ความรู้สึกของพ่อแม่และการประพฤติของลูก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 20
หน้าที่ 20 / 124

สรุปเนื้อหา

ผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ มักจะมีความรู้สึกริษยา ซ่อนแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง มีแต่ความรู้สึก ของพ่อแม่เท่านั้นที่เป็นมุทิตาแท้จริง แม้ไม่ เปล่งเป็นคำพูดออกมา ใจท่านก็กระทำอยู่ ตลอดเวลา - อุเบกขา คือความวางใจเป็นกลาง วางเฉย เมื่อเวลาลูกเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว เขา ย่อมเป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจอะไร ๆ ของ เขาเอง หากเกิดความผิดพลาดและไม่อยู่ใน วิสัยที่พ่อแม่จะช่วยเหลือได้ ท่านก็ไม่ซ้ำเติม วางใจเป็นอุเบกขา ดังนี้เป็นต้น เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็น พระอรหันต์ในบ้านของลูกจริง ๆ จิตใจของ ท่านทั้งสองที่มีต่อลูก ไม่มีความโลภอยากได้ อะไร ๆ จากลูก มีแต่จะให้สมบัติของท่านแก่ลูก สรุปแล้ว เมื่อพ่อแม่เป็นทั้ง บูรพาจารย์ เทวดา พรหม และพระอรหันต์ของลูกดังนี้ ลูกผู้ใดประพฤติในเรื่องที่ไม่สมควรต่อ ท่าน จนกระทั่งให้ท่าน

หัวข้อประเด็น

- ความรู้สึกของพ่อแม่และการประพฤติของลูก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ มักจะมีความรู้สึกริษยา ซ่อนแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง มีแต่ความรู้สึก ของพ่อแม่เท่านั้นที่เป็นมุทิตาแท้จริง แม้ไม่ เปล่งเป็นคำพูดออกมา ใจท่านก็กระทำอยู่ ตลอดเวลา - อุเบกขา คือความวางใจเป็นกลาง วางเฉย เมื่อเวลาลูกเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว เขา ย่อมเป็นตัวของตัวเอง ตัดสินใจอะไร ๆ ของ เขาเอง หากเกิดความผิดพลาดและไม่อยู่ใน วิสัยที่พ่อแม่จะช่วยเหลือได้ ท่านก็ไม่ซ้ำเติม วางใจเป็นอุเบกขา ดังนี้เป็นต้น เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็น พระอรหันต์ในบ้านของลูกจริง ๆ จิตใจของ ท่านทั้งสองที่มีต่อลูก ไม่มีความโลภอยากได้ อะไร ๆ จากลูก มีแต่จะให้สมบัติของท่านแก่ลูก สรุปแล้ว เมื่อพ่อแม่เป็นทั้ง บูรพาจารย์ เทวดา พรหม และพระอรหันต์ของลูกดังนี้ ลูกผู้ใดประพฤติในเรื่องที่ไม่สมควรต่อ ท่าน จนกระทั่งให้ท่านตำหนิติเตียนแช่งด่า แล้ว ต้องถือว่า เป็นกรรมหนัก และกรรม นั้นเองลงโทษผู้นั้นให้ได้รับความเสื่อม ความวิบัติโดยทันที เลยดูเหมือนว่าคำพูด ของพ่อแม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ๒ ปีต่อมา คุณยายอายุย่างเข้าสู่วัยรุ่น พ่อเริ่มล้มเจ็บกระเสาะกระแสะเรื้อรังด้วยโรค ชรา เจ็บป่วยอยู่ประมาณเกือบปี วันที่พ่อจะ ถึงแก่กรรม ความจริงเช้าวันนั้นคุณยายเอง เป็นคนป้อนอาหารให้พ่อ พอป้อนเสร็จสักครู่ ก็เห็นพ่อเหลือกตาขึ้น คุณยายไม่ทราบว่า อาการ “ตากลับ” เป็นอาการของคนใกล้ตาย คิดว่าพ่อคงต้องการนอนหลับด้วยความอ่อน เพลียเป็นธรรมดา ไม่เฉลียวใจอย่างใด คง ถ่อเรือออกจากบ้านเพื่อไปดูต้นข้าวที่ในนา รับผิดชอบงานแทนพ่อตามนิสัยคนขยัน เช่นที่ เคยปฏิบัติ ถอนวัชชพืชที่ขึ้นรกแย่งอาหาร ต้นข้าวบ้าง เก็บผักบุ้ง ผักแพงพวยที่ทอดยอด อ่อน ๆ มาให้แม่ทำกับข้าวบ้าง พอกลับมาถึงบ้าน พ่อสิ้นใจเสียแล้ว แม่และลูกคนอื่น ๆ อยู่พร้อมหน้ากันที่บ้าน ๑๘ C สายอาก ได้พากันขอขมาพ่อก่อนสิ้นใจจนหมดทุกคน มีแต่คุณยายคนเดียวกลับมาไม่ทัน รู้สึกทั้ง เสียใจที่พ่อจากไป ทั้งเสียใจเพราะนึกถึงคำ สาปแช่งของพ่อเมื่อ ๒ ปีที่แล้วให้หูหนวก ห้าร้อยชาติ คราวนี้คุณยายเกิดความกลัวอย่างหนัก หน่วง มีความว้าวุ่นสับสนใจจนสุดประมาณ ได้ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาปรึกษาหารือกับ ผู้ใด เฝ้าแต่สวดมนต์อ้อนวอนให้พ่อมาหาใน ความฝัน จะได้ถือโอกาสกราบขอขมา แต่ คุณยายก็ไม่ได้พบเห็นพ่อในความฝันเลย แม้แต่คืนเดียว ยิ่งหลายเดือนผ่านไปคุณยาย ก็ยิ่งกระวนกระวายหนักขึ้น ได้แต่ร้องไห้จน ไม่มีน้ำตาจะร้อง แม้จะช่วยกันจัดงานศพพ่อ ตามประเพณีที่วัดใกล้บ้านไปเรียบร้อยแล้ว คุณยายก็ยังคงไม่หายทุกข์โศกด้วยความกลัว คำสาปแช่งดังกล่าว แต่ไม่ได้บอกให้ผู้ใดทราบ พวกญาติผู้ใหญ่คิดว่าคุณยายเสียใจในความ ตายของพ่อ ก็พากันปลอบโยนบอกว่า ให้ คุณยายอุตส่าห์ทำบุญใส่บาตรแล้วอุทิศแผ่ ส่วนกุศลไปให้บ่อย ๆ พ่ออยู่ทางโน้นจะได้ อนุโมทนา คำว่า “ทางโน้น” ทำให้คุณยายเกิด ความสนใจขึ้นมา แต่พอซักถามว่าทางโน้น คือที่ไหน ก็ไม่มีญาติผู้ใหญ่คนใดตอบได้ บอก แต่เพียงว่าทำดีก็ได้ไปอยู่สวรรค์ ทำชั่วก็ต้อง ไปตกนรก เมื่อถามต่อว่านรกสวรรค์อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครตอบได้ คุณยายเฝ้าวนเวียนถาม ตนเองว่านรกสวรรค์อยู่ที่ใดกัน อยากไป ตามหาพ่อ พบแล้วจะได้ขอขมาโทษ วันเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี คุณยาย ก็ไม่เคยลืมเรื่องนี้ เมื่อยังไปนรกสวรรค์ไม่ได้ ก็เฝ้าแต่รอคอยให้พ่อมาเข้าฝัน พ่อก็ไม่เคยมา เอาเสียเลย เวลานั้นไม่รู้จักใครว่ามีความรู้ทาง ธรรมบ้าง โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรม ใน หมู่บ้านย่านนั้น จึงไม่สามารถอธิบายให้ คุณยายเข้าใจได้ว่า คนที่ตายแล้ว ถ้าต้องถูก ลงโทษอยู่ในนรก ย่อมเหมือนถูกจองจำถูก คุมขังอยู่ในคุกตะราง ต้องรับแต่โทษทัณฑ์ ทรมานต่าง ๆ มีที่คุมขังแน่นหนา ไม่มีการ อนุญาตหรือเปิดโอกาสปล่อยตัวให้ไปพบกับ ใคร ๆ และอยู่ห่างไกลจากโลกมนุษย์มากมาย นัก ผู้ตายจึงไม่สามารถกลับมาหาหมู่ญาติได้ ส่วนผู้ทำดีที่ตายแล้วไปอยู่ในสวรรค์ เวลาในสวรรค์ช้ามาก เพียงสวรรค์ชั้นต้น ที่เรียกว่า ชั้นจาตุมหาราชิกา วันหนึ่งคืนหนึ่ง ในที่นั้นเทียบได้กับ ๕๐ ปีในเมืองมนุษย์ ดังนั้น เพียงผู้ตายไปเกิดที่นั่นแล้วเดินชมที่อยู่ของตน เพียงครู่เดียว จะเป็นเวลาหลายสิบปีในโลกเรา กรกฎาคม ๒๔๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More