ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องลักษณะมหาบุรุษ ไปหาอ่านเอาก็แล้วกัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราประสูติ
มาพร้อมกับได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ
ครบถ้วน ในสมัยพุทธกาลมีบางคนได้ลักษณะ
มหาบุรุษเหมือนกัน แต่ได้มาคนละอย่าง
เท่านั้น
ประโยชน์แก่เรา"
พวกเราที่นั่ง ๆ อยู่ที่นี้ สมัยเด็ก ๆ เคย
กระโดดน้ำในคลองในแม่น้ำเล่นกันบ่อย ๆ มี
พ่อคนไหนที่ขุดสระให้ลูก ๓ สระบ้างไหม
คงไม่มี เจ้าชายสิทธัตถะทรงได้รับการบำรุง
บำเรอ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ดังที่ทรงกล่าวว่า
“ภิกษุทั้งหลาย มิใช่ว่าไม้แก่นจันทน์
ที่เขาคัดแล้วทั้งนั้น” แสดงว่าพระราชบิดา
ต้องการจะมอมเมา ให้พระองค์จมอยู่ในกามสุข
“ภิกษุทั้งหลาย ในวังของบิดาเรา
เขาให้ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีเจือด้วยเนื้อแก่
ทาสและคนงาน แต่ที่อื่นให้ข้าวปลาย
เกวียนกับน้ำต้ม กับพวกทาสและคนใช้”
โดยทั่วไปชาวเมืองมีแต่ข้าวปลายเกวียน คือ
ชีวิตความเป็นอยู่ เมื่อทรง อย่างเดียวที่มาแต่เมืองกาสี" แม้ผ้าโพก ข้าวที่หัก ๆ คล้ายข้าวกล้องข้าวปลายนั้นแหละ
พระเยาว์
ดังที่พวกเราทราบกันแล้ว พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าของเราเป็นพระราชโอรสของ
พระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา
เมื่อประสูติออกมาในฐานะโอรสกษัตริย์
เสื้อผ้านุ่งห่มก็ล้วนมาแต่เมืองกาสี”
แสดงว่าเจ้าชายสิทธัตถะได้รับการบำรุง
บำเรอด้วยของหอม คือแก่นจันทน์อันยอดเยี่ยม
และทรงพัสตราภรณ์อันวิเศษสุดแห่งยุคด้วย
“ภิกษุทั้งหลาย เขาคอยกั้นเศวตฉัตร
ให้เรา ด้วยหวังว่าความหนาว ความร้อน
แต่ที่วังของพระองค์ให้ข้าวอย่างดีแก่ทาสและ
คนงาน ซึ่งแสดงว่าแม้แต่ทาสและคนงานยัง
ได้กินของดี ๆ อย่างนี้ ฉะนั้นสำหรับพระองค์
เองอาหารที่เสวยแต่ละมื้อ ย่อมมีความวิเศษ
ยอดเยี่ยม ถ้าเป็นพวกเราคงสุขสำราญเพลิด
เพลินไปเลย
พระสิทธัตถะราชกุมารจึงได้รับการอุ้มชู ละอองหญ้าหรือน้ำค้างอย่าได้ถูกต้องเรา ทรงพิจารณาสภาวะโลก
ทะนุถนอมสะดวกสบายทุกอย่างตั้งแต่ทรง
พระเยาว์ อย่างที่โอรสกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง
หลายจะพึงได้รับ
พระองค์ตรัสเล่าว่า “ภิกษุทั้งหลาย
เราเป็นผู้ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เป็นสุขุมาล
ชาติ คือได้รับการบำรุงปรนเปรออย่าง
เหลือล้น ดังเราจะเล่าให้ฟัง
ภิกษุทั้งหลาย เขาขุดสระ ๓ สระใน
วังแห่งบิดาของเรา สระหนึ่งปลูกอุบลคือ
บัวเขียว สระหนึ่งปลูกปทุมคือบัวหลวง
สระหนึ่งปลูกบุณฑริกคือบัวขาว เพื่อ
• หนังสือ “ลักษณะมหาบุรุษ” ปาฐกถาธรรมของ
พระเผด็จ ทตตชีโว โดยมูลนิธิธรรมกาย
กรกฎาคม ๒๕๓๑
ทั้งกลางวันกลางคืน”
เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารได้รับการ
ทะนุถนอมอย่างดีที่สุด ตัวเรือด ตัวเหลือบ
ยุง ริ้นไร ไม่มีทางได้แตะได้ตอมทีเดียว
“ภิกษุทั้งหลาย มีปราสาทสำหรับ
เรา ๓ หลัง หลังหนึ่งสำหรับฤดูหนาว
หลังหนึ่งสำหรับฤดูร้อน และหลังหนึ่ง
สำหรับฤดูฝน เราอยู่บนปราสาทสำหรับ
ฤดูฝนตลอด ๔ เดือน ให้เขาบำเรออยู่
ด้วยดนตรีอันปราศจากบุรุษ ไม่ลงจาก
ปราสาทเลย ทั้งปราสาทมีแต่สตรีสาวสวย
เมืองกาสีเป็นเมืองที่มีแก่นจันทน์และผ้านุ่ง ผ้าห่ม
ชั้นดีที่สุดในยุคนั้น
ถึงแม้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร
จะได้รับการปรนเปรอให้ได้รับความสุขทาง
โลก เพียบพร้อมด้วยรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
อันเลอเลิศอย่างไรก็ตาม แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรง
มัวเมา เนื่องด้วยพระปัญญาคุณอันยิ่งใหญ่
กลับทรงพิจารณาสภาวะที่แท้จริงของโลก
ของชีวิตอย่างลึกซึ้ง
“ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราเพียบพร้อม
ด้วยการได้ตามใจตัวเช่นนี้ มีการได้รับ
การประคบประหงมความคิดก็ยังเกิดแก่
เราว่า ปุถุชนที่มิได้ยินได้ฟัง ทั้งที่ตัวเอง
จะต้องแก่ ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
แต่ครั้นเห็นคนอื่นแก่ ก็นึกอิดหนาระอาใจ
สะอิดสะเอียน ไม่นึกถึงตัวเองเสียเลย
ถึงตัวเราเองก็เหมือนกันจะต้องแก่ไม่ข้าม
พ้นความแก่ไปได้ แต่ว่าเมื่อจะต้องแก่
ไม่พ้นความแก่ไปได้แล้ว จะมาลืมตัวคิด
หนาระอาใจ สะอิดสะเอียนเมื่อเห็นคน
อื่นแก่นั้นไม่เป็นการสมควรแก่เรา”
“ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราได้พิจารณา
เช่นนี้แล้ว ความมัวเมาในความหนุ่มของ
เราก็หายไปสิ้น” ฟังให้ดีนะ คนหนุ่มสาว
ทั้งหลาย ทั้ง ๆ ที่ท่านได้รับการประคบประหงม
อย่างดี ก็ยังเกิดความคิดพิจารณาได้ ไม่มี
© ๗๔
Kalyanamitra.org