การปฏิบัติธรรมและความสว่างภายใน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 5 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 128

สรุปเนื้อหา

แม้จะไม่ลึกซึ้งอะไรมาก ก็รู้ว่าความ ไม่ได้ ป้าก็ลองสำรวมจิตทำสมาธิ เอาใจเข้ากลางเหมือนที่เคยทำ สว่างที่ภาษาปริยัติเรียกว่าโอภาส ซึ่ง ได้อยู่เป็นประจำ ปรากฏว่าครั้งนี้ทำไม่ได้ ความสว่างที่ว่านั้นไม่ เป็นสิ่งขวางกั้นผลการปฏิบัตินั้น เป็น ยอมหายไปไหน ไม่สามารถดึงจิตมาไว้ในศูนย์กลางกายได้เลย คนละเรื่องกับความสว่างภายในที่ผู้ ความสว่างที่เห็นทั้งที่หลับตาอยู่ดึงใจไปไว้ข้างนอกตัวหมด ของ ปฏิบัติธรรมตามวิชชาธรรมกายเห็นที่ สิ่งโน้นก็เห็น สิ่งนี้ก็เห็น ห้ามการเห็นก็ทำไม่ได้ ศูนย์กลางกาย ป้าจะเล่าจากประสบ คุณก็คิดดู มันเหมือนหนังตาเราไม่มีดวงตาเปิดอยู่ตลอดเวลา ทำจิตภาวนาไม่ได้ ป้าก็ถามตัวเองว่า “เนี่ยมันความสว่างอะไรกัน แล้วป้าก็เล่าเรื่องที่เกิดกับตัวป้า ทำไมมากั้นการเอาใจเข้ากลางของเรา สิ่งที่กั้นได้

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรมและความสว่างภายใน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แม้จะไม่ลึกซึ้งอะไรมาก ก็รู้ว่าความ ไม่ได้ ป้าก็ลองสำรวมจิตทำสมาธิ เอาใจเข้ากลางเหมือนที่เคยทำ สว่างที่ภาษาปริยัติเรียกว่าโอภาส ซึ่ง ได้อยู่เป็นประจำ ปรากฏว่าครั้งนี้ทำไม่ได้ ความสว่างที่ว่านั้นไม่ เป็นสิ่งขวางกั้นผลการปฏิบัตินั้น เป็น ยอมหายไปไหน ไม่สามารถดึงจิตมาไว้ในศูนย์กลางกายได้เลย คนละเรื่องกับความสว่างภายในที่ผู้ ความสว่างที่เห็นทั้งที่หลับตาอยู่ดึงใจไปไว้ข้างนอกตัวหมด ของ ปฏิบัติธรรมตามวิชชาธรรมกายเห็นที่ สิ่งโน้นก็เห็น สิ่งนี้ก็เห็น ห้ามการเห็นก็ทำไม่ได้ ศูนย์กลางกาย ป้าจะเล่าจากประสบ คุณก็คิดดู มันเหมือนหนังตาเราไม่มีดวงตาเปิดอยู่ตลอดเวลา ทำจิตภาวนาไม่ได้ ป้าก็ถามตัวเองว่า “เนี่ยมันความสว่างอะไรกัน แล้วป้าก็เล่าเรื่องที่เกิดกับตัวป้า ทำไมมากั้นการเอาใจเข้ากลางของเรา สิ่งที่กั้นได้นี่ต้องเป็นของไม่ การณ์ของป้าจริงๆ ก็แล้วกัน” ในคืนวันหนึ่ง ในปี ๒๕๓๖ ให้คนถาม ดีแน่ๆ” ฟังว่า “ปกติป้าทำสมาธิจิตไม่เลือกเวลา ไม่เลือกอิริยาบถ มีสตินึกได้ตอนไหน ทำทันที หลับตาได้ก็หลับ ไม่ใช่เวลา และสถานที่ที่ควรหลับตา ก็ทำสมาธิ ทั้งลืมตา เอาใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย มีสิ่งอะไรเกิดให้ดูที่นั่น ป้าก็จะตามดู เรื่อยไป ที่ศูนย์กลางกายเหนือสะดือ ๒ นิ้วกลางตัวนั้น มีทางเดินให้ใจไหล เข้าไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด ภาษาปริยัติ เรียกว่า เข้าสมาบัติ คืนวันที่ป้ามีประสบการณ์ ก็เป็น ทำนองที่เล่านี้ ป้าทำสมาธิอยู่จนดึก ประมาณเที่ยงคืนเศษจึงลุกขึ้น มาเอน ตัวลงนอนที่เตียง หลับตาเบาๆ เลิก ทำสมาธิ ปล่อยใจนิ่ง ๆ เตรียมตัวหลับ ขณะนั้นเอง ป้าก็ต้องแปลกใจ เป็นอย่างยิ่ง เพราะภายในห้องนอน แล้วคำตอบก็เกิดขึ้นแก่ตัวป้าเองว่า “ความสว่างอย่างงี้แหละ ที่เขาเรียกว่า โอภาส เป็นอุปสรรคต่อผลการปฏิบัติธรรม ใช่แน่ๆ เลย เราจะแก้ไขยังไงดีเล่า นี่แหละ นี่แหละ วิปัสสนูปกิเลส” ในที่สุดป้าก็ใช้วิธีลุกขึ้นนั่งลืมตา เดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ สระผมเป็นการใหญ่ ออกจากห้องน้ำ ก็หยิบโน่นทำนี่ ไม่สนใจทั้ง ความสว่างที่เกิดขึ้น ไม่สนใจทำสมาธิในเวลานั้นซะอีกด้วย ในที่ สุดสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้นก็หายไป ป้ารีบหลับตาตั้งใจนอนหลับทันที จากวันนั้นจนถึงเวลานี้ ก็ไม่ได้นมัสการถามเจ้าคุณหลวงพ่อ ซักทีว่า ที่ป้าเข้าใจว่าความสว่างที่เห็นข้างนอกตัวนั่นคือ โอภาส ในความหมายของวิปัสสนูปกิเลสใช่หรือไม่” พอป้าเล่าจบลงและชี้แจงรายละเอียดเรื่องความสว่างที่เห็น อย่างถี่ถ้วนเพิ่มเติม คนถามปัญหาท่านนั้นเข้าใจเป็นอย่างดี ป้า จึงเอามาคุยให้คุณฟังล่วงหน้าไว้ เผื่อคุณอาจจะพบปัญหาแบบ เดียวกันนี่มั่งไงคะ เมื่อพบ คุณก็จะได้ทราบว่า ความสว่างภายนอกเป็นของไม่เป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติธรรม ทางที่ดีต้องให้เป็นความสว่างภายใน ที่เกิดตรงศูนย์กลางกายอย่างเดียวเท่านั้น เล่าเหตุการณ์ที่เกิดกะตัวเองให้คุณฟัง เพื่อยืนยันว่า เจ้าสิ่ง ตลอดจนชั้นล่างของบ้านทั้งหมด มี ที่เรียกว่า โอภาสนั่นน่ะ มันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติธรรม ความสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน ป้า จริงๆ ตามหลักฐานที่แสดงไว้ในภาคปริยัตินั่นแหละ สามารถมองเห็นสิ่งของต่างๆ ทั้งใน ห้องนอนและนอกห้องได้หมด เหมือน ลืมตาเดินดู เห็นทั้งๆ ที่นอนหลับตา พอเกิดอาการดังกล่าวนี้ขึ้นมา สักครู่ เมื่อเลิกแปลกใจก็ต้องตกใจต่อ เพราะนอนไม่ได้ ไม่ง่วง ไม่หลับ เหมือนมีใครมาจับให้ตาเปิดเห็นสิ่ง ต่างๆ อยู่ยังงั้น ทำยังไงๆ ก็เลิกเห็น โอภาส เป็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นภายนอกตัว ไม่มีประโยชน์ใน การปฏิบัติธรรม เกิดขึ้นแล้วทำสมาธิจิตไม่ได้ สมาธิไม่มี จิตไม่ หยุดนิ่งสนิท ก็มองไม่เห็นทางเดินของจิตที่ศูนย์กลางกาย เมื่อมอง ไม่เห็นก็ปล่อยใจให้ไหลเข้าไปภายในที่เรียกว่าเข้าสมาบัติไม่ได้ ทำสมาบัติไม่ได้ ฌานจิตก็ไม่เกิด ไม่มีฌานจิต ก็ทำอภิญญาจิต ไม่ได้ ไม่มีอภิญญาจิตข้อที่ว่าสามารถทำอาสวะให้สิ้นไป ก็ไม่ สามารถทำวิปัสสนาได้ ทำวิปัสสนาไม่ได้ การจะบรรลุมรรคผล นิพพาน ก็ไม่มีทางทำได้ นี่โอภาสเป็นอุปสรรคกั้นขวางการบรรลุ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๗ ๘๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More