การกลับบ้านและการต่อสู้กับความรู้สึก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 102
หน้าที่ 102 / 124

สรุปเนื้อหา

เห็นหน้า ในที่สุดข้าเจ้าก็ตัดสินใจว่าจะไม่กลับและ ข้าเจ้าจึงอยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป” ได้บอกความประสงค์ของตนแก่นายตำรวจ แต่นายตำ รวจคนนั้น ก็ได้พยายามรบเร้าวิงวอนให้ข้าเจ้ากลับบ้าน โดยอธิบายเหตุผลต่าง ๆ ท่านบอกว่า คนทุกคนมี โอกาสที่จะทำชั่วได้ เพราะความจำเป็นบ้าง เพราะ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งใน ชีวิต แต่คนที่ทำความชั่วแล้วรู้ว่าตนทำชั่วกลับตัว เป็นคนดีเสีย โลกย่อมสรรเสริญ บัณฑิตย่อมเห็น และให้อภัยแก่คนทำชั่วแล้วกลับตนเป็นคนดี มี แต่คนพาลสันดานชั่วเท่านั้น ที่ไม่รู้จักให้อภัยแก่คน เคยทำชั่วแต่กลับตัวได้ ท่านพูดต่อไปว่า ไม่มีที่ใด จะให้ความสุขความอบอุ่นใจเท่ากับบ้าน และไม่มี ใครจะให้ความรักอันบริสุทธิ์ ไม่เปลี่ยนแปลงแก่ เรานอกจากมารดาบิดาของเราเอง ท่านเจ้าขา เ

หัวข้อประเด็น

- การกลับบ้านและการต่อสู้กับความรู้สึก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๐๐ ทำลายย่ำยีไม่มีอะไรเหลือ กลายเป็นดุจผ้าขี้ริ้วให้เขาเช็ด รู้สึกคล้าย ๆ อยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าเช่นเดียวกับเมื่ออยู่ เท้าอยู่ในต่างถิ่นต่างแดนท่ามกลางคนแปลกหน้า เมื่อ เมืองกรุง ที่ท่าของคนเหล่านี้ ทำให้ข้าเจ้าเกิดเกลียดชังตัว คิดถึงตอนนี้ข้าเจ้าก็เกิดความเกลียดชังตัวเองอย่างรุนแรง เองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเห็นว่าตัวเองเป็นคนชั่ว เป็นเสนียด แทบจะไม่อยากอยู่ในโลก ไม่อยากกลับมาให้พ่อแม่พี่น้อง จัญไร นำความอัปยศอดสูมาสู่หมู่บ้าน เพราะฉะนั้น เห็นหน้า ในที่สุดข้าเจ้าก็ตัดสินใจว่าจะไม่กลับและ ข้าเจ้าจึงอยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป” ได้บอกความประสงค์ของตนแก่นายตำรวจ แต่นายตำ รวจคนนั้น ก็ได้พยายามรบเร้าวิงวอนให้ข้าเจ้ากลับบ้าน โดยอธิบายเหตุผลต่าง ๆ ท่านบอกว่า คนทุกคนมี โอกาสที่จะทำชั่วได้ เพราะความจำเป็นบ้าง เพราะ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งใน ชีวิต แต่คนที่ทำความชั่วแล้วรู้ว่าตนทำชั่วกลับตัว เป็นคนดีเสีย โลกย่อมสรรเสริญ บัณฑิตย่อมเห็น และให้อภัยแก่คนทำชั่วแล้วกลับตนเป็นคนดี มี แต่คนพาลสันดานชั่วเท่านั้น ที่ไม่รู้จักให้อภัยแก่คน เคยทำชั่วแต่กลับตัวได้ ท่านพูดต่อไปว่า ไม่มีที่ใด จะให้ความสุขความอบอุ่นใจเท่ากับบ้าน และไม่มี ใครจะให้ความรักอันบริสุทธิ์ ไม่เปลี่ยนแปลงแก่ เรานอกจากมารดาบิดาของเราเอง ท่านเจ้าขา เพราะนายตำรวจคนนั้นแท้ๆ ข้าเจ้า จึงตัดสินใจกลับบ้าน แต่เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว แทนที่จะ สบายใจดังที่คิดไว้ กลับได้รับความทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น ข้า เจ้าได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากพ่อ แม่ก็จริง แต่ชาวบ้านทุกคน กลับมองข้าเจ้าด้วยสายตา “ดวงตาเอ๊ย” อาตมาพูดขึ้น ในเมื่อแน่ใจว่าดวงตา เล่าเรื่องของตนจบแล้ว “เท่าที่ได้ฟังเรื่องของเธอมาตั้งแต่ ต้น อาตมาเห็นว่า เรื่องราวของเธอคล้ายกับเรื่องของคน หลงทางคนหนึ่ง หลงเดินไปตามทางผิดจนถึงปลายทาง แล้ว แต่ไม่พบจุดหมาย จึงเดินย้อนกลับมาสู่ต้นทางใหม่ แล้วก็เริ่มต้นเดินไปตามหนทางที่ถูก แต่พอจะออกก้าว เดินก็หยุดชะงักแล้วก็จะหันกลับไปเดินตามทางผิดอีก ทำไมอาตมาจึงพูดเช่นนั้น ก็เพราะว่า เธอได้หลงเดิน ตามทางผิดไปจนถึงกรุงเทพฯ และได้รับความทุกข์ ทรมานทุกอย่างแล้วจนเธอคิดจะฆ่าตัวตายบ้าง คิดจะ เตลิดเปิดเปิงไปบ้าง แต่ในที่สุดเธอก็ไม่เดินตามทางผิด นั้นอีกต่อไป เธอได้ย้อนกลับมาเดินตามทางถูกจนบัดนี้ ได้กลับมาถึงบ้านถึงพ่อถึงแม่แล้ว แต่เธอกลับจะไปเดิน ทางผิดอีก เธอเห็นว่าเป็นการสมควรแล้วหรือ?” เมื่อดวงตาไม่ตอบ นั่งก้มหน้านิ่งอยู่ อาตมาจึง เทศน์ต่อไป “ดวงตาเอ๋ย เธออาจจะเห็นว่าตัวเองเป็นคนชั่วช้า เลวทราม เป็นตัวเสนียดจัญไร แต่อาตมาก็เห็นว่าเธอยัง แสดงความดูถูกเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด คนที่เคยรัก เป็นคนดี ดีกว่าคนอีกหลายคนทีเดียว ดีอย่างไร? ประ ใคร่สนิทสนมมาแต่ก่อนได้ตีตนออกห่างหมด คล้ายกับ การแรก เธอไม่ได้ทำความชั่วเพราะสันดานชั่ว แต่ทำ ว่า ข้าเจ้าเป็นตัวเสนียดจัญไรที่ไม่ควรเข้าใกล้ ข้าเจ้า เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะความหลงผิด เพราะ Kalyanamitra.org กรกฎาคม ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More