ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับยังรัตน
สิงหาสน์ ทอดพระเนตรการมหรสพที่จัดถวายหน้าพระที่นั่ง (ในภาพ
เป็นการเล่นโมงครุ่ม) (วันที่ 9 ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๖)
ด
โปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง “นายกกรรมการ” จัดงานสมโภชราชสมบัติ
๔๑ ปี และโปรดเกล้าฯ ตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ
เป็นกรรมการที่ปรึกษา
ในรอบร้อยปี พระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ดุจเช่นพระราชพิธีมังคลาภิเษก
มีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นับแต่ชนชาติไทยได้รวมเลือดเนื้อเผ่าพันธุ์เป็น
ประวัติศาสตร์ เป็นชาติเอกราชขึ้นมาอย่างโดดเด่นในดินแดนสุวรรณภูมิ
เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๐ ครั้งกรุงสุโขทัย ตลอดมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี
และกรุงรัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบันนี้นั้นรวมระยะเวลาประมาณ ๓๓๑ ปี
เราเคยมีพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ผ่านไปเพียงครั้งเดียว คือในรัชกาลที่ ๕
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และจะมีอีกครั้งเป็นครั้งที่ ๒ ในระหว่าง วันที่ ๒-๕
กรกฎาคม ๒๕๓๑ ในรัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นกัน นับเป็น
เหตุการณ์สำคัญยิ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะเป็นพระราชพิธี
ที่ประมวลถึงคุณงามความดี และความมีอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย
ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในรัชกาลที่ ๕ ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้อนุชน
รุ่นหลังได้ซาบซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ว่า เป็นวโรกาสที่พระมหากษัตริย์ทรงดำรง
สิริราชสมบัติ มายาวนานกว่าพระองค์ใดที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์
และยืนยาวด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง เพื่อทำนุบำรุงแผ่นดินให้เจริญวัฒนาถาวร
ในทุก ๆ ด้าน ดังขออัญเชิญพระราชดำรัสตอบบางตอนของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้ามา ณ ที่นี้
“จริงอยู่จำนวนปีที่พระเจ้าแผ่นดินได้ดำรงราชสมบัติ ถึงจะช้านาน
เพียงใดก็มิได้เป็นอัศจรรย์ที่ควรจะกำหนดเอาเป็นข้อคำนึง ด้วยเหตุว่า
พระราชาผู้ซึ่งอยู่ในราชสมบัติยืนยิ่งกว่านี้ ย่อมมีในประเทศอื่น ๆ
หลายแห่ง จะเป็นการแปลกอยู่หน่อย แต่ในพระราชพงศาวดารของเรา
ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดอยู่ในราชสมบัตินานเสมอครั้งนี้ แต่อีก
ส่วนหนึ่งนั้นเราถือว่า การที่อยู่ในราชสมบัตินานปีเช่นนี้ เป็นผลสำคัญ
ของทางดำเนินในความพยายามของเรา ที่จะบำรุงแผ่นดินอยู่เป็นอันมาก
ด้วยเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ก็ย่อมทรงประสบเหตุการ อันเกิด
มีต่างกันในรัชสมัยนั้น ๆ การซึ่งอาณาประชาราษฎรจะได้รับผลแห่งความ
ผาสุก ย่อมอาไศรยพระราโชบายแลราชานุภาพ ซึ่งทรงต่อต้านแปรผัน
เหตุแลการอันนั้น ให้กลับเป็นผลดีได้สมแก่กาลแลสมัย....”
พระมหากษัตริย์ที่ทรงดำรงราชย์อยู่ยืนยาว และเป็นที่รักยิ่งของประชาชน
นั้น จะต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่ มีพระปรีชาสามารถ
ในการปกครองประเทศเป็นอย่างสูง ดังคำกราบบังคมทูลถวายพระบรมรูปทรงม้า
ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงเป็นสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งขออัญเชิญมาบางตอนว่า
“แต่ข้าพระพุทธเจ้ามาคำนึงต่อไปว่า แม้เวลาที่พระมหากระษัตรา
ธิราชได้เสด็จอยู่ในราชสมบัติจะช้านานน่าพิศวงสักปานใดก็ดี ยังมีข้อ
ควรเพ่งเรงดูอีกอย่างหนึ่งว่า ในเวลาที่เป็นรัชสมัยนั้น พระองค์ได้ทรง
ทนุบำรุงประชาชนข้าขอบขันธสีมาด้วยประการใดบ้าง ถ้าในระหว่างนั้น
พระองค์ได้ทรงจะทำประโยชน์ให้บังเกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นลำดับ
มาใช้ จึงจะควรกล่าวได้ว่า พระมหากระษัตราธิราชพระองค์นั้นมิได้
กรกฎาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
ต