พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 5
หน้าที่ 5 / 124

สรุปเนื้อหา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับยังรัตน สิงหาสน์ ทอดพระเนตรการมหรสพที่จัดถวายหน้าพระที่นั่ง (ในภาพ เป็นการเล่นโมงครุ่ม) (วันที่ 9 ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๖) ด โปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง “นายกกรรมการ” จัดงานสมโภชราชสมบัติ ๔๑ ปี และโปรดเกล้าฯ ตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ เป็นกรรมการที่ปรึกษา ในรอบร้อยปี พระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ดุจเช่นพระราชพิธีมังคลาภิเษก มีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นับแต่ชนชาติไทยได้รวมเลือดเนื้อเผ่าพันธุ์เป็น ประวัติศาสตร์ เป็นชาติเอกราชขึ้นมาอย่างโดดเด่นในดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๐ ครั้งกรุงสุโขทัย ตลอดมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบันนี้นั้นรวมระยะเวลาประมาณ ๓๓๑ ปี เราเคยมีพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ผ่านไปเพียง

หัวข้อประเด็น

- พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับยังรัตน สิงหาสน์ ทอดพระเนตรการมหรสพที่จัดถวายหน้าพระที่นั่ง (ในภาพ เป็นการเล่นโมงครุ่ม) (วันที่ 9 ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๖) ด โปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง “นายกกรรมการ” จัดงานสมโภชราชสมบัติ ๔๑ ปี และโปรดเกล้าฯ ตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ เป็นกรรมการที่ปรึกษา ในรอบร้อยปี พระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ดุจเช่นพระราชพิธีมังคลาภิเษก มีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นับแต่ชนชาติไทยได้รวมเลือดเนื้อเผ่าพันธุ์เป็น ประวัติศาสตร์ เป็นชาติเอกราชขึ้นมาอย่างโดดเด่นในดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๐ ครั้งกรุงสุโขทัย ตลอดมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบันนี้นั้นรวมระยะเวลาประมาณ ๓๓๑ ปี เราเคยมีพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ผ่านไปเพียงครั้งเดียว คือในรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และจะมีอีกครั้งเป็นครั้งที่ ๒ ในระหว่าง วันที่ ๒-๕ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ในรัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นกัน นับเป็น เหตุการณ์สำคัญยิ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะเป็นพระราชพิธี ที่ประมวลถึงคุณงามความดี และความมีอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในรัชกาลที่ ๕ ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้อนุชน รุ่นหลังได้ซาบซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ว่า เป็นวโรกาสที่พระมหากษัตริย์ทรงดำรง สิริราชสมบัติ มายาวนานกว่าพระองค์ใดที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ และยืนยาวด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง เพื่อทำนุบำรุงแผ่นดินให้เจริญวัฒนาถาวร ในทุก ๆ ด้าน ดังขออัญเชิญพระราชดำรัสตอบบางตอนของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้ามา ณ ที่นี้ “จริงอยู่จำนวนปีที่พระเจ้าแผ่นดินได้ดำรงราชสมบัติ ถึงจะช้านาน เพียงใดก็มิได้เป็นอัศจรรย์ที่ควรจะกำหนดเอาเป็นข้อคำนึง ด้วยเหตุว่า พระราชาผู้ซึ่งอยู่ในราชสมบัติยืนยิ่งกว่านี้ ย่อมมีในประเทศอื่น ๆ หลายแห่ง จะเป็นการแปลกอยู่หน่อย แต่ในพระราชพงศาวดารของเรา ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดอยู่ในราชสมบัตินานเสมอครั้งนี้ แต่อีก ส่วนหนึ่งนั้นเราถือว่า การที่อยู่ในราชสมบัตินานปีเช่นนี้ เป็นผลสำคัญ ของทางดำเนินในความพยายามของเรา ที่จะบำรุงแผ่นดินอยู่เป็นอันมาก ด้วยเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ก็ย่อมทรงประสบเหตุการ อันเกิด มีต่างกันในรัชสมัยนั้น ๆ การซึ่งอาณาประชาราษฎรจะได้รับผลแห่งความ ผาสุก ย่อมอาไศรยพระราโชบายแลราชานุภาพ ซึ่งทรงต่อต้านแปรผัน เหตุแลการอันนั้น ให้กลับเป็นผลดีได้สมแก่กาลแลสมัย....” พระมหากษัตริย์ที่ทรงดำรงราชย์อยู่ยืนยาว และเป็นที่รักยิ่งของประชาชน นั้น จะต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่ มีพระปรีชาสามารถ ในการปกครองประเทศเป็นอย่างสูง ดังคำกราบบังคมทูลถวายพระบรมรูปทรงม้า ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งขออัญเชิญมาบางตอนว่า “แต่ข้าพระพุทธเจ้ามาคำนึงต่อไปว่า แม้เวลาที่พระมหากระษัตรา ธิราชได้เสด็จอยู่ในราชสมบัติจะช้านานน่าพิศวงสักปานใดก็ดี ยังมีข้อ ควรเพ่งเรงดูอีกอย่างหนึ่งว่า ในเวลาที่เป็นรัชสมัยนั้น พระองค์ได้ทรง ทนุบำรุงประชาชนข้าขอบขันธสีมาด้วยประการใดบ้าง ถ้าในระหว่างนั้น พระองค์ได้ทรงจะทำประโยชน์ให้บังเกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นลำดับ มาใช้ จึงจะควรกล่าวได้ว่า พระมหากระษัตราธิราชพระองค์นั้นมิได้ กรกฎาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org ต
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More