ข้อความต้นฉบับในหน้า
จัดขึ้นเพิ่มอีก เมื่อนั่งทำความเพียร เขาไม่เลื่อมใส เขามาแต่แถวเดียว
กำลังนั่งอยู่ เมื่อมีความเลื่อมใส ก็
นั่งหนักขึ้นไปอีก นั่นเรียกว่าความ
เลื่อมใส ความเลื่อมใส ความผ่องใส
นัยหนึ่งว่า เหม แปลว่าเป็นแดนสร้าง
เอกแห่งรัศมี ก็ความเลื่อมใสเกิดขึ้น
แล้ว ดูสีหน้าสีตาก็รู้ ดูสีหน้ารู้ หน้า
ดำอยู่กลับมีสีงามขึ้นทีเดียว ขาว ๆ
ก็ผิวงามขึ้นทีเดียว ผุดผ่องขึ้นทีเดียว
เณรพระก็มาไม่ครบสี่แถว นี่เขาไม่
เลื่อมใส เพราะขาดความเลื่อมใส
เสียแล้ว เขาไม่เลื่อมใสในหมู่ เขา
ไม่อยากเข้าหมู่ นั่นแน่พวกไม่เลื่อม
ใสในหมู่ พวกไม่อยากเข้าหมู่เหมือน
พวกเราอุบาสกอุบาสิกาเวลาถึงวัน
ธรรมสวนะจะต้องฟังเทศนา ฟังธรรม
กัน จำศีลภาวนากัน ไม่มาเสียแล้ว
นี้เพราะเกิดจากความเลื่อมใส เลื่อม ขาดตกบกพร่องไปเสียแล้ว นั่นเขา
ผู้มีธรรมกาย หมู่มีธรรมกายก็รักใคร่ในกัน
และกัน ไม่ทุ่มเถียงกัน พูดก็อนุโลมตาม
กันอนุมัติกัน ไม่แก่งแย่งกัน พวกที่แก่ง
แย่งกันเสีย คัดค้านกันเสีย นี่ทำหมูให้แตก ทำพวกให้
แตก อย่างนี้เรียกว่าไม่เลื่อมใสในหมู่
เขาขาดความ
ใสนี่แหละทำร่างกายให้สะอาดสะอ้าน ไม่เลื่อมใสในหมู่
ทำร่างกายให้สละสลวย ให้งดงาม เลื่อมใสในหมู่เสียแล้ว ถ้าเขาเลื่อมใส
เพราะความเลื่อมใสอันนี้ เลื่อมใส ในหมู่ละก็ ไม่ขาดตกบกพร่องเลย
เต็มที่ก็เหาะเหินเดินอากาศไปได้ สมบูรณ์บริบูรณ์เต็มเปี่ยมทีเดียว ถึง
เลื่อมใสจัดหนักเข้าๆ เหาะเหินเดิน เวลามาแล้วก็กลัวหน้าที่ของตัวจะ
อากาศได้ เพราะความเลื่อมใสอัน ขาดไป ไม่ให้ขาดตกบกพร่องละ
นี้ไม่ได้เป็นของพอดีพอร้าย ให้เลื่อม นี่พวกนี้เลื่อมใสในหมู่กลัวหมู่จะขาด
ใสในหมู่
เลื่อมใสในหมู่เลื่อมใสอย่าง
ไร? อย่างนี้ เหมือนพระเณรอย่างนี้
แหละ นับว่าพระก็สี่แถว ๆ ละ 6
องค์ เณรก็สามแถวๆ ละ ๔ องค์
กลัวหมู่จะไม่เจริญ กลัวหมู่จะซูบซีด
เศร้าหมองขุ่นมัว ไม่แน่นหนา ไม่
เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา รักษาความ
เลื่อมใสในหมู่ไว้ไม่ให้คลาดเคลื่อน
ไม่ยอมทีเดียว รักษาความเลื่อมใส
ในหมู่ไว้
พวกเลื่อมใสในหมู่น่ะ หมู่
อะไร หมู่พุทธศาสนิกชนนี่แหละ
หมู่ภิกษุสามเณรอุบาสกอุบาสิกา
แต่ว่านกมันก็เลื่อมใสในหมู่เหมือน
กันนะ หัวหน้าไปทางไหนละก็ไป
เป็นแถว ไม่คลาดเคลื่อนละ นั่นก็
เลื่อมใสในหมู่เหมือนกัน ขาดหมู่
ไม่ได้ หมู่เนื้อ หมู่นก หมู่ปลาเขาก็
เลื่อมใสในหมู่ เป็นธรรมชาติของ
สัตว์พวกนั้น หมู่ภิกษุสามเณรเล่า
ก็เป็นธรรมชาติของหมู่ภิกษุสามเณร
เหมือนกัน เพราะมีธรรมเสมอกัน
มีธรรมร่วมกัน มีศีล ๒๒๗ ศีล ๑๐
ร่วมกัน ประพฤติธรรมร่วมกัน มี
ศีลร่วมกัน สมาธิร่วมกัน ปัญญา
ร่วมกัน พวกนี้อยู่ที่ไหนก็รักใคร่กัน
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นน้ำ
หนึ่งใจเดียวกัน ไม่ขาดตกบกพร่อง
ทำสิ่งใดก็ทำพร้อมๆ กัน เลิกสิ่งใด
ก็เลิกพร้อมกัน ไม่รังเกียจเดียดฉันท์
ซึ่งกันและกัน นี่พวกนี้เลื่อมใสใน
หมู่ทั้งนั้น ลักษณะเลื่อมใสในหมู่นี้
แหละเป็นธรรมสำคัญ มีอยู่แก่บุคคล
ใด เลื่อมใสในหมู่น่ะ หมู่ผู้ประพฤติ
ดีประพฤติชอบ ผู้มีธรรมกาย หมู่มี
ธรรมกายก็รักใคร่ในกันและกัน ไม่
ทุ่มเถียงกัน พูดก็อนุโลมตามกัน
อนุมัติกัน ไม่แก่งแย่งกัน พวกที่
แก่งแย่งกันเสีย คัดค้านกันเสีย นี่
ทำหมู่ให้แตก ทำพวกให้แตก อย่างนี้
เรียกว่าไม่เลื่อมใสในหมู่ คัดค้าน
ในหมู่ ต้องเลื่อมใสในหมู่ ไม่ให้หมู่
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร