ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๘
“แปลกจริง ๆ ธรรมดาเนื้อสมันเป็น
สัตว์อื่น ไม่กล้าเข้าใกล้คน แต่
สมันตัวนี้ใจกล้านัก สัญชัย....เธอ
สามารถจับสมันตัวนี้มาให้เราได้
ไหม”
สามารถจับสมันตัวนี้มาให้เราได้ไหม”
ราชบุรุษจึงช่วยกันปิดประตูขังไว้
“หากพระองค์พระราชทานน้ำผึ้งจำนวนมากให้ เนื้อสมันเห็นคนจำนวนมากก็ตกใจจนตัวสั่น
แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะจับสมันตัวนั้นมาถวาย วิ่งลนลานไปมา พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบว่า
ได้พระเจ้าข้า
เนื้อสมันถูกล้อมไว้แล้ว จึงเสด็จลงมาทอดพระเนตร
พระเจ้าพรหมทัตจึงพระราชทานน้ำผึ้งให้ตามที่ แล้วตรัสว่า
ต้องการ นายสัญชัยได้รับน้ำผึ้งแล้ว ก็นำไปทาไว้บน “ธรรมดาเนื้อสมันจะไม่ไปยังที่ที่ตนเห็น
ใบหญ้าตามทางเดินที่เนื้อสมันมักจะมาเล็มหญ้าอยู่ คนถึง ๗ วัน และจะไม่ไปยังที่ที่ตนถูกคุกคาม
เสมอ
วันต่อ ๆ มา นายสัญชัยก็ทาน้ำผึ้งบนใบหญ้า ยังมาถูกจับอยู่ที่นี่ได้ นี่เป็นเพราะมันติด
ตลอดชีวิต แต่สมันตัวนี้อาศัยอยู่ในป่าลึกแท้ ๆ
ให้ทอดไกลต่อจากเส้นทางเดิม เนื้อสมันก็เล็มหญ้า
ตามน้ำผึ้งนั้นไป ไม่ว่านายสัญชัยจะทาน้ำผึ้งทางไหน
ในรสน้ำผึ้งจึงลืมตัวกลัวตาย ในโลกนี้ไม่มีอะไร
ที่จะมีโทษยิ่งกว่าการติดรสเลย....
เนื้อสมันก็จะเดินเล็มหญ้าที่ท่าน้ำผึ้งไปเสมอ แม้กระทั่ง
แม้ว่าพระเจ้าพรหมทัดจะจับเนื้อสมันได้
เมื่อนายสัญชัยทาน้ำผึ้งบนใบไม้แล้วถือไว้ เนื้อสมัน องค์ทรงมีเมตตาจิต จึงให้ปล่อยไป
ก็กล้าเข้ามากินใบไม้จากมือของเขา
หลาน ๆ ฟังนิทานเรื่องนี้แล้ว ได้ข้อคิดอะไรบ้าง
เมื่อนายสัญชัยเห็นว่าเนื้อสมันติดในรสน้ำผึ้ง คะ เมื่อหลาน ๆ คิดได้แล้วละก็ อย่าทำตัวเป็นคน
แล้ว จึงนำเสื่อมากั้นทางเดินเป็นของจากพระราชอุท “ติดรส” นะคะ เพราะ “รส”
ยานไปจนถึงบริเวณพระราชวัง แล้วตัดกิ่งไม้ปักพราง จนต้องเสียตัวและเสียใจในที่สุด
ตาไว้ จากนั้นก็นำน้ำผึ้งมาทาตามใบหญ้า เนื้อสมัน
หลงกลจึงเดินเลียกินน้ำผึ้งเข้าไปถึงเขตพระราชวัง
จะมัดคนให้ “หลง”
Kalyanamitra.org