การตั้งความเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 81
หน้าที่ 81 / 124

สรุปเนื้อหา

อะไร ดูตัวอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราซิ ท่านไม่เคยถอยหลังเลย “ภิกษุทั้งหลาย เราได้รู้ถึงธรรมะ ๒ อย่างคือ ความไม่รู้จักพอในกุศลธรรม ทั้งหลาย และความเป็นผู้ไม่ถอยหลัง” ในการตั้งความเพียรนั้น เรื่องถอยหลัง ไม่ต้องพูดถึง พระองค์ท่านมีแต่เดินหน้าเรื่อย ไป เพราะฉะนั้นคำว่า ถอยตั้งหลัก ไม่ใช่คำพูด ของพ่อเรา อย่าเอามาพูดนะ ทรงขยายความ ต่อไปว่า “เราตั้งความเพียร คือความไม่ ถอยหลังว่า แม้หนังเอ็นกระดูกจักเหลืออยู่ เนื้อและเลือดในสรีระจะเหือดแห้งไปก็ ตามที เมื่อยังไม่บรรลุถึงประโยชน์อัน บุคคลจะลุได้ ด้วยกำลังของบุรุษ ด้วย ความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่น ของบุรุษแล้ว เรื่องจะหยุดความเพียรนั้น เสีย เป็นไม่มีเลย เรานั้นได้บรรลุความ ตรัสรู้ เพราะความไม่ประมาท ได้บรรลุ โมกขธรรมอันไม่มีอื่นยิ่งไปกว่า เพ

หัวข้อประเด็น

- การตั้งความเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อะไร ดูตัวอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราซิ ท่านไม่เคยถอยหลังเลย “ภิกษุทั้งหลาย เราได้รู้ถึงธรรมะ ๒ อย่างคือ ความไม่รู้จักพอในกุศลธรรม ทั้งหลาย และความเป็นผู้ไม่ถอยหลัง” ในการตั้งความเพียรนั้น เรื่องถอยหลัง ไม่ต้องพูดถึง พระองค์ท่านมีแต่เดินหน้าเรื่อย ไป เพราะฉะนั้นคำว่า ถอยตั้งหลัก ไม่ใช่คำพูด ของพ่อเรา อย่าเอามาพูดนะ ทรงขยายความ ต่อไปว่า “เราตั้งความเพียร คือความไม่ ถอยหลังว่า แม้หนังเอ็นกระดูกจักเหลืออยู่ เนื้อและเลือดในสรีระจะเหือดแห้งไปก็ ตามที เมื่อยังไม่บรรลุถึงประโยชน์อัน บุคคลจะลุได้ ด้วยกำลังของบุรุษ ด้วย ความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่น ของบุรุษแล้ว เรื่องจะหยุดความเพียรนั้น เสีย เป็นไม่มีเลย เรานั้นได้บรรลุความ ตรัสรู้ เพราะความไม่ประมาท ได้บรรลุ โมกขธรรมอันไม่มีอื่นยิ่งไปกว่า เพราะ ความไม่ประมาท" พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพากเพียร ศึกษาวิชาต่าง ๆ ทุกวิชาที่คนในยุคนั้นเชื่อ กันว่า เมื่อทำแล้วจะทำให้หมดกิเลสได้ บางพวกเชื่อกันว่า ถ้าบำเพ็ญตบะโดย เปลือยกาย โดยไม่สนใจใยดีกับร่างกาย แม้ ที่สุดจะถ่ายอุจจาระ ก็ใช้มือของตนนั่นแหละ เช็ดให้เกลี้ยงไม่ได้เอาน้ำล้าง บางพวกก็ เคร่งครัดเรื่องอาหารที่รับประทาน กล่าวคือ - ถือเป็นผู้ไม่รับอาหารที่เขาร้องเชิญว่า “ท่านผู้เจริญ จงมารับอาหาร” - ไม่รับอาหารที่เขานิมนต์ว่า “ท่าน ผู้เจริญ จงหยุดก่อน” ไม่ยินดีในอาหารที่เขานำมาเฉพาะ เจาะจง ข้าวปลาอาหารที่เขาเตรียมไว้ก็ไม่รับ - เที่ยวไปหา เปลือกไม้บ้าง หญ้าบ้าง ผักบ้าง สาหร่ายบ้าง รำข้าวบ้าง ข้าวสาร หัก ๆ พวกปลายข้าวที่เขาเลี้ยงไก่ คือ มีความ เชื่อว่า ถ้ากินอาหารไม่พิถีพิถันแล้ว กิเลสจะ หมด พระองค์ท่านก็ทดลองหมด แม้ที่สุด คนในยุคนั้น เชื่อว่ากินขี้วัวแล้วจะหมดกิเลส กรกฎาคม ๒๕๖๑ พระองค์ก็ทดลองทำตาม ทรงบริโภคขี้วัวและ หญ้าเป็นธัญญาหาร บริโภคผลไม้ที่หล่นอยู่ โคนต้น เก็บรากไม้ในป่าเป็นอาหาร เพื่อยัง ชีวิตบ้าง นุ่งห่มด้วยผ้าที่ทิ้งไว้กับซากศพ บาง ครั้งก็นุ่งห่มด้วยหญ้าคา นุ่งห่มด้วยเปลือกไม้ นุ่งห่มด้วยหนังสัตว์ที่ยังมีเล็บติดอยู่ แม้ที่สุด เอาปีกนกเค้าแมวมาต่อกันทำเป็นผ้านุ่งห่มก็ยัง เคยทำ ทรงบำเพ็ญเพียรตามวิธีที่เชื่อถือกัน ในขณะนั้นทุกวิธี แต่ก็ไม่ได้ผล ทรงเล่าว่า “เรานั้น แห้งแล้วร้อนแล้วแต่ผู้เดียว เปียกแล้วผู้เดียว อยู่ในป่าที่น่าสะพรึงกลัว ผู้เดียว เป็นผู้มีกายอันเปลือยเปล่า ไม่ ผิงไฟ เป็นผู้แสวงหาความบริสุทธิ์อย่างนี้” นอนบนหนามก็ทรงเคยมาแล้ว ไม่ได้อาบน้ำ เป็นปีก็ทนได้ อยู่ในป่าลึก ๆ คนเดียวก็ยังไม่ หวั่นไหว ในขั้นสุดท้าย ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา จนผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ทรงบรรยายว่า “เวลาเอามือลูบหน้าท้อง มีความ รู้สึกเหมือนลูบกระดูกสันหลัง เวลาเอามือ ลูบหลัง ก็เหมือนลูบหน้าท้อง” พระองค์ทรงทดลองทุกวิธีเป็นขั้นตอน แต่ไม่สำเร็จมรรคผลอันใด ในที่สุดทรงเลิก วิธีการต่าง ๆ เหล่านั้น แล้วฝึกสมาธิด้วย พระองค์เองอย่างจริงจัง ลองพิจารณามาถึงขั้นตอนการแสวงหา ธรรมะของพระองค์ ก่อนที่จะตรัสรู้ย่อมจะเห็น ว่า พระองค์ท่านได้ทรงพากเพียรเพียงไร ทรง พากเพียรอย่างทุ่มเทชีวิตเข้าแลกตลอดมา ตั้งแต่ออกบวชจนบรรลุธรรม อ่านต่อฉบับหน้า ๗๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More