ความสำคัญของจิตที่หยุด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 7 หน้า 16
หน้าที่ 16 / 128

สรุปเนื้อหา

กระทบสักเท่าหนึ่งเท่าใดก็ไม่โศก มงคลแท้ๆ เทียว เหตุเครื่องถึงซึ่ง เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ติเตียน ทุกข์ สักเท่าหนึ่งเท่าใดก็ไม่โศก พลัดพราก จากเมีย ลูกสาว สักเท่าหนึ่งเท่าใด ก็ไม่โศก เพราะใจหยุดเสียแล้ว ไม่ใช่เท่านั้น ใจหยุดเสียแล้ว วิรช์ ปราศจากความขุ่นมัว วิรช ปราศจากธุลี เศร้าหมองก็ไม่มีแก่ใจ ความเจริญจริง ถ้าจิตหยุดเช่นนั้น เสียแล้วละก็ เงินน่ะไม่ต้องหายาก หาลำบากแต่อย่างไรหรอก ถ้าจิต ผ่องใสขนาดนั้นแล้ว ไม่ต้องทำงาน อะไรมากมายไปหรอก มันไหลเข้า มาเองนะ เงินน่ะไม่เดือดร้อน มีแต่ เงินเข้า เงินออกไม่มีนะ ออกก็เล็ก ๆ เพราะใจหยุดเสียแล้วไม่เศร้าหมอง น้อย ๆ เข้ามามาก ผ่องใสอย่างนั้น ไม่ขุ่นมัว แต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย ละก็ นั่นตัวนั้นเป็นตัวสำคัญทีเดียว ทีเดียว ไม่เศร้าหมองไม่ขุ่นมัวเลย เพราะใจหยุดเส

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของจิตที่หยุด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กระทบสักเท่าหนึ่งเท่าใดก็ไม่โศก มงคลแท้ๆ เทียว เหตุเครื่องถึงซึ่ง เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ติเตียน ทุกข์ สักเท่าหนึ่งเท่าใดก็ไม่โศก พลัดพราก จากเมีย ลูกสาว สักเท่าหนึ่งเท่าใด ก็ไม่โศก เพราะใจหยุดเสียแล้ว ไม่ใช่เท่านั้น ใจหยุดเสียแล้ว วิรช์ ปราศจากความขุ่นมัว วิรช ปราศจากธุลี เศร้าหมองก็ไม่มีแก่ใจ ความเจริญจริง ถ้าจิตหยุดเช่นนั้น เสียแล้วละก็ เงินน่ะไม่ต้องหายาก หาลำบากแต่อย่างไรหรอก ถ้าจิต ผ่องใสขนาดนั้นแล้ว ไม่ต้องทำงาน อะไรมากมายไปหรอก มันไหลเข้า มาเองนะ เงินน่ะไม่เดือดร้อน มีแต่ เงินเข้า เงินออกไม่มีนะ ออกก็เล็ก ๆ เพราะใจหยุดเสียแล้วไม่เศร้าหมอง น้อย ๆ เข้ามามาก ผ่องใสอย่างนั้น ไม่ขุ่นมัว แต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย ละก็ นั่นตัวนั้นเป็นตัวสำคัญทีเดียว ทีเดียว ไม่เศร้าหมองไม่ขุ่นมัวเลย เพราะใจหยุดเสียแล้ว ถ้าใจไม่หยุด เสียแล้ว โลกธรรมกระทบก็ไม่ได้ เศร้าหมองบ้าง ขุ่นมัวบ้าง ด้วย ประการต่างๆ เหตุนี้ต้องคอยระวัง ตัวทีเดียว ระวังตัวอย่าให้เศร้าหมอง ขุ่นมัวได้ ถ้าเศร้าหมองขุ่นมัวได้ เพราะตัวโง่ไม่ทันกับดวงจิต โง่กว่า ดวงจิต ไม่ทำจิตให้หยุดเสีย ทำจิต ปล่อยไปตามอารมณ์ ไปกินกับ อารมณ์ เมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ติ เตียน ทุกข์ เข้าไประดมได้เช่นนี้ ก็ รู้ทางดำเนินของพระพุทธศาสนา เช่นนี้แล้วละก็ ภิกษุสามเณรในพระ พุทธศาสนาพอบวชเข้าเป็นภิกษุสาม เณรแล้ว ไม่ต้องทำอะไร ต้องทำ ใจให้ใสเท่านั้นแหละ ทำใจใสแล้วก็ เป็นใช้ได้ ถ้าใจไม่ใส ภิกษุสามเณร นั้นใช้ไม่ได้ ยังเป็นภิกษุสามเณรแต่ ภายนอก ภายในเป็นไม่ได้ พอใส ภายในก็เป็นภิกษุสามเณรทีเดียว นั้น เป็นที่ไหว้ที่บูชาของมหาชนที่เดียว ถ้าว่าอาดูรเดือดร้อนไปตามอิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ เป็นอัปมงคลแท้ๆ อัปมงคล ไม่ใช่เป็นแต่เฉพาะฆราวาสหญิงชายนะ ภิกษุสามเณรเหมือนกัน พอสงบไม่ลง ทำใจหยุดไม่ได้ก็เป็นอัปมงคลแท้ๆ ทำจิตให้เศร้าหมองขุ่นมัวไม่ผ่องใส ถ้าว่าผู้ครองเรือนต้องการให้มั่งมีเงิน เมื่อจิตไม่ผ่องใส นั่นลงโทษตัวเอง ไม่ใช่ลงโทษใคร ลงโทษตัวของตัว เอง นี่เป็นข้อที่สาม ข้อที่สี่ เขม ถ้าว่าจิตหยุด เสียได้ละก็ เขม ทีเดียว เกษมผ่อง ใสเหมือนอย่างกับกระจกคันฉ่องส่อง เงาหน้าทีเดียว เกษมผ่องใสขนาด นั้น จิตเกษมผ่องใสเช่นนั้นแล้ว จิต ดวงนั้นแหละตัวมงคลแท้ๆ ที่เรียก ว่า มงคล อุตฺตม์ นั่นแหละตัว ทองข้าวของมาก อย่ากระทบกระ เทือนใจกัน ทำใจให้ใสอยู่ท่าเดียว แหละ ใจเป็นแดนเกษมอยู่เสมอไป อย่างนี้ให้ตั้งจิตให้อยู่ ให้ดูของตัว ไว้ให้ผ่องใสอยู่อย่างนั้น เงินทอง ไหลมาเป็นมงคลแท้ๆ มงคลแปลว่า เหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญ ไม่ใช่ เหตุเครื่องถึงซึ่งความเสื่อม อัปมงคล เหตุถึงซึ่งความเสื่อมทราม แต่ว่า มงคลน่ะเหตุถึงซึ่งความเจริญ นี่ถ้า เป็นที่เคารพนบไหว้ทีเดียว ให้รู้หลัก จริงดังนี้นะ ถ้ารู้จักหลักจริงดังนี้ ละก็ นี่แหละข้อมงคล แสดงมาตั้งแต่ต้นโน้น เป็น สามสิบแปดข้อตั้งแต่ อ เสวนา มา จนกระทั่งถึงจิตเกษม เป็นแดนผ่อง ใสนี่ เป็นมงคล ๓๘ ข้อ แต่ว่าสวด ได้ ๓๗ เท่านั้นเอง เห็นจะไปคละ กันกับข้อใดข้อหนึ่ง ผู้เรียงบาลีจะ เคลื่อนคลาดแต่อย่างใดก็ไม่รู้ แต่ นั่นเป็นเรื่องของบาลีท่าน แต่ว่าที่ กัลยาณมิตร ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More