ความรู้จากกายภายใน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 7 หน้า 94
หน้าที่ 94 / 128

สรุปเนื้อหา

ความรู้จากกายภายในของเราเอง เพื่อ อย่างไร เมื่อจิตละเอียดเข้าไปสู่ภายใน เปล่าๆ ฟรีๆ ไปชาติแล้วชาติเล่า เรา แม่จึงรู้ว่าความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่รู้ว่าต้องเหนื่อยต้องลำบากแค่ไหน จะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้อื่น” อยู่ทั้งที่หลับ ตื่น ซึ่งเราเคยได้ยินมาว่าเป็นอย่างไร เมื่อ กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในแต่ละ อยู่ทั้ง ๆ ที่มีชีวิตอยู่ ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ ใจของแม่ดำเนินไปในกลางขององค์ ชาติๆ บางชาติพลาดพลั้งก็ต้องไป แบบตายไปแล้ว ตื่นจากความเป็นผู้ พระที่ละเอียดด้วยใจที่หยุดนิ่ง องค์ บังเกิดในอบาย เสียเวลาสร้างบุญ ไม่รู้มาเป็น “ผู้รู้” และ “ผู้อื่น” พระผุดผ่านกายของแม่ไปเรื่อยๆ จน สร้างบารมีไปอีกนานแสนนาน กว่าจะ ในที่สุดก็ได้สวมความรู้สึกหรือ เห็น จำ ได้เกิดเป็นมนุษย์อีก คิด รู้ เป็นอันหนึ่งอันเดีย

หัวข้อประเด็น

- ความรู้จากกายภายใน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความรู้จากกายภายในของเราเอง เพื่อ อย่างไร เมื่อจิตละเอียดเข้าไปสู่ภายใน เปล่าๆ ฟรีๆ ไปชาติแล้วชาติเล่า เรา แม่จึงรู้ว่าความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่รู้ว่าต้องเหนื่อยต้องลำบากแค่ไหน จะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้อื่น” อยู่ทั้งที่หลับ ตื่น ซึ่งเราเคยได้ยินมาว่าเป็นอย่างไร เมื่อ กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในแต่ละ อยู่ทั้ง ๆ ที่มีชีวิตอยู่ ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ ใจของแม่ดำเนินไปในกลางขององค์ ชาติๆ บางชาติพลาดพลั้งก็ต้องไป แบบตายไปแล้ว ตื่นจากความเป็นผู้ พระที่ละเอียดด้วยใจที่หยุดนิ่ง องค์ บังเกิดในอบาย เสียเวลาสร้างบุญ ไม่รู้มาเป็น “ผู้รู้” และ “ผู้อื่น” พระผุดผ่านกายของแม่ไปเรื่อยๆ จน สร้างบารมีไปอีกนานแสนนาน กว่าจะ ในที่สุดก็ได้สวมความรู้สึกหรือ เห็น จำ ได้เกิดเป็นมนุษย์อีก คิด รู้ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์พระ ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวแม่เลย มีแต่ องค์พระล้วนๆ ตาของพระธรรมกาย บางครั้งก็ต้อง ไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน ในกายของ สัตว์เดียรัจฉานมีกายภายในเป็นกาย มนุษย์ละเอียดเช่นเดียวกันกับของเรา ซึ่งเรียกว่า สมันตจักษุคือตาที่สามารถ แต่เป็นด้วยกรรมบีบคั้นให้กายละเอียด มองเห็นได้รอบตัวทุกทิศทุกทาง มอง ต้องมาหาที่เกิดในกายของสัตว์เดีย ที่เป็นเดียรัจฉาน เสียเวลาเสียชาติ กำเนิดไปอีก “ผู้เบิกบาน” แน่นอนเมื่อจิต ละเอียดเข้าไปสู่ภายในแล้ว ความสุข ความเบิกบาน ย่อมตามมา พร้อม ความรู้ความเห็นภายใน จิตที่เคยเศร้า หมอง ท้อแท้ มีแต่ความทุกข์ เมื่อ เข้าสู่ภายในกายในกาย และสู่กายธรรม ในที่สุดแล้ว ก็เสมือนได้ถูกชะล้างให้ ขาวสะอาดบริสุทธิ์ กลายเป็นจิตที่ บริสุทธิ์ สว่าง มีความสุข เบิกบาน มี กําลังใจในการทําคุณงามความดี ถึงแม้ว่า สภาวธรรมของเรายัง ไม่ละเอียด หรือยังไม่เห็นธรรมะอะไร เลยก็ตาม ขอเพียงแต่วางใจนิ่งๆ เฉย ๆ ไว้ตรงศูนย์กลางกายโดยปราศ จากความลังเลสงสัยว่า จะเห็นได้จริง เห็นตลอดภพสาม มองเห็นแล้วรู้รอบ รัจฉาน ทำให้ได้รูปร่างของกายหยาบ ตัวด้วยปัญญาของพระธรรมกาย รู้ถึง ความเป็นไปทั้งหมดที่เป็นจริงในนิพ- พาน ในภพสาม ในโลกันต์ ไม่มีอะไร หลวงพ่อเคยให้ไปดูกายภายใน ปกปิดได้ เป็นความรู้ที่เป็นจริง เห็น ของสุนัขตัวหนึ่งบนดอย พบว่าการ ได้และรู้ได้ด้วยญาณของพระธรรมกาย ภายในของเขาก็เป็นกายของมนุษย์ ที่ครอบคลุมไปถึงอย่างกว้างขวาง สุด ละเอียด มีกายภายในซ้อนกันอยู่ จะประมาณ ครอบไปถึงไหน เราก็ได้ เหมือนของเรามนุษย์นั่นแหละ ต่างกัน รู้ไปถึงที่นั่น ขอบข่ายญาณของพระ ที่กายหยาบซึ่งมีผลทำให้สัตว์เดียรัจฉาน หรือไม่ จะมีจริงหรือไม่จริง หรือสงสัย ธรรมกายครอบไปทั่วทั้งจักรวาลได้รู้สึก สูญเสียการรู้เห็นธรรมะของกายภายใน ว่าเราวางใจไว้ถูกจุดศูนย์กลางกายหรือ รู้กว้าง รู้จริงอย่างที่ไม่มีอะไรจะปกปิด เนื่องจากเดียรัจฉานมีลำตัวขนานไป ไม่นั้น อันเป็นอุปกิเลสข้อหนึ่งที่ทำให้ ได้ ด้วยปัญญาของพระธรรมกายนำ กับพื้น หรือลำตัวยาวไปตามขวาง ศูนย์ ใจไม่สามารถหยุดนิ่ง หรือการเพ่งมอง ให้เราได้เป็น “ผู้รู้” อย่างแท้จริง กลางกายจึงไม่ตรงกับศูนย์กลางกาย อย่างจริงจังเกินไป ก็เป็นเหตุให้ใจไม่ แม่เพิ่งตระหนักว่า คนเราแม้ ของมนุษย์ละเอียดและกายภายใน ซึ่ง สามารถหยุดนิ่งได้เช่นเดียวกัน ขอเพียง ว่ายังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นจริง เป็นไปตามแนวตั้งตรงตั้งฉากกับพื้น วางใจนิ่ง ๆ ไว้ ณ ตำแหน่งกลางท้อง อยู่อย่างไม่มีหลักของชีวิต ไม่มีเป้า ดวงเห็น จำ คิด รู้ ไม่ตรงกับของกาย ที่เราคาดคะเนเอาไว้ว่า นี่คือศูนย์กลาง หมายชีวิต อยู่ไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย ภายใน เขาจึงไม่สามารถเห็นและรู้ กาย (ศูนย์กลางกาย คือตำแหน่งที่ ก็เหมือนยังหลับอยู่ เมื่อจิตละเอียด ด้วยปัญญาของกายภายในเห็นจำคิด เมื่อสมมุติว่าลากเส้นผ่านสะดือจาก เข้าไปในกลางแล้วและรู้ได้ด้วยปัญญา รู้ ของเขาจึงอยู่แค่ระดับกายหยาบ ของกายธรรมภายในแล้ว ได้รู้ถึงความ ของสัตว์เดียรัจฉาน ซึ่งรู้เห็นแค่การ สำคัญ หรือเป้าหมายของการเกิดมา กินอยู่และสืบพันธุ์เท่านั้น เป็นอันหมด เป็นมนุษย์แล้ว ก็เท่ากับปลุกให้เราตื่น ความรู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตไปเลย เป็น ตื่นขึ้นมาจากความคิดที่อยู่ในกรอบของ ชีวิตของอาภัพสัตว์ชนิดหนึ่ง เพราะ วัฏฏะแคบๆ ที่ว่า เกิดมาเพื่อทำมา ฉะนั้นเมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่ง หากินเลี้ยงครอบครัว แล้วก็ตายไป ที่ประเสริฐแล้ว จึงควรรีบศึกษาหา กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๕๘ ซ้ายทะลุขวา หน้าทะลุหลัง ๒ เส้น ตัดกัน ณ จุดใด ห่างจากจุดตัดนั้น ขึ้นมาประมาณ ๒ นิ้วมือของเรา คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อันเป็นจุดที่ ตั้งถาวรของจิต) เมื่อใจได้สัมผัสศูนย์ กลางกายอย่างแผ่วเบาแล้ว ก็เท่ากับ เอาใจไปวางพักนิ่งๆ อย่างสบาย ๆ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More