การลงมติเอกฉันท์ในญี่ปุ่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 5 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 128

สรุปเนื้อหา

มารวมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ให้ได้ผลสรุปที่ทุกคน ยอมรับได้ ไม่มีผู้ชนะ ๑๐๐% แล้วก็ไม่มีผู้แพ้ ๑๐๐% ทุกคนต่างก็แบ่งกันได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ และ ยอมเสียบางอย่างให้คนอื่นไปบ้าง ข้อดีของระบบนี้คือ ทุกคนจะเต็มอกเต็มใจปฏิบัติตามและเกิดความสมัคร เมื่อมีมติออกมาแล้ว สมานสามัคคีในหมู่คณะ มีความเป็นเอกภาพในสังคม รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันทีมเดียวกัน แต่ก็มีข้อเสียคือ ช้า ต้องใช้เวลาในการเจรจาต่อรองประนีประนอม และ บางครั้งก็เกิดสภาพ dead lock ขึ้นได้ง่าย ดังตัว อย่างเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดย เฉพาะเมื่อสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่ มีบทบาทสำคัญเกิด ยืนกรานไม่ยอมประนีประนอมในบางเรื่อง ระบบการลงมติเป็นเอกฉันท์นี้ หากนำมาใช้ การลงมติ ได้จะเป็นประโยชน์มาก แต่จะนำเฉพาะรูปแบบมาใช้ เอกฉันท์นี้ อย่

หัวข้อประเด็น

- การลงมติเอกฉันท์ในญี่ปุ่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มารวมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม ให้ได้ผลสรุปที่ทุกคน ยอมรับได้ ไม่มีผู้ชนะ ๑๐๐% แล้วก็ไม่มีผู้แพ้ ๑๐๐% ทุกคนต่างก็แบ่งกันได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ และ ยอมเสียบางอย่างให้คนอื่นไปบ้าง ข้อดีของระบบนี้คือ ทุกคนจะเต็มอกเต็มใจปฏิบัติตามและเกิดความสมัคร เมื่อมีมติออกมาแล้ว สมานสามัคคีในหมู่คณะ มีความเป็นเอกภาพในสังคม รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันทีมเดียวกัน แต่ก็มีข้อเสียคือ ช้า ต้องใช้เวลาในการเจรจาต่อรองประนีประนอม และ บางครั้งก็เกิดสภาพ dead lock ขึ้นได้ง่าย ดังตัว อย่างเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดย เฉพาะเมื่อสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่ มีบทบาทสำคัญเกิด ยืนกรานไม่ยอมประนีประนอมในบางเรื่อง ระบบการลงมติเป็นเอกฉันท์นี้ หากนำมาใช้ การลงมติ ได้จะเป็นประโยชน์มาก แต่จะนำเฉพาะรูปแบบมาใช้ เอกฉันท์นี้ อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการปรับทัศนคติของบุคคลใน หมู่คณะนั้นๆ ให้มีสปิริตของหมู่คณะ ไม่มีทิฏฐิมานะ มาก รับฟังความคิดเห็นของกันและกันได้ รู้จักผ่อน ติดกับความคิดเห็นของตน คิดว่าความคิดของตนดีที่ สุด มาเข้าประชุมเพียงเพื่อต้องการให้คนอื่น ยอมรับ เป็นระบบที่ ทำตามความคิดของตนเท่านั้น ไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ความคิดเห็นของบุคคลอื่น ไม่เปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ปรนเข้าหากัน ใช้กันในวง การลงมติเอกฉันท์นี้ เป็นระบบที่ใช้กันในวงการ มาประกอบ เพื่อปรับความเห็นของตน เรียกว่าไม่ได้ การคณะสงฆ์ คณะสงฆ์มาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล เวลาสงฆ์จะประกอบ เข้าประชุมเพื่อจะหาข้อสรุปที่ดีที่สุดร่วมกันแต่เข้าประ ชุมเพื่อจะมาบังคับขืนใจให้คนอื่นยอมรับความคิดเห็น ของตัวเท่านั้น ที่ประชุมใดที่เป็นเช่นนี้ ก็ยากจะ สร้างความสมานฉันท์ ความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นได้ ๓. ลงมติเอกฉันท์โดยทั่วไปการลงมติในระบอบ ประชาธิปไตย คือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เรียกว่ามี เรื่องต้องตัดสินใจก็โหวตกัน เสียงข้างน้อยก็ต้องยอม ตามเสียงข้างมาก แต่ระบอบประชาธิปไตยในญี่ปุ่นมี ลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่น คือระเบียบข้อบังคับการ ประชุมก็ระบุว่าให้ถือเสียงข้างมากเป็นหลักเหมือนที่ อื่นๆ แต่ว่าในเชิงปฏิบัติจริง เป็นประเพณีที่ถือกันว่า ให้ใช้หลักประนีประนอม จนทุกฝ่ายยอมรับแล้วจึง โหวตเสียง ซึ่งก็มักจะออกมาเอกฉันท์ พูดง่ายๆ ว่าแนวคิดคำว่าประชาธิปไตยในญี่ปุ่น ไม่ใช่ถือเอาแต่ความเห็นของคนข้างมากเป็นหลัก แล้ว ทิ้งความเห็นของคนส่วนน้อยไปเลย แต่คนญี่ปุ่นคิดว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ๘๔ พฤษภาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร มาตั้งแต่ครั้ง พุทธกาล ๕. พิธีลงมติกัน ก็จะกระทำในโบสถ์เรียกว่า ทำสังฆกรรม มติที่ออกมาต้องเป็นเอกฉันท์จึงจะใช้ได้ เช่น เวลา จะบวชพระ ก็จะมีการสอบถามความเห็นของสงฆ์ทั้ง หมดที่ประชุมกันว่า เห็นควรไหมที่จะให้บวช ทุกรูป ต้องเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์เท่านั้นจึงจะบวชได้ ถ้ามีรูป ใดรูปหนึ่งคัดค้าน แม้เพียงรูปเดียว ก็บวชไม่ได้ เป็นต้น ญี่ปุ่นได้นำแนวคิดประชาธิปไตยในพระพุทธ ศาสนามาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่แนว คิดนี้ก็กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก ภายใต้สถานการณ์ การต่อสู้แย่งชิงอำนาจทางการเมือง ที่แหลมคมของ ญี่ปุ่นในปัจจุบัน “สพเพส์ สงฆ์ภูตาน สามคฺคี วุฑฒิสาธิกา” ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยัง ความเจริญให้สำเร็จ (พุทธพจน์)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More