ข้อความต้นฉบับในหน้า
สว่างใน สาเหตุที่ปรารถนาจะคุยเรื่องนี้
เพราะวันหนึ่งมีพวกเราคนหนึ่งมา
ปรารภให้ป้าฟังว่า
“คุณป้าคะ หนูถูกคนปฏิบัติธรรม
สายอื่นเขาท้วงว่า การปฏิบัติสายเรา
ที่ปฏิบัติแล้วเห็นความสว่างเป็นดวงบ้าง
เป็นองค์พระบ้างอะไรนี่น่ะ เป็นการ
ปฏิบัติผิด แสงสว่างที่เห็นนั่นทางภาษา
ปริยัติเขาเรียกว่า โอภาส เป็นหนึ่งใน
วิปัสสนูปกิเลส เป็นสิ่งกีดขวางไม่
ให้บรรลุธรรมขั้นสูง เขาท้วงยังงี้แหละ
ค่ะ หนูเองก็ปฏิบัติไม่ได้อะไร เลยไม่รู้
จะชี้แจงให้เขาฟังยังไงดี”
๑๐
ป้าก็คุยกะหนูผู้หญิงคนนั้นว่า “แต่
เดิมป้าก็สงสัยเหมือนคนที่หนูเล่านั้น
เหมือนกัน เพราะป้าเรียนมาหลายทาง
เกินกำลังหรอกค่ะ เงินก้อนไม่มี ผ่อนส่งเดือนละ ๕๐๐ บาท ไม่ แต่เมื่อได้รับผลของการปฏิบัติขึ้นมา
ถึงสองปีก็ครบหมื่น
ขนาดสตรีลูกจ้างทำงานบ้านข้างบ้านป้าทราบเรื่องเข้า เขา
มีรายได้เดือนละสองพันบาทเศษยังบอกกะป้าว่า “หนูจะเก็บเดือนละ
๒๐๐ บาท แค่ ๔ ปีกว่าๆ ก็ครบ ใช่ไหมคะ หนูจะเริ่มฝากป้า
เดือนนี้เลยค่ะ”
ป้าคิดว่าอย่าให้ถึง ๔ ปีเลยนะคะ เอาซัก ๓ ปีเถอะ งานจะ
ได้เสร็จเร็วๆ เราชักชวนทั้งหมู่ญาติและมิตรสหายที่เรารักใคร่
มาร่วมกันเป็นเจ้าของพระธรรมกายประจำตัวกันดีกว่า ถ้าเรามี
สมาชิกเพียงคนละ ๑๐ คน เราก็ใช้คนเพียงแสนคนเท่านั้น ธรรม
กายเจดีย์ของเราก็จะเสร็จโดยเร็วพลันทันตาเห็นให้เราได้ชื่นใจ
โดยเฉพาะใครๆ ที่มีญาติผู้ใหญ่ที่รักเคารพมากๆ ต้องมาช่วยกัน
รีบสร้าง ให้ท่านมีส่วนร่วมบุญด้วย ท่านจะได้ทันเห็นก่อนตาย ใจ
จะได้มีที่พึ่ง เจดียสถานนั้นเป็นเพียงวัตถุสิ่งก่อสร้างก็จริง แต่เป็น
เครื่องหมายแทนพระรัตนตรัยน้อมนำใจผู้สร้าง ผู้แสดงความ
เคารพในยามเมื่อพบเห็น ให้เกิดความผ่องใสได้เป็นอย่างดี ใจที่
ผ่องใสทำให้กุศลจิตเกิดได้ง่ายและรวดเร็ว วัตถุและจิตใจจึงมี
ความสําคัญควบคู่กันไปยัง
เรามีพระธรรมกายประจำตัวอยู่ในธรรมกายเจดีย์แล้ว เกิดมา
ชาตินี้ไม่เสียชาติเกิดเลย
ทีนี้ป้าจะคุยกะคุณตามหัวข้อเรื่องที่บอกไว้คือ สว่างนอก
ใจที่ผ่องใสทำให้
กุศลจิตเกิดได้ง่าย
และรวดเร็ว วัตถุ
และจิตใจจึงมี
ความสําคัญควบคู่
กันไปยัง
๔๖ พฤษภาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร