ข้อความต้นฉบับในหน้า
กรกฎาคม ๒๕๖๑
ชาวพุทธเราถือว่า พระนิพพานเป็น
เป้าหมายสูงสุดในชีวิต เราต้องทำความดี
ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุความสุขที่แท้จริง
ที่เป็นอมตะ นั่นคือความสุขที่เกิด
จากการหมดกิเลส ซึ่งสิ่งที่มีบทบาท
สําคัญที่จะพาเราฝ่าฟันอุปสรรคทั้งมวล
เพื่อให้ไปถึงพระนิพพานได้ ก็คือ
ขันติ หรือความอดทน
ภิกษุท่านคงเข้าใจนะว่าคนอย่างผมคงไม่ค่อยรู้ อดทนต่อสิ่งนั้น แต่ไม่ทนต่อสิ่งนี้ จึงจำเป็นเหลือ
เรื่อง เลยให้จำหลักง่าย ๆ แบบนี้ รู้สึกกระจ่างขึ้นมากเลย
ท่านยังเสริมด้วยว่าให้เอาศีล ๕ เป็นเกณฑ์ เพราะตล
๕ นั้นแท้จริงคือ ปกติของมนุษย์ และการกระทำตาม
เกินที่เราทุกคนจะต้องฝึกกาย ฝึกใจให้พร้อมที่จะ
อดทนในทุกสถานการณ์
ท่านนักหนาว่า เกิดเป็นคนต้องมีความอดทน
หัวใจพุทธศาสนาทั้งสามประการนี้ในเชิงปฏิบัติต้องทำ หากขาดความอดทนเสียแล้ว ชาตินี้ไม่มีทางที่จะอยู่เป็น
ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเราจะบรรลุมรรคผลมากน้อยเพียง
สุขได้ ดูเหมือนท่านพยายามจะปลูกฝังความอดทนแก่
ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับอุดมการณ์ของชาวพุทธในตัวเราว่ามั่น ทุก ๆ คนจริง ๆ เลย ได้ยกอานิสงส์ของความอดทนให้
คงเพียงไหน
คือ
ก็เลยได้รู้ว่า อุดมการณ์ชาวพุทธมี ๒ ประการ
ขนตี ปรม ตโป ตีติกขา
นิพพาน ปรม วทนติ พุทธา
ท่านอธิบายว่า ชาวพุทธเราถือว่า พระนิพพาน
เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต เราต้องทำความดีทุก
อย่างเพื่อให้บรรลุความสุขที่แท้จริง ที่เป็นอมตะ
นั่นคือความสุขที่เกิดจากการหมดกิเลส ซึ่งสิ่งที่มี
บทบาทสำคัญที่จะพาเราฝ่าฟันอุปสรรคทั้งมวล
เพื่อไปให้ถึงพระนิพพานได้ก็คือขันตี หรือความ
อดทน
ถึงตอนนี้มีชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากผมเท่า
ไดนักถามภิกษุรูปนั้นว่า เหตุใดพระพุทธองค์จึงให้ความ
สำคัญแก่ขันติเหลือเกิน นั่นนะ ผมก็สงสัย พระท่าน
ยิ้มน้อย ๆ กล่าวตอบว่า
“โลกที่เราอยู่นี้ มันเป็นโลกของความทุกข์
เรามักจะเอาอะไรให้ได้ดังใจ อยากจะได้สิ่งนั้นสิ่ง
นี้แต่ก็เกิดติดขัด มีปัญหา เพราะขาดความอดทน
ความอดทนมี ๔ ประการ คือ อดทนต่อความล่า
บากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อการ
กระทบกระทั่ง และอดทนต่ออำนาจกิเลส บางคน
ฟังหลายข้อ เช่น
สีลสมาธิคุฌาน ขนดี ปธานการณ์
ขันติเป็นเหตุเป็นประธานแห่งศีลคุณและสมาธิคุณ
ขนฺติ หิตสุขาวหา
ขันตินำซึ่งประโยชน์เกื้อกูลและความสุขมาให้
อตฺตโน ปเรสจ อตฺถาวโหว ขนฺติโก
คนมีขันติย่อมนำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น
ที่สำคัญขันติจะทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้
ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติควบคู่กันไปกับการละชั่ว ทำดี ทำใจให้
ผ่องใส ทั้งหมดนี้เป็นโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าที่แสดงแก่เอหิภิกขุอุปสัมปทา ๑,๒๕๐ รูป ที่ล้วน
เป็นพระอรหันต์ ในคืนเพ็ญมาฆะ
ผมพอจะเข้าใจคำอธิบายของภิกษุรูปนั้นขึ้นมา
บ้างแล้ว มีเสียแรงที่ติดตามมาด้วยความยากลำบาก
ท่านผู้มาสมาทานธุดงค์ที่นี่หลายคนเชิญชวนผมให้
อยู่ปฏิบัติธรรมร่วมกัน ด้วยความศรัทธาเป็นพื้นฐาน
ผมจึงตกลงใจโดยมิได้ลังเลได้สมาทานธุดงค์ ถือศีล ๘
ฝึกหัดนั่งสมาธิ มีการฟังธรรมเทศนา และสนทนา
"สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณกมหาเถร) สมเด็จฯ คิด -
เขียน - พูด - เทศน์ (กรุงเทพฯ ธนาคารกรุงเทพ ๒๕๒๓) หน้า
๓๔๖
Kalyanamitra.org
๑๐๘