ข้อความต้นฉบับในหน้า
0
มี พ.ร.บ.อยู่ ๔ ฉบับใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับการคุ้มครองพื้นที่ป่า
กรมป่าไม้กับพระสงฆ์
รักษาป่าเอาไว้ได้
๒. ถ้าเป็นอุทยานแห่งชาติหรือ แห่งศรัทธาของประชาชน พูดสิ่งใด
พื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า กฎหมายไม่ ไปแล้วประชาชนจะเคารพเชื่อฟัง ก็
อนุญาตให้ดำเนินการตามที่กล่าวมา จะทำให้เกิดแนวร่วมในทางที่ดีในการ
แล้ว จึงเป็นปัญหา วิธีแก้คือ ถ้าพระ
กรมป่าไม้มีนโยบายกับพระสงฆ์ ภิกษุสงฆ์เข้าไปอยู่ในป่านั้นเป็นเวลา
นาน มีสำนักสงฆ์ มีวัดแล้ว และ
เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาเห็นว่า มีมาก่อน
จริงและมีอาคารสถานที่ ศาสนสถานที่
ถาวร แล้วมาประเมินว่าจะเกิดผลดี
ที่เข้าไปอยู่ในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
ไม่ว่าเป็นป่าธรรมดา หรือป่าสงวนแห่ง
ชาติ หรืออุทยานแห่งชาติ หรือเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีพระภิกษุอาศัย
อยู่ในป่านี้มากพอสมควร บ้างก็เข้าไป
ตั้งสำนักสงฆ์ บ้างก็ไปอาศัยแบบชั่ว
คราวทำเป็นสถานที่วิปัสสนาบ้าง ผม
ได้เรียนแต่ต้นแล้วว่า ป่าไม้กับพระ
สงฆ์จะแยกออกจากกันไม่ได้ และ
ไม่มีหนทางที่จะแยกกันได้ เพราะ
หรือผลเสียมากกว่ากัน ถ้าเห็นว่าดีก็
จะกั้นพื้นที่นั้นๆ ออกจากเขตอุทยาน
แห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเสีย
เพื่อให้ตั้งเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ถาวร
กรมป่าไม้ก็ยอมรับ และจะออกเป็น
โดยสรุป การที่พระสงฆ์เข้าไป
อยู่ในพื้นที่ป่าไม้เป็นเวลานานๆ โดยยัง
ไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องก็มีทางเลือก
ในการแก้ไขหลายทาง เช่น
๑. ขออนุญาต ปัจจุบันการขอ
สร้างวัดในป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่า
ไม้ก็อนุญาตอยู่ตลอด และส่วนใหญ่ก็
มีการสร้างวัดเรียบร้อยแล้ว จึงมาขอ
อนุญาตภายหลัง แต่ไม่เป็นไร ต้องการ
ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ระเบียบ
พระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่ในส่วน ได้กำหนดนานแล้วว่า อนุญาตให้สร้าง
พระสงฆ์กับป่าไม้ได้ควบคู่กันมานาน ดังกล่าว ออกจากอุทยานแห่งชาติออก
ตั้งแต่บรรพกาล และจะยังคงควบคู่
กันต่อไปในอนาคต กรมป่าไม้ยอมรับ
จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ปัญหาส่วนใหญ่มาจากความเห็น
ได้ไม่เกิน ๑๕ ไร่ ซึ่งค่อนข้างจะน้อย
ถ้ามีพื้นที่ครอบครองเกินไปจาก ๑๕ ไร่
ก็ขออนุญาตเช่าพื้นที่เพื่อกิจการของ
พระศาสนาได้ เช่น เพื่อปลูกป่า ปลูก
ต้นไม้ได้ ซึ่งกรมป่าไม้ก็อนุญาตมา
ในจุดนี้ และก็จำเป็นต้องแก้ไข เพื่อ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐจะไม่ตรงกัน บาง
ให้พระภิกษุที่เข้าไปอยู่ในป่า ได้อยู่ได้ ฝ่ายที่เขาไม่ค่อยเห็นความสำคัญของ
ใช้พื้นที่ในป่านั้นถูกต้องตามกฎหมาย
แนวทางแก้ไข
การแก้ไข คือถ้าพระสงฆ์ที่อยู่
ในป่าจะเป็นสํานักสงฆ์ก็ตาม หรือเป็น
พระศาสนา ก็อาจจะสร้างแรงกดดัน
ต่างๆ ให้เกิดขึ้น จนเป็นเรื่องเป็นราว
ใหญ่โตขึ้นมาก็มี แต่ถ้าสมัยใดหรือที่
ได้มีเจ้าหน้าที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เห็น
ประโยชน์ของพระศาสนา ยอมรับว่า
ที่อยู่อาศัยแบบทั่วๆ ไปก็ตาม หรือเป็น พระสงฆ์ได้เข้าไปอยู่ที่นั่นก่อน และมี
วัดแต่ไม่ถูกตามกฎหมาย ถ้าพระสงฆ์ การประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
ต้องการอยู่ทั่วไปก็ทำได้ โดยกรม หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทีหลัง ก็จะ
ป่าไม้ได้อาศัยกฎหมายมาตรา ๑๙ แห่ง มีการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวให้
พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ มีวิธีปฏิบัติ แนวทางปัจจุบันของกรมป่าไม้
ตามหนังสือคู่มือที่ได้ให้ไปแล้ว คือ คือ ช่วยเหลือส่งเสริมพระพุทธศาสนา
๑. ให้พระสงฆ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือพระสงฆ์ให้ได้ใช้พื้นที่อย่าง
ของกรมป่าไม้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว และ ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อพระสงฆ์จะ
ในขณะเดียวกันก็ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อ ได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่ เพราะ
แล้วหลายแห่ง
๒. ถ้าพระภิกษุสงฆ์เข้าไปสร้าง
สำนักสงฆ์ หรือศาสนสถานอะไรก็ตาม
อยู่ในป่าสงวน ก็จะอนุญาตตามมาตรา
๑๙ คือให้พระภิกษุสงฆ์ร่วมกับเจ้า
หน้าที่ของรัฐดูแลรักษาป่า และใช้
สถานที่ป่าเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจ เช่น
เป็นที่วิปัสสนา สร้างธุดงคสถาน
เป็นต้น
๓. วัด หรือสำนักสงฆ์ที่อยู่มา
ก่อนประเภทเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ก็มี
นโยบายที่จะกันพื้นที่นี้อ
นีออกจากเซต
อุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
กิจการของพระศาสนา เช่น เป็นที่ ผมเชื่อว่ากำลังของพระสงฆ์ที่อยู่ในป่านั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่า พระสงฆ์ท่านได้สร้าง
ปฏิบัติธรรมหรือบำรุงบูรณะป่าบริเวณ มีความสำคัญที่จะส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ และอยู่ที่นั้นมาก่อน
นั้น
ป่าเป็นอย่างมาก พระสงฆ์เป็นที่ตั้ง
กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๗ ๒๕