ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามหยอกเย้าเคล้าเคลียนางปลาไม่ยอมห่าง
คิดดังนี้แล้ว ท่านปุโรหิตจึงเดินเข้าไปหา
ขณะที่กำลังว่ายน้ำเคียงกันอยู่นั้น นางปลา ชาวประมงเจ้าของปลาซึ่งคุ้นเคยกันดี แล้วกล่าวว่า
ได้กลิ่นแหที่ชาวประมงนำมาดักไว้ จึงว่ายหลบ “พ่อลุง....วันนี้จับปลาได้เยอะจัง ไม่แบ่งกัน
ฉากออกไปทันที ฝ่ายปลาตัวผู้นั้น คิดแต่จะไล่ กินบ้างเลยนะ”
ตอนนางปลา ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จึงว่ายพุ่งเลย
เข้าไปติดแห ชาวประมงรู้ว่ามีปลาเข้ามาติดแล้ว ว่า
จึงรีบยกแหขึ้นจับเอาปลาใหญ่นั้นไป
ชาวประมงรีบกล่าวตอบด้วยความนอบน้อม
“พูดอะไรอย่างนั้นท่านปุโรหิต ท่านชอบใจ
ปลาตัวไหนจะกี่ตัวก็ตาม เชิญเลือกเอาได้เลย ไม่
“ขอบใจมากพ่อลุง ถ้าอย่างนั้น ฉันขอปลา
ตัวใหญ่นี้ตัวเดียวก็พอ”
แล้วพราหมณ์ปุโรหิตก็จับปลาตัวใหญ่นั้น
เมื่อจับได้แล้ว ชาวประมงก็โยนทิ้งไว้บน
เนินทรายริมฝั่งรวมกับปลาอื่นๆ ที่ถูกจับมาก่อน ต้องเกรงใจ”
หน้านั้น แล้วเตรียมก่อไฟ เหลาไม้แหลมไว้ ตั้งใจ
จะย่างปลากินให้อร่อย
ปลาใหญ่นั้นดิ้นรนทุรนทุรายฟาดหัวฟาด
หางอยู่บนตลิ่ง แต่แทนที่มันจะหวั่นกลัวความ พาเดินไปที่ท่าน้ำ แล้วกล่าวสั่งสอนว่า
ตายที่กำลังจะมาถึง มันกลับคร่ำครวญรำพันถึง
นางปลาว่า
“เจ้าปลาเอ๋ย เพราะความรักใคร่ติดพัน
นางปลานั่นทีเดียว เจ้าเกือบจะต้องตายเสียแล้ว
“ตัวเรานี้ ความหนาว ความร้อน ความ หากข้าไม่บังเอิญมาพบเจ้าเสียก่อน ต่อไปนี้เจ้า
ลำบากที่ติดแหอยู่นี้ หรือแม้จะถูกเสียบด้วยไม้ ต้องหมั่นสำรวมระวัง อย่าปล่อยให้อำนาจกิเลส
แหลม จะถูกย่างบนกองไฟอันร้อนแรง หรือ เข้าครอบงำ อย่ามัวหลงติดอยู่ในกามอีกเลยนะ”
ตกเป็นอาหารอันโอชะของชาวประมง ทั้งหมดนี้ กล่าวเสร็จแล้ว ก็ปล่อยปลาลงน้ำ ณ ท่าน้ำ
ก็ยังไม่ทำให้เราทุกข์ใจมากเท่ากับความทุกข์อัน นั้นเอง
เกิดจากความคิดถึงนางปลา ผู้เป็นที่รัก เกรงแต่ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส มัจฉชาดก จบ
นางปลาจะเข้าใจผิด คิดว่าเราแอบหลบหน้าไป แล้ว ทรงแสดงอริยสัจ ๔ โดยนัยต่าง ๆ อย่างละ
ติดพันนางปลาตัวอื่น นางคงไม่รู้หรอกว่าเราติด เอียดลึกซึ้ง พระภิกษุนั้นฟังพระธรรมเทศนาแล้ว
แหอยู่ และกำลังจะถูกเสียบไม้ย่างไฟอยู่แล้ว” ก็สามารถทำใจให้หยุดนิ่งเข้าถึงธรรมกายพระโสดา
ขณะนั้น พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งของพระเจ้า สำเร็จเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นเอง
พรหมทัต ซึ่งเป็นผู้รู้ภาษาสัตว์ทั้งหลาย กำลังเดิน
ออกมาอาบน้ำที่ท่าน้ำหน้าเมืองพร้อมด้วยข้าทาส ของภิกษุผู้อยากสึก
บริวาร ท่านเห็นปลาใหญ่กำลังดิ้นทุรนทุรายคร่ำ
ครวญอยู่ ก็คิดสงสารว่า
“ถ้าเราปล่อยให้ปลาตัวนี้ตายไปในขณะที่
กำลังกระสับกระส่าย มีจิตใจเร่าร้อนอยู่ด้วยกาม
ราคะเช่นนี้ มันจะต้องไปเกิดในนรกอย่างแน่นอน
เราควรทําตัวเป็นที่พึ่งของปลาตัวนี้ดีกว่า"
นางปลาในครั้งนั้น ได้มาเป็นภรรยาเก่า
ปลาใหญ่ ได้มาเป็นภิกษุผู้อยากสีกรูปนี้
พราหมณ์ปุโรหิต ได้มาเป็นพระองค์เอง
กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๓ ๕๕