ข้อความต้นฉบับในหน้า
0
นุสนธิจากตำนานดาวลูกไก่ที่บอกว่า ตายายคู่หนึ่ง
อยู่ในแดนกันดาร เลี้ยงแม่ไก่ไว้ตัวหนึ่ง มีลูกเจ็ดตัว
พอพระธุดงค์ผ่านมาปักกลด ตากับยายอยากทำบุญ
ก็เสียสละ ฆ่าแม่ไก่เพื่อแกงถวายพระเสีย ส่วนลูกไก่ต่าง
เสียใจ พากันโดดเข้ากองไฟตายตามแม่ไก่ไปด้วย ภายหลัง
ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาวให้เราแหงนดู จนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ในเรื่องสะท้อนให้เราเห็นอย่างหนึ่งว่า คนไทยนั้นมี
ของอะไร มักนึกถึงพระ มักเอาของไปถวายพระ ถวายวัด
เสมอ ของที่ถวายส่วนใหญ่มักเป็นของดี เรียกว่าทำด้วย
ความศรัทธา เพราะฉะนั้น ในวัดไม่ว่าตามโบสถ์วิหารหรือ
กุฏิสมภาร กุฏิลูกวัด จึงมีของต่างๆ ทยอยเข้าไปเป็นประจำ
นอกจากน่าของไปถวายวัดแล้ว บางคนที่มีฝีมือทาง
ศิลปะ ก็ไปวาดรูป ไปประดิษฐ์งานศิลปะต่างๆ อุทิศแก่
พระศาสนา วัดทั้งหลายจึงเต็มไปด้วยงานที่ประณีต วิจิตร
น่าดูน่าชม นอกจากจะเป็นสถานที่ขัดเกลาจิตใจคนให้ลด
ความกระด้างลงโดยทางอ้อมแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
แห่งหนึ่งของท้องถิ่นด้วย
บันทึกของโกษาปาน ราชทูตสยามก็มี บันทึกของคณะทูต
ชุดเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) ที่ไปฝรั่งเศสเมื่อ
พ.ศ.๒๕๐๔ ก็มี พระราชพงศาวดารต่างๆ ก็มี
หันกลับมาดูวัดในเมืองไทย เนื่องจากเราไม่ได้มี
นิสัยเก็บสะสมอย่างต่อเนื่องจริงจัง ของต่างๆ จึงมี ๆ หาย ๆ
อยู่ตลอดเวลา จะหาที่อยู่กับที่นานๆ ไม่ได้
จริงอยู่ คนไทยสนใจบำรุงศาสนา เราสามารถทำ
บุญให้วัดด้วยเงินก้อนใหญ่ๆ ได้ แต่มักยึดติดว่าต้องนำไป
สร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ กับกุฏิพระเป็นหลัก
แม้โบสถ์เก่าจะยังพอใช้การได้ ก็ยังชอบสร้างโบสถ์ใหม่
ราคาหลายสิบล้านบาทแข่งกันอยู่เป็นประจำ หาวัดที่สนใจ
กันงบประมาณ เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ประจำวัดค่อนข้างยาก
ด้วยเหตุนี้ ข้าวของจากศรัทธาของประชาชน จึงถูก
ปล่อยทิ้งขว้างเสียก็มาก ถูกมิจฉาชีพลักโขมยไปเสียก็มาก
ถูกพ่อค้าเอาของถูกๆ มาขอแลกไปเสียก็มาก และที่สุดกว่า
จะได้คิด ของก็พอดีสูญหายหมด ไม่มีเหลือ
ถ้าอย่างนั้นเราควรทำอย่างไร ผู้เขียนเห็นว่าวัดน่า
ความจริงศรัทธาของมนุษย์ที่มีต่อศาสนานั้นดูเหมือน จะให้ความสนใจเรื่องคลังเก็บและเรื่องพิพิธภัณฑ์ให้มากขึ้น
จะมีทุกชาติทุกภาษา ไม่ได้มีเฉพาะคนไทย ข้อแตกต่างอยู่
ตรงที่ว่า เมื่อแต่ละแห่งมีของงาม ๆ แล้วจะบำรุงรักษาของ
เหล่านั้น เพื่อส่งประโยชน์กลับคืนแก่ชาวบ้านอย่างไร
ในยุโรปและอเมริกา วัดทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์
ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง และท่าอย่างจริงจัง คือมีการจัดเก็บ
จัดแสดงของไว้อย่างเป็นระเบียบ ต่อเนื่องกันโดยตลอด
วัดไหนที่มีของมาก มีกำลังมากก็สร้างห้อง หรืออาคาร
พิพิธภัณฑ์โดยตรงขึ้น สาเหตุก็เนื่องจากชาวตะวันตกเห็น
ความสำคัญในการเก็บรักษาภูมิปัญญาของมนุษย์ ทำให้มี
ข้อมูลในการค้นคว้า และพัฒนาความรู้อยู่ตลอดเวลา
หากมีงบน้อย ล้านสองล้านบาท ก็สร้างคลังเก็บที่มั่นคง
แข็งแรงไปก่อน หากมีกำลังเงินสัก ๕-๖ ล้าน ก็พอสร้าง
เป็นพิพิธภัณฑ์ (ทั้งเก็บ ทั้งแสดง) ได้ ขณะเดียวกัน รัฐ
ต้องผลิตภัณฑารักษ์ออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราว (ปัจจุบัน
เรายังไม่มีคณะภัณฑารักษ์ ทั้งๆ ที่รู้จักคำว่าพิพิธภัณฑ์มา
ร้อยกว่าปีแล้ว และต้องจัดงบประมาณเพื่อการนี้อย่างแข็ง
ขันด้วย)
อนึ่งของที่จัดเก็บ มิใช่จำกัดเพียงพระพุทธรูป พระ
เครื่อง หรือเครื่องเงินเครื่องทองซึ่งเห็นกันจนเบื่อแล้ว ทั้ง
ยังล่อตามิจฉาชีพอย่างแรงด้วย ข้าวของอย่างรูปถ่ายเจ้า
อาวาส ลูกวัด เหตุการณ์ในวัด ในท้องถิ่น เอกสารของวัด
โคมตะเกียง ปฏิทิน กุญแจ กระโถน นาฬิกา เครื่องใช้ยุค
ต่าง ๆ ซึ่งดูไม่มีราคาก็ล้วนควรเก็บทั้งสิ้น หากทางวัดไม่
ถือว่าเป็นเรื่องของธรรมะ ก็ควรนึกถึงประโยชน์ทางความรู้
ที่จะมีต่อประชาชน เช่นนี้จึงจะเป็นการอำนวยประโยชน์
เมื่อเราไปต่างประเทศ สิ่งที่เราจะได้พบทั่วไปคือ
พิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าของเมือง ของเอกชน หรือของวัด ผู้เขียน
เคยไปสถานมิซซังต่างประเทศ ของฝรั่งเศส ในกรุงปารีส
บาทหลวงที่นั่นกรุณาหยิบสมุดเก่าแก่ ที่เขียนไว้ตั้งแต่สมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชของไทย ๓๐๐ ปีก่อนมาให้ดู
ข้างในมีภาษาไทยยุคนั้นปรากฏอยู่ด้วย สภาพสมุดยังดีเยี่ยม ซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการเก็บรักษาของเก่าเป็นอย่างดี
เอกสารเกี่ยวกับเมืองไทยอายุนับร้อยๆ ปีนี้ ในยุโรปและ
อเมริกามีเก็บเอาไว้อีกมาก ที่เป็นบันทึกรายวัน อย่าง
กัลยาณมิตร
cm
กรกฎาคม ๒๕๓๘