ความเศร้าโศกของพระเจ้าอโศก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 5 หน้า 111
หน้าที่ 111 / 128

สรุปเนื้อหา

มื่อสนทนากันไปนานเข้า พระราชา “บอกพ่อเถิดลูกรัก อย่าชักช้า พระนางศิษยรักษิตา พระมเหสีคนสวย ทรงซักถามมากเข้า แววพระพักตร์ ใครหนอเป็นผู้ทำลายนัยน์ตาเจ้า หรือ ของพระองค์เอง คราวนี้พระองค์ยิ่งมี แห่งเจ้าชายกุณาละในที่สุดพระองค์ เป็นต้นเหตุให้ตาของเจ้าถูกทำลาย?” โทมนัสอย่างใหญ่หลวง ทั้งรักทั้งแค้น ก็จำได้ ทั้งพระโอรสและพระสุณิสา เมื่อ เจ้าชายกุณาละถวายบังคมแล้ว ระคนกัน ทรงทราบแน่ว่าชายตาบอดผู้นั้นเป็นเจ้า ทูลว่า “พระราชบิดาไม่พึงเศร้าโศกใน ชายกุณาละ พระวาโยก็กำเริบ (เป็นลม) เรื่องนี้ เรื่องได้ล่วงไปแล้ว โอ พระทูล ดังมีคำพรรณนาว่า กระหม่อมผู้ประเสริฐ ใครเล่าจะล่วงพ้น “เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระ บ่วงกรรมที่ตนเคยทำไว้ อย่าว่าเพียง พักตร์เจ้าชายกุณาละ ซึ่งมีพระเนตรอัน ธรรมดาอย่างหม่อมฉันเลย แม้แต่พระ “หญ

หัวข้อประเด็น

- ความเศร้าโศกของพระเจ้าอโศก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มื่อสนทนากันไปนานเข้า พระราชา “บอกพ่อเถิดลูกรัก อย่าชักช้า พระนางศิษยรักษิตา พระมเหสีคนสวย ทรงซักถามมากเข้า แววพระพักตร์ ใครหนอเป็นผู้ทำลายนัยน์ตาเจ้า หรือ ของพระองค์เอง คราวนี้พระองค์ยิ่งมี แห่งเจ้าชายกุณาละในที่สุดพระองค์ เป็นต้นเหตุให้ตาของเจ้าถูกทำลาย?” โทมนัสอย่างใหญ่หลวง ทั้งรักทั้งแค้น ก็จำได้ ทั้งพระโอรสและพระสุณิสา เมื่อ เจ้าชายกุณาละถวายบังคมแล้ว ระคนกัน ทรงทราบแน่ว่าชายตาบอดผู้นั้นเป็นเจ้า ทูลว่า “พระราชบิดาไม่พึงเศร้าโศกใน ชายกุณาละ พระวาโยก็กำเริบ (เป็นลม) เรื่องนี้ เรื่องได้ล่วงไปแล้ว โอ พระทูล ดังมีคำพรรณนาว่า กระหม่อมผู้ประเสริฐ ใครเล่าจะล่วงพ้น “เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระ บ่วงกรรมที่ตนเคยทำไว้ อย่าว่าเพียง พักตร์เจ้าชายกุณาละ ซึ่งมีพระเนตรอัน ธรรมดาอย่างหม่อมฉันเลย แม้แต่พระ “หญิงสวยแล้วมักจะเป็นเสีย อย่างนี้" ทรงคำรามอย่างเคียดแค้นชิง ซึ่ง “มักมาก มีมารยา ใจรวนเร ชโลธรา คนหนึ่งแล้ว นี่มาดิษยรักษิตาอีก โน่น ทำลายจิตใจของเรา นี่ทำลายลูกชาย เขาควักออกเสียแล้ว พระเจ้าอโศกก็ อรหันต์และพระปัจเจกพุทธเจ้าก็มิอาจ เราซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าทำลายเราเสียอีก” ทรงสลดพระหฤทัย พระอัคคีคือความ ล่วงพ้นได้ โศกที่ทอดพระเนตรเห็นพิบัติแห่งพระ ราชโอรสเผาผลาญแล้ว” รับสั่งให้พระนางศิษยรักษิตาเข้า “ทุกคนจะต้องได้รับผลแห่งกรรม เฝ้า ยิ่งทอดพระเนตรเห็นพระบาง ยิ่ง ที่ตนทำไว้ เมื่อเป็นดังนี้ จะกล่าวได้ เหมือนน่าเอาน้ำมันมาราดรดในกอง ข้าราชบริพารได้นำน้ำหอมมา อย่างไรว่า เราจะประสบภัยพิบัติเพราะ เพลิง รับสั่งถามถึงความจริงอีกครั้งหนึ่ง พรมทั่วพระสรีระ และนำพระองค์ขึ้น การกระทำของคนอื่น หม่อมฉันคงเคย เมื่อพระนางรับเป็นสัตย์แล้ว จึงตรัสว่า บรรทมบนพระยี่ภู่ ไม่นานนักพระราชา ได้ทำบาปอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ อันเป็น ก็ทรงรู้สึกพระองค์ ทรงสวมกอดพระ เหตุให้ต้องเสียจักษุ โอรสและพระสุณิสา ทรงลูบคล่าพระ “ดิษยรักษิดา ใจของเธอนั้นช่าง ร้ายกาจนัก ตามืดเหมือนสีน้ำฝาดชัน “ข้าแต่พระราชบิดา ร่างกายนี้ ทำไมแผ่นดินจึงไม่สูบคนอย่างเธอเสีย พักตร์แห่งเจ้าชายกุณาละอยู่ไปมา ทรง เท่านั้นที่อะไรๆ ทำลายได้ แต่จิตใจของ ช่างอยู่หนักแผ่นดินจริงๆ เธอควรจะได้ เปล่งพระสุรเสียงระคนด้วยสะอื้นว่า “ครั้ง ลูกไม่มีอะไรทำลายได้เลยมันมีความเป็น รับโทษด้วยดาบหรือด้วยขวาน หรือด้วย ก่อนนี้ เมื่อเห็นนัยน์ตาอันเป็นเหมือน อิสระ ถึงแล้วซึ่งภาวะอิสระไม่มีอะไร เพลิง นกกุณาละ พ่อจึงเรียกลูกว่ากุณาละบัดนี้ ย่ำยีได้ เพราะฉะนั้นหม่อมฉันจึงไม่รู้ “เราทราบว่าการเผาคนทั้งเป็น ตาทั้งคู่นั้นสูญเสียแล้ว พ่อจะเรียก เดือดร้อนนักในการเสียจักษุครั้งนี้” นั้น เป็นความโหดร้าย แต่หากคนที่ถูก ลูกว่ากุณาละได้อย่างไร” แต่พระเจ้าอโศก ผู้อันความทุกข์ เผานั้นเป็นตัวเธอ เราคิดว่าความโหดร้าย แล้วพระราชาตรัสต่อไปว่า ครอบงำพระหฤทัยอย่างแรงกล้าเสียแล้ว อันโลกติเตียนนั้นยังน้อยไป เธอควรจะ “บอกพ่อเถิดลูกรัก! ทำไมหน้า จึงตรัสด้วยเพลิงโทสะว่า “ใครเป็นคน ได้รับโทษโดยการควักนัยน์ตาทั้งสองออก พร้อมด้วยดวงตาอันงามนี้จึงปราศจาก ทำลายนัยน์ตาลูกชายของข้า ใครได้ทำ แล้วแล่เนื้อออกทีละชิ้นโยนลงทอดน้ำมัน ความแจ่มใส และกลายเป็นเหมือนนภา, ความผิดอันใหญ่หลวงครั้งนี้ ความแค้น หรือโยนให้กากินจึงจะสาสมกับใจอำมหิต กาศ ปราศจากความงามเพราะความลด ได้เข้าสิงในใจของข้า ไฟคือความโศก ที่ร่างอันสวยงามของเธอห่อหุ้มไว้ น้อยแห่งแสงจันทร์ในคืนแรม เผาใจของข้าให้ร้อน จงบอกพ่อโดยเร็ว “ดิษยรักษิตา) กายของเธอนั้น “ลูกเอย! ใจคอของบุรุษผู้นั้น เถิดว่าใครทำลายนัยน์ตาของเจ้า พ่อจะ ขาวอย่างหาที่ติมิได้ แต่ใจของเธอ ช่างโหดเหี้ยมเหลือเกิน เขาทำลายจักษุ ได้ลงอาญาแก่เขาให้รู้สำนึกเสียบ้าง ช่างดำมืดเหลือเกิน เราอยากจะฆ่าเธอ ของเจ้าผู้งามเลิศมนุษย์ คนที่ทำร้ายเจ้า ต่อมาพระเจ้าอโศกได้ทรงทราบ ด้วยมือของเราเอง ศิษยรักษิตา หากเป็น ได้นั้นย่อมจะสามารถทำบาปอย่างอื่นได้ อย่างแน่ชัดว่า ผู้เป็นต้นเหตุให้ดวงเนตร สมัยก่อน ก่อนที่ธรรมของพระผู้มีพระ ของพระโอรสต้องสูญเสียไปนั้น คือ ภาคเจ้าจะเข้าถึงจิตใจของเรา เราจะ อีกมากมาย กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๕๙ ๒๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More