กรกฎาคม ๒๕๓๑ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 101
หน้าที่ 101 / 124

สรุปเนื้อหา

กรกฎาคม ๒๕๓๑ แต่ก็ไม่สามารถจะทานกำลังของชายจีนคนนั้นได้ ในที่ ซ่องโสเภณี เมื่อได้ทราบความจริงเช่นนี้ ความโกรธ สุดข้าเจ้าก็ตกเป็นของเขาอีกคนหนึ่งตั้งแต่วันนั้นมา ข้า เกลียดเขาซึ่งมีอยู่แล้วได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ข้าเจ้าคิดจะฆ่า เจ้าก็ตกเป็นของชายแปลกหน้าที่ทยอยมาวันละหลาย ๆ คน เป็นคนจีนบ้าง ไทยบ้าง แขกบ้าง ข้าเจ้ารู้สึกตัวคล้าย กับว่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ใครจะมาใครจะไปข้าเจ้ามิได้ เอาใจใส่ ชีวิตร่างกายของข้าเจ้าขณะนั้นเป็นเสมือนเก้าอี้ ในสวนสาธารณะซึ่งใครจะมานั่งพักก็ได้ ายวันหนึ่ง ประเสริฐได้พาหญิงอายุกลางคน รูปร่างอ้วนเตี้ยผิวคล้ำ เข้ามาในห้องแต่มิได้พูดอะไรกัน หญิงคนนั้นจ้องดูข้าเจ้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วก็ออก จากห้องไป พอหญิงคนนั้นออกไปไม่นาน ประเสริฐ ก็บอกข้าเจ้าว่า เราจะต้องย้ายที่อยู่

หัวข้อประเด็น

- กรกฎาคม ๒๕๓๑

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กรกฎาคม ๒๕๓๑ แต่ก็ไม่สามารถจะทานกำลังของชายจีนคนนั้นได้ ในที่ ซ่องโสเภณี เมื่อได้ทราบความจริงเช่นนี้ ความโกรธ สุดข้าเจ้าก็ตกเป็นของเขาอีกคนหนึ่งตั้งแต่วันนั้นมา ข้า เกลียดเขาซึ่งมีอยู่แล้วได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ข้าเจ้าคิดจะฆ่า เจ้าก็ตกเป็นของชายแปลกหน้าที่ทยอยมาวันละหลาย ๆ คน เป็นคนจีนบ้าง ไทยบ้าง แขกบ้าง ข้าเจ้ารู้สึกตัวคล้าย กับว่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ใครจะมาใครจะไปข้าเจ้ามิได้ เอาใจใส่ ชีวิตร่างกายของข้าเจ้าขณะนั้นเป็นเสมือนเก้าอี้ ในสวนสาธารณะซึ่งใครจะมานั่งพักก็ได้ ายวันหนึ่ง ประเสริฐได้พาหญิงอายุกลางคน รูปร่างอ้วนเตี้ยผิวคล้ำ เข้ามาในห้องแต่มิได้พูดอะไรกัน หญิงคนนั้นจ้องดูข้าเจ้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วก็ออก จากห้องไป พอหญิงคนนั้นออกไปไม่นาน ประเสริฐ ก็บอกข้าเจ้าว่า เราจะต้องย้ายที่อยู่จากโรงแรมไปอยู่บ้าน หลังหนึ่งเพราะอยู่โรงแรมค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เขาเก็บสิ่ง ของ ๆ ข้าเจ้าเข้ากระเป๋าแล้ว ก็ถือเดินนำหน้าข้าเจ้าไป ขณะเดินลงจากโรงแรมมีชายหนุ่มหน้าเหี้ยมอีก ๒ คน เดินขนาบข้างข้าเจ้า เขาพาข้าเจ้าขึ้นรถแท็กซี่หน้าโรงแรม ประเสริฐนั่งตอนหน้าคู่กับคนขับ เขาให้ข้าเจ้านั่งตอนหลัง ขนาบข้างโดยชายหน้าเหี้ยมทั้งสอง เมื่อรถมาจอดรอไฟแดงอยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง ข้าเจ้า เห็นมีตำรวจ ๒-๓ คนยืนสังเกตการจราจรอยู่ริมถนน ใกล้ ๆ กับรถแท็กซี่ของเราจอดคอย ทันใดนั้นเอง ข้า เจ้าก็เกิดความคิดที่จะหนีเอาตัวรอดขึ้นโดยปัจจุบันทัน ด่วน พร้อม ๆ กับความคิดนั่นเอง ข้าเจ้าได้พุ่งตัวออก ทางหน้าต่างรถซึ่ง ปิดอยู่ พลางส่งเสียงร้องช่วยด้วยๆ สุดเสียง ศีรษะของข้าเจ้าจึงกระทบกระจกเต็มแรง ทำ ให้กระจกแตกกระจาย แต่แรงปะทะก็ทำให้ข้าเจ้าถึงกับ หมดสติไปครู่ใหญ่ เมื่อรู้สึกตัวขึ้น ก็ได้พบว่าตัวเองอยู่ ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ข้าเจ้าได้รับบาดแผลจากกระจก หน้าต่างรถแตกบ้าง แต่ไม่ร้ายแรงอะไรรักษาไม่กี่วันก็ หาย ท่านเจ้าขา เมื่อข้าเจ้าหายเป็นปกติแล้วตำรวจก็นำ ข้าเจ้าไปสอบสวนปากคำ จากการสอบสวนปากคำนี้ เอง ข้าเจ้าก็ได้ทราบความจริงว่า นายประเสริฐที่ข้า เจ้าหลงรักหลงบูชานั้น หาใช่บุตรนายพลนายพันที่ไหนไม่ ที่แท้จริงก็คือจอมโจรหลอกลวงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น อาชีพของเขาก็คือการไปเที่ยวหลอกลวงผู้หญิงสาวซื่อ ๆ จากบ้านนอกมาบำเรออาเสียแล้วก็นำไปขายให้หัวหน้า เขาเสียด้วยอุบายต่าง ๆ ถ้าจะทำจริงก็อาจทำได้อย่าง ง่ายดาย เพราะเขาและเพื่อนกำลังถูกขังอยู่ที่สถานีตำรวจ แห่งเดียวกันนั่นเอง ข้าเจ้าอาจจะไปซื้อขนมมา เอายา พิษใส่เข้าไป แล้วก็นำไปให้เขากินพูดปลอบโยนด้วยคำ หวาน ทำทีเป็นว่าข้าเจ้ายังรักเขาอยู่ เท่านั้นเองเขาก็คง ดับชีพสมกับความแค้นของข้าเจ้า แต่คิดไปคิดมา ข้าเจ้าก็ตัดสินใจไม่ทำกรรม อันเป็นบาปหยาบช้า นั้น เพราะคิดเสียว่า ในชาติก่อน ๆ ข้าเจ้าคงเคยทำ ความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขา ในชาตินี้เขาจึงมาทำกับข้า เจ้าเช่นนี้ เป็นอันว่า ข้าเจ้าได้ใช้หนี้เวรกรรมหมด สิ้นแล้ว ถ้าจะฆ่าเขาอีกก็จะเป็นการต่อสายเวรสาย กรรมออกไปอีก เราทั้งสองจะต้องตามจองล้างจอง ผลาญกันต่อไปไม่รู้จักสิ้นสุด คิดได้ดังนี้ ข้าเจ้าจึง เลิกล้มความคิดนั้นเสีย ปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัด การกับเขาต่อไป ต่อจากนั้น ข้าเจ้าก็หวนคิดถึงตัวเอง ว่าจะทำ อย่างไรต่อไป ทางตำรวจบอกว่าจะจัดการส่งตัวข้า เจ้ากลับบ้าน ใจหนึ่งข้าเจ้าก็อยากกลับบ้าน เพราะคิดถึง พ่อแม่ คิดถึงน้องและความสงบสุขทางบ้านเป็นกำลัง แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่คิดอยากกลับ แต่อยากจะเตลิดเปิดเปิง ไปอย่างไม่มีจุดหมาย เพราะเห็นว่า ตัวเองชั่วแล้วก็น่าจะ เดินต่อไปตามทางของคนชั่วจนกว่าจะสิ้นลมปราณ ข้าเจ้าเป็นลูกเนรคุณไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ กลับไป เชื่อคนอื่นซึ่งตนเองยังไม่รู้จักหัวนอนปลายตีน จนถูกเขา C ๙๙ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More