ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนดี วินาเสติ สรณ
แปลว่า ธรรมชาติใด ย่อมฆ่า
คือทำให้หายไป ซึ่งภัย ซึ่งความสะดุ้ง
กลัว ซึ่งทุกข์ ซึ่งทุคติ ซึ่งสิ่งเศร้าหมอง
ด้วยสรณคมน์นั้น นั่นแล ของสัตว์
ทั้งหลายผู้ถึงสรณะ ธรรมชาตินั้น ชื่อ
สรณะ คำว่า ธรรมชาตินั้นท่านกล่าว
หมายเอา พระรัตนตรัย คือพระพุทธ
เจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ คือเอา
พระรัตนตรัยเป็นเครื่องกำจัดสิ่งเหล่า
นั้นให้หมดไป
คมน์ แปลว่า การถึง การไป
ฉะนั้น คำว่า ไตรสรณคมน์
จึงแปลว่า การถึงพระรัตนตรัย คือรับ
เอาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
ไว้เป็นที่พึ่งนั่นเอง
สรณคมน์ พอจะแบ่งโดยย่อได้
๒ ประเภท คือ ๑. โลกียสรณคมน์ ๒,
โลกุตตรสรณคมน์
.
โลกียสรณคมน์ คือการถึง
พระรัตนตรัยแบบโลกียชน หรือแบบ
ปุถุชน แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ การถึง
แบบภายนอก ๑ การถึงแบบภายใน ๑
การถึงพระรัตนตรัยภายนอก
มีเหตุผลในการเคารพนับถือพระรัตน
ตรัย เห็นว่าเป็นประทีปส่องทางชีวิต
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ปฏิบัติตามคำ
สั่งสอนในพระพุทธศาสนา ใช้เป็นหลัก
ในการดำเนินชีวิต แต่ยังมิได้เข้าถึง
พระรัตนตรัยภายใน
ปวง
ฉะนั้นโลกุตตรสรณคมน์จึงเป็น
สรณะคือที่พึ่งที่ปลอดภัย ที่พึ่งที่ประ
เสริฐสุด ดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้
ในพระสูตร และอรรถกถาคาถาธรรม
บท (๑/๒/๓/๓๔๖) ว่า
โย จ พุทธญา ธมมจ สังฆญจ สรณ์
การถึงพระรัตนตรัยภายใน คือ
การถึงพระรัตนตรัยของกัลยาณปุถุชน คโต
อ
ปสฺสติ
ทุกข์ ทุกขสมุปปาท์ ทุกขสส จ
ผู้ปฏิบัติธรรมตามหนทางสายกลาง จัตตาริ อริยสัจจานิ สมุมปปญญาย
ตามอริยมรรคมีองค์ ๘ จนเข้าถึงพระ
รัตนตรัย ภายใน คือพระธรรมกาย
โคตรภู แต่ยังไม่เป็นพระอริยบุคคล
เป็นการเริ่มเดินทางที่ถูกเพื่อทำให้แจ้ง
ซึ่งพระนิพพาน อันเป็นที่สุดแห่งทุกข์
ทั้งมวล
๒. โลกุตตรสรณคมน์ คือ การ
ถึงพระรัตนตรัยแบบอริยชน คือนับถือ
เพราะเห็นธรรม ได้เห็นอริยสัจด้วย
ไป
ความ
อติกก
อริยญจตุรงค์ก มาค์ ทุกรูปสมคามิน
เอต์ โซ สรณ์ เขม เอต สรณมุตตม
เอต สรณมาคมม สพฺพทุกขา ปมุจจ
ติฯ
“ผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม
และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง เห็นอริยสัจ
ญาณของตนเอง เป็นการเข้าถึงเป็นอัน ๔ ด้วยปัญญาอันชอบของตนเองคือ
หนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในคือ เห็นทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับ
พระธรรมกาย ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้น ทุกข์ และมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ
เป็นผู้มีศรัทธาอันมั่นคงไม่หวั่นไหว ซึ่งยังบุคคลให้ถึงความสงบแห่งทุกข์
ไม่คลอนแคลน สรณคมน์นี้ไม่มีความ สรณะนั่นแลเกษม (ปลอดภัย) สรณะ
เศร้าหมอง ไม่มีการแตกทำลาย แม้ นั่นแลประเสริฐสุด เพราะบุคคลอาศัย
เป็นการถึงสรณะของคน ๒ ประเภท พระอริยสาวกนั้นจะไปเกิดในภพใดๆ สรณะนั้นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
คือ อันธปุถุชน และกัลยาณปุถุชน ก็ตาม สรณคมน์ของท่านก็ยังมั่นคง ได้
อันธปุถุชน คือปุถุชนที่ยังมืดบอด ยัง ถาวร อริยสาวกผู้เข้าถึงโลกุตตรสรณ
ทำความชั่วอยู่มาก แต่ก็ยอมรับนับถือ คมน์นี้ จึงเป็นผู้ไม่ไปสู่อบายภูมิ เป็น
พระรัตนตรัย เช่น พวกโจรที่ชอบ ผู้ปลอดภัย เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อหนทาง ภาคที่ ๒ ตอนที่ ๒ หน้า ๓๔๖
ปล้นทรัพย์ ก็ยังแขวนพระไว้คุ้มครอง พระนิพพาน จะเกิดอีกอย่างมากก็ไม่
ส่วนกัลยาณปุถุชนคือคนดีมีศีลมีธรรม เกิน ๗ ชาติ แล้วจะพ้นจากทุกข์ทั้ง
หมายเหตุ : (๑/๒/๓/๒๔๖) = เล่ม ๑
๒
กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๙ ๖๗