้ รัฐบาลและประชาชนยังได้ถือเป็น
โอกาสอันดีที่จะได้สร้างสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ร่วมกัน เป็นอนุสาวรีย์
รถพระที่นั่งทัตมารุต ตกแต่งเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ สมเด็จเจ้าฟ้า
กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงออกแบบถวายเป็นตราสำหรับงาน
พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกโดยเฉพาะ
แห่งความดี เพื่อระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่พึ่งแห่งปวงชน ดังความ
ในจดหมายเหตุสร้างสะพานเฉลิม ๕๕ (คือสะพานเดียวกับสะพานเฉลิมโลก
ที่ประตูน้ำในปัจจุบัน) ความว่า
“อนึ่งที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานและถนน
สายนี้ขึ้น ย่อมเป็นสาระแก่นสารแลเป็นพระราชสาธารณะกุศลประดุจ
หนึ่งว่าย่นมรรคาให้ประชาชนทั้งคฤหัสฐ์และบรรพชิตที่อาไศรยอยู่ใน
พระนครตอนเหนือใต้ให้สัญจรไปมาใกล้แลเร็วพลัน ใช่แต่เท่านั้น
เป็นทำเลที่มีอากาศโปร่งเย็นสบายเสมอว่า เปิดช่องโอกาสให้หมู่นิกรชน
ทั้งหลาย ได้มาเที่ยวถึงสวนดุสิตและสระอโนดาด ซึ่งได้พระราชทาน
พระบรมราชานุญาต โดยพระมหากรุณาให้ไปมาด้วยยานต่าง ๆ หรือ
นั่งเล่นเดินเล่นเพื่อบำรุงร่างกายสบายใจเป็นสุขสวัสดิ์....
เป็นที่ประจักษ์ว่า คุณธรรมอันประเสริฐประการหนึ่ง ที่ก่อความสำนึก
อยู่ในดวงพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ คือ ความเคารพ
สักการะและความกตัญญูที่ทรงมีต่อบรรพบุรุษไทย ผู้ยอมเสียสละเลือดเนื้อ
เพื่อรักษาแผ่นดินไทยเอาไว้ให้ลูกหลานไทยสืบไป ดังนั้น ในพระราชพิธี
เฉลิมรัชมังคลาภิเษก วัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เพื่อแสดง
ความเคารพสักการะสมเด็จอดีตพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมี
พระคุณต่อแผ่นดินไทย ดังความในพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงพระยาสุริยานุวัตร์เสนาบดีกระทรวงพระคลัง
มหาสมบัติ มีพระราชประสงค์จะเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีรัชมงคลที่
กรุงเก่าว่า
“ถึง สั่งพระยาสุริยานุวัตร์ ด้วยการที่คิดจะขึ้นไปทำบุญที่กรุงเก่านี้
ตามแบบอย่างที่พระเจ้าแผ่นดินได้เสวยราชย์ใหม่ ต้องเสด็จขึ้นไป
กรกฎาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org