ข้อความต้นฉบับในหน้า
หาบที่ 6 น้ำพริกปลาทูทอดกับผักชะอม
ชุบไข่ทอด หาบที่ ๙ แกงส้มดอกแคกับ
ข้าวสวย ดอกแคดอกเสมอกัน น้ำแกงข้นคลั่ก
หาบที่ ๑๐ น้ำพริกปลาร้ากับผักบุ้งต้ม ข้าวสวย
หาบที่ ๑๑ แกงจืดฟักเขียวกับน่องไก่ กว่าจะ
บรรยายเสร็จ ข้าพเจ้ายังอดน้ำลายสอไม่ได้
วันนี้จึงมีอาหารมากมายเหลือเฟือ มีทั้ง
ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้และชาวบ้านหาบมา
คุณณรงค์ แป้นพัฒน์ และ คุณอัญเชิญ
นิมิตรบุตร พากลุ่มกำนัน ๒ ตำบลมาทำบุญ
อีก สาธุชนจากอำเภอพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
ก็นำของมาถวาย รวมทั้ง อาจารย์เสาวลักษณ์
เปี่ยมปิติ แห่งชมรมพุทธฯ ก็นำอาหารมา
สมทบ ดังนั้นพอพระฉันเสร็จอาหารก็ยังเหลือ
มากมาย ต้องแลกกันนำกลับไปทานที่บ้าน
จากอาหารก็มาถึงน้ำปานะ วันนี้ก็
อุดมสมบูรณ์มากเช่นกัน มีน้ำปานะสี่สี คือ
ข้าพเจ้าตั้งชื่อในใจว่าบุญ ๔ สีของน้ำใจ
สีน้ำตาลของน้ำอัดลม จากบุญของหลวงพ่อ
วัดหนองสมัคร ท่านถวายไม่รู้กี่ลังต่อลัง
พระไม่ฉันท่านก็ไม่ยอม เห็นความตั้งใจของ
ท่านแล้วพระก็ต้องฉัน โรงเรียนวัดหนองสมัคร
ถวายน้ำกระเจี๊ยบสีแดงเข้ม ๓ หม้อใหญ่ ๆ
และน้ำเต้าหู้สีขาวจัดเพราะต้มไฟอ่อน และ
น้ำเต้าหู้สีเหลืองเข้มเพราะต้มไฟแก่ น้ำเต้าหู้
จากคุณไพรัช เจ้าตำรับน้ำเต้าหู้แห่งตลาด
สะพานใหม่ และจากชาวตลาดหินกอง พระ
ต้องฉันน้ำปานะถึง ๒ รอบก็ยังไม่หมด ข้าพเจ้า
ดื่มถึง ๔ รอบเสร็จแล้วก็เกิดอาการจุกบุญ
ต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำทั้งคืน นอกจากน้ำปานะ
แล้ว คุณณรงค์ก็อุตส่าห์นำน้ำดื่มจากหินกอง
มาถวาย สำหรับน้ำแข็งก็มีผู้นำมาถวายไม่
ขาดสาย เพราะวันนั้นยอมรับว่าอากาศร้อน
มาก
วัดหนองสมัคร หนองก็คือแหล่งน้ำ
สมัครหมายถึงเต็มใจเต็มเปี่ยม ณ จุดนี้พระ
ธุดงค์จึงมีพร้อมบริบูรณ์ด้วยน้ำแกง น้ำปานะ
น้ำดื่ม น้ำแข็ง น้ำสรง และน้ำใจ เพราะความ
ร่วมใจของบรรดาท่านเจ้าของบุญทั้งหลาย
ตามที่กล่าวมาข้างต้น
ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวลาว
พูดเหมือนชาวไทยอีสานของเรา หลวงพ่อ
เจ้าอาวาสท่านเป็นชาวขอนแก่น บวชแล้ว
มาอยู่ที่นี่ ท่านเล่าว่า ชาวบ้านนั้นเดิมเป็น
ชาวลาวอพยพมาจากเวียงจันทน์สมัย ร.๑
นานมาแล้ว ปัจจุบันก็เป็นรุ่นหลาน แต่ยังใช้
ภาษาและขนบธรรมเนียมแบบเดิมเอาไว้ คือ
Impression จริง ๆ พลันข้าพเจ้าก็นึกย้อน
ไปถึงตอนหยิบน้ำแข็งส่งให้อุบาสก รู้สึก
เหมือนไอเย็นจากก้อนน้ำแข็งในวันนั้น
ที่เย็นจนมือชาแข็ง แล้วเปลี่ยนเป็นความ
ปีติสู่หัวใจ แผ่ไอเย็นออกมาตามขุมขน
แม้เส้นผมก็พลอยเย็นวาบเหมือนจะลุก
ชูชันขึ้นมาก็ว่าได้...โอ้น้ำแข็งเพียง ๒ ก้อน
ราคาเพียง ๑๐ สตางค์ต่อพระ 9 รูป ให้
ยึดมั่นในพระรัตนตรัย อ่อนโยนอ่อนน้อม โอกาสข้าพเจ้าเก็บเกี่ยวบุญถึงเพียงนี้
ชอบฟังธรรม ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นประจักษ์ด้วยตา
ของตัวเอง วันนั้นชาวบ้านฟังเทศน์ช่วงกลางวัน
แล้ว ช่วงเย็นก็กลับมาฟังเทศน์อีก
ความที่วันนั้นทุกอย่างอุดมสมบูรณ์
พร้อมพรั่งไปหมด ประกอบกับระยะทางที่เดิน
ก็ไม่ไกล พระไม่เหนื่อยมาก ร่างกายก็เริ่มชิน
กับการเดินทางไกล การกรำแดดมากขึ้น ช่วง
เย็นก่อนเวลาปฏิบัติธรรม พระบางรูปเมื่อมา
ขอยา ท่านได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแต่ละ
วันให้ฟังด้วย...ป้ารู้ไหมวันแรกถ้าไม่ได้น้ำแข็ง
ก้อนตอนที่อยู่วังน้อย คงเป็นลมพับอยู่ตรงนั้น
แข้งขามันอ่อนไปหมดแล้ว น้ำแข็งจริง ๆ ที่
ช่วยไว้ เหมือนระฆังนักมวยตอนหมดแรงชก
จริง ๆ ... ได้ยินพระพูดใจข้าพเจ้าก็ฟู ยิ่งท่าน
ย้ำต่อไปอีกว่า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วอาตมา
ยังไม่ลืมเลย นี่แหละหนอที่เขาเรียกว่า First
มีเรื่องขำ ๆ เรื่องหนึ่งเกิดขึ้น เพราะ
ความเป็นของข้าพเจ้าเอง คือพระบางรูปท่าน
มาขอยาท่านพูดว่า...แย่เลยโยมป้า ๓ วันก่อน
พระมาขอยาถ่าย ท้องผูกกันเป็นแถว พอวันนี้
ก็แย่อีก ยาที่โยมป้าให้ก็ถ่ายไม่หยุด ต้องขอ
ฝาไปปิดให้พระแล้ว ตอนแรกข้าพเจ้าก็งง ๆ
เพราะอดนอนมาหลายวัน ฟังพระพูดก็สงสัย
เอ พระจะมาหาฝาไปปิดอะไร แล้วทำไม
มาหาหน่วยพยาบาลด้วย ร้อนถึงอุบาสกที่
อยู่ใกล้ ๆ ต้องมากระซิบ อ้อ! ท่านมาขอยา
แก้ท้องเสีย ทำให้ข้าพเจ้ายิ้มออกมาด้วยความ
๑๐๖
Kalyanamitra.org
กรกฎาคม ๒๕๐๙