ข้อความต้นฉบับในหน้า
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เปิดตลาดสำหรับ
สินค้าขาออกมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับญี่ปุ่นและ
เยอรมนี นางได้กำหนดกฎหมายจำกัดสิทธิ
และจำนวนของผู้ที่ขอเบิกเงินค่าเลี้ยงดูจาก
รัฐบาล เป็นการผลักดันให้คนว่างงานทั้งจริง
และแฝงเป็นจํานวนมากต้องตะเกียกตะกาย
ออกมาหางานทํ
การศึกษาทางศิลปศาสตร์ที่รัฐบาล
สนับสนุนนั้นก็คือ การเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือจีน
เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนการ
คึกษาภาษาคลาสสิกต่าง ๆ เช่น ลาติน เก
ฮีบรู อียิปต์ อารบิค จีนโบราณ บาลี สันสกฤต
ธิเบตโบราณ ฯลฯ รวมทั้งศิลปศาสตร์แขนง
อื่น ๆ เช่น ดนตรี วิจิตรศิลป์ ประติมากรรม
ฯลฯ เป็นสิ่งที่ถูกตัดทอนงบประมาณลงอย่าง
มากมาย
ทุนวิจัยสำหรับโครงการค้นคว้าทาง
วิทยาศาสตร์ ก็ถูกตัดทอนไปด้วยจนถึงเกือบ
“ศูนย์” เพราะถือหลักว่านักวิทยาศาสตร์
ทํางานเหมือนปลาทองว่ายอยู่ในขวดโหล
จะเคลื่อนไหวไปทางไหนคนก็มองเห็นหมด
ทั้งนี้เพราะระบบการทำงานทางวิทยาศาสตร์
นั้นมีการตีพิมพ์ผลการค้นคว้าวิจัยออกมา
มากมายตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์ไม่
จําเป็นต้องไปลงมือทำางานวิจัยด้วยตนเอง
ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ผิดพลาดอย่างร้ายกาจ
เพราะงานวิจัยที่สำคัญจริง ๆ นั้น นักวิทยา
ศาสตร์ไม่นำออกมาพิมพ์เผยแพร่ ความรู้
ทางวิชาการในชั้นแนวหน้านั้นจึงรู้กันอยู่ใน
หมู่คนจำนวนจำกัด กว่าจะเผยแพร่ออกมา
เขาก็ก้าวหน้าไปอีกหลายช่วงตัวแล้ว เท่านั้นยัง
ไม่พอ ตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของ
ทั่วประเทศถูกแช่เย็นอยู่ ๒ ปี ไม่มีการรับ
อาจารย์ใหม่ ถ้าอาจารย์คนไหนถึงกำหนดต้อง
เกษียณอายุหรือถึงแก่กรรมไป ตำแหน่งนั้นก็
สูญไปด้วย
นักวิชาการมือดี ๆ จำนวนมากทั้งใน
สายศิลปศาสตร์ และวิทยาศาสตร์จึงอพยพ
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา สถาบัน
การศึกษาในอเมริกานั้นเล่า ก็พร้อมที่จะ
โอบรับนักวิชาการเหล่านั้นอย่างอบอุ่น บาง
รายถึงกับส่งผู้แทนมาขอซื้อตัวไปเลยก็มี
ภาวการณ์เช่นนี้เรียกว่า BRAIN DRAIN หรือ
"ปัญญาชนอพยพ” และก็เป็นที่พยากรณ์
ได้ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็น
อย่างไรในอนาคต
อ๊อกซฟอร์ดได้ตีพิมพ์เหตุผลเหล่านี้
ลงในวารสารของมหาวิทยาลัย แถลงอย่าง
เป็นทางการ เพื่อให้ทราบว่าทำไมมหาวิทยาลัย
จึงไม่ยอมมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ให้แก่นางมาการ์เร็ต แทตเชอร์ และประณาม
นโยบาย “โภคนิยม” ของนางนับครั้งไม่ถ้วน
รัฐบาลก็สนองตอบด้วยการตัดทุน
การศึกษาให้แก่นักศึกษาเป็นรายหัว ซึ่งเป็น
การตัดเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด
โดยตรง ทําให้เกิดความสั่นคลอนในหอคอย
งาช้างแห่งนี้อย่างหนัก ในวิทยาลัย ๓๐ กว่า
แห่งของอ๊อกซฟอร์ดนี้ มีอยู่เพียง ๕ แห่งเท่านั้น
ที่มั่งคั่งเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้อง
ฟังค่าบำรุงการศึกษา หน่วยงานหรือสถาบัน
ที่อยู่ในสังกัดต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดบอดเลียน
(BODLEIAN) ก็ดี พิพิธภัณฑ์แอชโมเลียน
(ASHMOLEAN) ก็ดี สถาบันภาษาตะวันออก
ก็ดี ต่างพากันออกบอกบุญเรี่ยไรขอรับบริจาค
จากสาธารณชนไม่เลือกหน้าเพราะหนี้สิน
พอกพูนล้นพ้นตัว มหาวิทยาลัยถึงกับต้อง
แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นมา เพื่อหารายได้พิเศษ
จากการบริจาคโดยเฉพาะ โครงการพัฒนา
มหาวิทยาลัยหยุดชะงัก ทุกหน่วยงานต่างพา
กันดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
ในมหาวิทยาลัยอื่น มีเหตุการณ์ที่น่า
วิตกมากกว่านี้ เพราะไม่มีทุนรอนที่บรรพบุรุษ
ทิ้งไว้ให้เหมือนอ๊อกซฟอร์ดหรือเคมบริดจ์
บางแห่งถึงกับต้องจ้างเอาอดีตนายธนาคาร
เข้ามาเป็นหัวหน้าแผนกหรือสถาบันเพื่อหา
รายได้มาประคองความอยู่รอดของสถาบัน
ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การศึกษา
ที่ได้เงินเดือนมากกว่า และอนาคตที่ดีกว่า
ของอังกฤษซึ่งผู้ที่ไม่เคยมีตำแหน่งทางวิชาการ
กันออกจากประเทศอังกฤษไปรับตำแหน่งใหม่
เข้ามามีอำนาจบริหารสถาบันการศึกษา
การสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยตามแผน
พัฒนาเศรษฐกิจของคุณ “แม็กกี้” นั้น ได้ผล
ทันตาเห็น ทุกคนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากขึ้น
อัตราการว่างงานลดลงวูบวาบ มีการลงทุน
ในประเทศมากขึ้น การอุตสาหกรรม พาณิชย
กรรม และการทำธุรกิจนานาชนิดรุ่งเรืองขึ้น
ผิดหน้าผิดตา
แต่ในขณะเดียวกัน ความเครียดใน
สังคมอังกฤษก็เพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากสถิติ
คดีอาชญากรรมประเภทต่าง ๆ พุ่งขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ความรุนแรงในสังคมเช่นการจลาจล
ในสนามฟุตบอลเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ความ
ปลอดภัยในที่ชุมชน หรือตามถนนหนทาง
ต่าง ๆ ลดลงมาก ภาพคนเมาแล้วอาละวาด
ตามท้องถนนยามค่ำคืนเป็นสิ่งที่หาดูได้เป็น
ปกติวิสัยทั่วทุกหัวระแหงในสังคมอังกฤษ
โดยเฉพาะในคืนวันสุดสัปดาห์
ถึงแม้จะมีเสียงคัดค้านลัทธิแทตเชอร์
จากวงการนักวิชาการรอบข้างมากมาย
ก็มิได้ทำให้รัฐบาลเกิดความสั่นคลอนแต่
ประการใด เพราะคนอังกฤษอีกเป็น
จำนวนมากสนับสนุนและเลื่อมใสในแนว
ความคิดนี้ โดยวัดความเจริญของประเทศ
จากตัวเลขในธนาคารของตนเป็นสำคัญ
ในขณะที่นักวิชาการกำลังเฝ้ามองดูสถาน
การณ์เหล่านี้ด้วยความวิตกกังวลยิ่ง
“เราจะอยู่ต่อไป อ๊อกซฟอร์ดจะ
ไม่มีวันสูญสลาย แต่จะต้องเป็นเจ้าทาง
วิชาการของโลกต่อไปโดยไม่หวั่นไหวต่อ
อุปสรรคทั้งปวง” นี่เป็นคำทิ้งท้ายของรอง
อธิการบดีของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ปรา
ศรัยแก่นักศึกษาใหม่ได้ฟังในหอประชุมเชล
โตเนียม (SHELDONIAN THEATRE) ซึ่ง
อาตมาไม่ทราบว่าจะเป็นจริงไปได้นานสัก
เท่าใด
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
กรกฎาคม ๒๕๓๑