ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมียดลไม เรียกว่า “ทรงระฆัง” (Bell Shape)
กระนั้น ด้วยความเป็นไทยของชนเผ่าไทย ผู้รัก
อิสรภาพ รักความเป็นตัวของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ทำให้
พระมหาธรรมราชาลิไททรงพยายามที่จะคิดสร้างรูปทรง
เจดีย์ให้มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน
สําแดง
ความเป็นตัวของตัวเอง สำแดงความเป็นไทย ด้วยการ
สร้างเจดีย์ดอกบัว ซึ่งน่าจะเป็นการปรับจากความเชื่อ
ในเรื่องของ “เสา” ที่พระเจ้าอโศกทรงดำริไว้ว่า “เสา” มี
หน้าที่ประหนึ่งเป็นเครื่องเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับสวรรค์
ด้วยรูปร่างของเจดีย์ที่มีความสูงไม่แตกต่างอะไรกัน เสา
เพียงแต่ที่ปลายยอดเสา พระมหาธรรมราชาลิไทได้ทรง
รังสรรค์ให้สร้างเจดีย์ที่มีรูปร่างเหมือนดอกบัวหลวง ซึ่ง
มีความหมายถึงความเป็น “พุทธะ คือผู้ที่ตื่นแล้วจาก
กลลวง จากกิเลสทั้งหลาย ด้วยการหยั่งยึดเข้าไปในหน
ทางแห่งธรรม
แต่จะด้วยการผูกพุทธปรัชญาด้วยวิธีใดก็ตาม ใน
ที่สุดประเทศไทย ในสมัยต้นยุคของพรหมชาติ ก็ได้มี
เจดีย์เฉพาะ” ของตัวเองขึ้นมาใช้ เป็นความภูมิใจเพราะ
เท่ากับแสดงความเป็นอารยะ (Civilization) ออกมาได้
อย่างเด่นชัด หมายความว่า สามารถถ่ายเอาความเชื่อ
ซึ่งเป็นนามธรรม ออกมาเป็นรูปธรรมได้สำเร็จ ดังนั้น
ความรู้สึกใส ๆ ของผู้เขียน คือความภูมิใจในความเป็น
พุทธศาสนิกชนชาวไทย ชาติที่มีปรัชญาอันยิ่งใหญ่เป็น
เครื่องชุบชีวิต เป็นแกนของความสุข เป็นเบื้องหลังของ
ความสำเร็จมานานแสนนาน
และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเป็นสุข
และสุดแสนจะภูมิใจจนความสุขสดชื่นนั้นกลายเป็นความ
สว่างโชติช่วงขึ้นในใจ สว่างจนรู้สึกราวกับว่าแสงนั้นฉาย
2
3
5
S
E
ค
ย
5
•
ย
ย
0
ย
ย
31
ย
0
E
◉
☑
"
.
2
นั่นคือ ความดีใจที่ประเทศไทยกำลังจะมีสิ่งศักดิ์
สิทธิ์ ปูชนียสถานที่สามารถถ่ายทอดความเป็นนามธรรม
ของธรรมะภายใน ออกมาเป็นสิ่งก่อสร้าง เป็น “เจดีย์
สมดังความเชื่อของชาวพุทธที่มีมาแต่ในโบราณกาลว่า
การได้สร้างเจดีย์ เปรียบเสมือนการได้ทำให้พุทธปรัชญา
ซึ่งเป็นนามธรรมมาเป็นรูปธรรม
และที่ยิ่งไปกว่านั้น “ธรรมกายเจดีย์ เจดีย์ที่กำลัง
จะสร้างขึ้นมา ณ วัดพระธรรมกายนี้ ยังเป็นเจดีย์ที่ถ่าย
ทอดความเป็นนามธรรมของธรรมะภายในออกมาให้ชาว
โลกได้รู้เห็น ซึ่งยิ่งนับเป็นความน่าภูมิใจที่หาที่สุดมิได้
สำหรับผู้เขียน ซึ่งรักประวัติศาสตร์ไทย ประวัติ
ศาสตร์พุทธศาสนาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้มากว่า
ปีนี้ เมื่อใดที่นึกถึงธรรมกายเจดีย์ เมื่อนั้นเป็นสุขใจ
อย่างประมาณมิได้ทุกที
๑๐
ดังนั้นเมื่อถูกทาบทามให้เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่สดใส
สบาย ก็เลยนึกได้แต่ “ธรรมกายเจดีย์” จึงถ้าจะให้ตอบ
คำถามว่าทำอย่างไรให้ใจใส ๆ สบาย ๆ ผู้เขียนตอบได้
คำเดียวว่า “นึกถึงธรรมกายเจดีย์ซิคะ และก็เพราะ
นึกถึงธรรมกายเจดีย์นี่แหละ บทควา
บทความนี้จึงปรากฏเรื่อง
ราวที่ผ่านสายตาของท่านจนมาถึงบรรทัดนี้
และถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้ว ยังไม่รู้สึกใสๆ ขอแนะนำ
ให้ลองหลับตา แล้วนึกสมมุติว่าเราเข้าไปนั่งสบาย ๆ อยู่
ในโคมที่ขยายใหญ่มหึมาเท่าครอบฟ้าของธรรมกายเจดีย์
ดูคะ รับรองว่า "ใส" แน่ๆ
ออกไปได้ไกลมากๆ
กัลยาณมิตร
๔๘
กรกฎาคม ๒๕๓๘