ข้อความต้นฉบับในหน้า
กะทิเจ ตร กัลรถ โ
66 น้ำนี้เพื่อชีวิตจริงๆ
ถ้าเราไม่มีป่า เราก็คงไม่มีน้ำ
ถ้าเราไม่มีน้ำ เราก็คงอยู่ไม่ได้
หรืออาจจะอยู่ได้ แต่ก็คงจะอยู่
อย่างยากลำบาก และเดือดร้อน
กันทุกหย่อมหญ้า
โรงงานอุตสาหกรรม ก็ให้ศึกษาเป็นเรื่องๆ ไป จึงจะทำให้
เขามีความชัดเจน และเกิดความภูมิใจว่าตนเองมีบทบาท
มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในจุดนั้นๆ
ความวิกฤติของประเทศในขณะนี้ อาจจะหมายถึง
ความอยู่รอดของประชาชน จึงอยากจะมุ่งไปที่ต้นไม้ ป่าไม้
และน้ำเป็นสำคัญ โดยให้มองว่า ต้นไม้แต่ละต้นคือแท้งก์
น้ำ ๑ แท้งก์ที่อยู่ใต้ดิน ผู้รู้เคยบอกและเปรียบเทียบไว้ว่า
ภูเขาคือกระดูก ต้นไม้ก็คือเนื้อหนัง น้ำก็คือเลือด หลาย
คนพูดว่าหากป่าไม้หมดไป เราจะโชคร้าย จะพบกับความ
วิบัติ แต่เราโชคดีที่เกิดมาในยุคที่สามารถสร้างป่าไม้ขึ้น
มาทดแทนได้ ก็อยากจะเรียนว่า ป่าไม้เป็นหัวใจสำคัญที่สุด
อย่างหนึ่งในความอยู่รอดของมนุษย์และของประเทศชาติ
ขณะนี้บางท้องที่เริ่มขาดแคลนน้ำแล้ว บางที่ก็ไม่มี
เลย เพราะอะไร เพราะป่าไม้เหลือไม่ถึงร้อยละ ๒๐ ของ
พื้นที่นั่นเอง อ่างเก็บน้ำที่เคยมีอยู่ บางแห่งน้ำแห้งขอดอ่าง
แล้ว เนื่องจากว่าป่าไม้ของเราได้หมดไป เมื่อฝนตกลงมา
ก็ชะเอาดินในป่าเขาลงมาทับถม ทำให้แม่น้ำตื้นเขิน และ
น้ำก็ไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว ถ้ามีป่าอยู่ ต้นไม้ป่าไม้ก็
จะเก็บน้ำฝนไว้ที่ราก ใบ และลำต้น ใบไม้ใบหญ้าที่ทับถม
กัน สามารถรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาเอาไว้ได้
ถ้าเรายังคงมีป่าร้อยละ ๗๐ แล้ว วันนี้ เดี๋ยวนี้เรา
คงไม่เดือดร้อน คนกรุงเทพฯจะมีน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์
ชาวไร่ ชาวนาก็จะมีน้ำทำนาทำไร่ ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะมี
ความสุขโดยทั่วหน้า เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเชิญชวนทุกคน
ให้ร่วมมือกันปลูกต้นไม้ทดแทนสิ่งที่สูญเสียสมดุลไป ช่วย
กันดูแลทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ให้ใช้ได้
ทำไมเราจึงเน้นตรงนี้ เนื่องจากเราไม่สามารถแก้ไข
ทุกอย่างที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ได้ เพราะการกระจัด
กระจาย ความที่ไม่รวมศูนย์ ทำให้ประชาชนหรือเยาวชน
เกิดความสับสน เมื่อประชาชนไม่มีที่พึ่งก็จะหันหน้าเข้าหา
วัด เพราะวิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับวัด และพระสงฆ์ก็
ยังเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจของประชาชนเสมอมา ประโยชน์สูงสุดและนานที่สุด เพราะน้ำนี้เพื่อชีวิตจริงๆ ถ้า
เพราะฉะนั้นจึงคิดว่า พระภิกษุสงฆ์น่าจะมีบทบาทสำคัญ เราไม่มีป่า เราก็คงไม่มีน้ำ ถ้าเราไม่มีน้ำ เราก็คงอยู่ไม่ได้
มากในการให้ความรู้เหล่านี้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งปัญหานี้เราไม่สามารถจะแก้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ จึงมี
ความจำเป็นที่จะต้องพูดซ้ำ ๆ พูดทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี
หรืออาจจะอยู่ได้ แต่ก็คงจะอยู่อย่างยากลำบาก และเดือด-
ร้อนกันทุกหย่อมหญ้า
มูลนิธิโครงการราชพฤกษ์ จึงได้เน้นการเพิ่มจำนวน
เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือ ต้นไม้ ป่าไม้ เพิ่มป่าต้นน้ำลำธาร เพิ่มความร่มรื่นให้กับวัด
คนแก่ ต่างก็สามารถที่จะช่วยเหลือได้ โดยที่แต่ละคนต้อง ในโครงการวัดและประชาร่วมใจปลูกต้นไม้ถวายราชสักการะ
ทำความเข้าใจปัญหาแต่ละเรื่องให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เช่น เพื่อผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินแห่งพระราชาของเราทุก ๆ คน
เรื่องอากาศเป็นพิษ ก็ให้ไปศึกษาดูว่า เราจะสามารถช่วย
ลดมลพิษทางอากาศได้อย่างไรบ้าง หรือเรื่องน้ำเสีย ก็ให้
ศึกษาเรื่องน้ำเสียที่ออกจากบ้านเรือน โรงพยาบาล หรือ
900 พฤษภาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร