ข้อความต้นฉบับในหน้า
จดหมายจากฮาร์วาร์ด
พวกเราไปชมพระราชวังเครมลิน จัตุรัสแดง และ
นครมอสโกในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๖ คณะ B.L.I.A.
รับประทานอาหารเช้าพร้อมกันในห้องอาหารหมายเลข ๒
หลังจากการพักผ่อนอย่างเพียงพอในคืนที่ผ่านมา
“หว่อ” แทนผู้พูด ไม่ว่าผู้พูดนั้นจะอยู่ในภาวะใด และ
คำว่า “หนี่” แทนผู้ฟังบุรุษที่ ๒ ไม่ว่าจะอยู่ในเพศ
ภาวะใดก็ตาม ทำให้มองเห็นว่ามีความสัมพันธ์อย่าง
ไม่เป็นทางการอีกประการหนึ่งคือ พระจีนจะไม่วางตัว
เคร่งครัดแบบพระไทยในวินัยบางข้อที่สำคัญ เช่น สตรี
ทุกคนสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมที่จะไปเที่ยวชมสถานที่ สามารถถูกเนื้อต้องตัวพระจีนได้เป็นปกติเหมือนฆราวาส
ชาย-หญิงทั่วไป แตกต่างกับพระไทยซึ่งต้องสำรวมระวัง
ในความประพฤติเหล่านี้ พระจีนนั่งโต๊ะฉันอาหารร่วม
กับฆราวาสได้ตามสบาย ในขณะที่พระไทยต้องแบ่งสำรับ
แยกต่างหาก ทั้งของฉัน ของใช้ต้องแยกกับฆราวาส
หรือแม้กระทั่งห้องน้ำก็เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นวินัย
ของสังคมศาสนาซึ่งถูกตราเป็นกฎเกณฑ์ขึ้น
ต่าง ๆ ในนครมอสโก ภายในห้องอาหารหมายเลข ๒
ได้รับการตกแต่งอย่างดีแบบยุโรป มีเปียโนขนาดใหญ่
และนักดนตรีประจำห้องอาหาร เป็นชาย ๒ คน คนหนึ่ง
อายุ ๕๐ ปีเศษ อีกคนอายุ ๒๐ ปีเศษ ทั้งคู่อยู่ในชุดสูท
ผูกหูกระต่ายเรียบร้อย คนสูงอายุเล่นเปียโน อีกคนสี
ไวโอลินในท่วงทำนองต่างๆ ของเพลงคลาสสิก ซึ่งเป็น
ผลงานของนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของยุโรป เพียงแต่การ ความเคร่งครัดหรือย่อหย่อนของนักบวชในศาสนา
รับประทานอาหารในเช้านี้ผิดไปจากธรรมเนียมของคน เดียวกัน แต่มีองค์ประกอบทางกายภาพ สิ่งแวดล้อม
ยุโรป เพราะทุกอย่างเป็นอาหารเจทั้งหมด อาตมากลาย ภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ทำให้ศาสนาแตกออกเป็นนิกาย
เป็นจุดสนใจของชาวคณะ B.LIA. โดยเฉพาะที่เป็นคนจีน ต่างๆ หากมีใครมาตั้งคำถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
อาจจะเป็นเพราะว่ารูปร่างของอาตมาคล้ายพระสังขจาย ก็ควรที่จะต้องแนะนำให้ไปศึกษาองค์ประกอบทางสังคม
(พระมหากัจจายนะ) อาตมาได้ยินเสียงคนจีนเรียก ที่แตกต่างกันนั้นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน วัตร
อาตมาว่า หมี่เล่อซื้อ แทนชื่อเมตตานันโท ภิกขุ ขณะ ปฏิบัติเหล่านี้เมื่อกลายเป็นจารีตแล้ว ก็เป็นบัญญัติทาง
ฉันภัตตาหารได้ไม่กี่คำ ก็มีโยมชาวจีนเข้ามาขอถ่ายรูป สังคมที่ผู้ที่อยู่ในสังคมนั้นๆ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง และ
ด้วย เพียงถ่ายไปได้ ๓-๔ ภาพ ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่คือ
มีคนเข้ามาขอถ่ายภาพด้วยเป็นลูกติดพันกันอยู่นาน
เมื่อคนในจารีตต่างกัน มาคบค้าสมาคมกัน จะเอาอะไร
มาเป็นเครื่องตัดสินว่าจะใช้จารีตประเพณีใดสำคัญกว่า
ท่านชิงหวินต้าซื้อมีภารกิจที่จะต้องทำมากมาย จารีตประเพณีใด อย่างนี้มิต้องคิดจารีตประเพณีอย่าง
ใหม่ขึ้นมา เพื่อทดแทนจารีตทั้งสองซึ่งไม่อาจจะแทน
กันได้อย่างนั้นหรือ ปัญหานี้ไม่มีใครที่จะตอบได้
หลายอย่าง ท่านฉันอาหารได้ไม่กี่คำก็ต้องลุกขึ้นต้อนรับ
พูดคุยทักทายกับคณะของ B.LI.A. ทุกๆ คน ท่านเดิน
ไปตามโต๊ะต่างๆ พูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ทำ ครั้งหนึ่ง ท่านชิงหวินต้าซื้อเคยพูดกับอาตมาว่า
ความสนิทสนมคุ้นเคยกับทุกๆ คน เหมือนกับเป็นลูก เมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว มีนักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับ
หลานของท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างพระกับญาติโยม พระพุทธศาสนานิกายต่างๆ ให้ความเห็นว่าพระพุทธ
ของคนจีนแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยมากพอสมควร ศาสนานิกายต่างๆ ไม่มีทางออมชอมกันได้เลย เพราะ
อาจจะเป็นเพราะว่าภาษาจีนและภาษาไทยมีการใช้สรรพ พระภิกษุแต่ละนิกายมักจะจับผิดซึ่งกันและกัน ถือตน
นามที่แสดงเพศภาวะที่แตกต่างกันเช่น พระจีนไม่มีคำ ว่าเคร่งกว่า ส่วนนิกายอื่นหย่อนกว่า หรือเห็นว่านิกาย
สรรพนามเรียกแทนตัวเองว่า อาตมา เวลาพระพูดกับ อื่นทำสิ่งที่ไม่สมควร นิกายของตนทำสิ่งที่สมควร เป็นต้น
ญาติโยม หรือคำสรรพนามที่แสดงภาวะที่ละเอียดอ่อน ความเห็นนี้เป็นความจริงอยู่อย่างมาก ดังจะเห็นได้จาก
อันแสดงการจัดลำดับชั้นทางสังคม ภาษาจีนใช้คำว่า พระไทยมักจะตำหนิพระจีนว่าไม่เคร่ง ฉันวันละ ๓-๔
กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๗ ๕๗